我的書籤免費註冊

ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ พ.ศ. 2557

行政規則・公布 2014-08-29・全 7 條

อารัมภบท

ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ พ.ศ. ๒๕๕๗[๑] ตามที่ได้มีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๒๐/๒๕๕๗ เรื่อง การปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ กำหนดให้มีการตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในคลังน้ำมันและสถานีบริการน้ำมัน เพื่อคำนวณจำนวนเงินชดเชยสุทธิหรือเงินส่งเข้ากองทุนสุทธิในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิง ตามนโยบายการปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เหมาะสมและเป็นธรรม โดยการปรับภาษีสรรพสามิต และปรับอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานมีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ ดังนั้น เพื่อให้การคำนวณเงินชดเชยสุทธิหรือเงินส่งเข้ากองทุนสุทธิเป็นไปอย่างถูกต้องครบถ้วน อาศัยอำนาจตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าว ข้อ ๖ จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ พ.ศ. ๒๕๕๗”

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิของผู้ค้าน้ำมันประกอบด้วย น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิในคลังน้ำมัน น้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิในสถานีบริการน้ำมัน และน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิในคลังน้ำมัน ให้คำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจวัดได้ในถังของแต่ละคลังน้ำมัน ณ อุณหภูมิที่ ๓๐ องศาเซลเซียส หรือที่ ๘๖ องศาฟาเรนไฮต์ บวกด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง และหักด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากผู้อื่น ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่รอการส่งออก และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีไว้ใช้ในกิจการของตนเอง ในกรณีคลังน้ำมันดังกล่าว เป็นคลังน้ำมันที่ใช้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น หรือมีการรับฝากเก็บน้ำมันหรือให้เช่าถัง หรือมีการรับมอบหมายให้เก็บน้ำมัน ให้ดำเนินการ ดังนี้ (๑) กรณีคลังน้ำมันที่ตรวจวัดเป็นคลังน้ำมันที่ใช้เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับผู้ค้าน้ำมันรายอื่น เมื่อคำนวณปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือเสร็จแล้ว ให้ผู้จัดการคลังน้ำมันทำบัญชีจำแนกสิทธิตามชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือของผู้ค้าน้ำมันแต่ละราย และให้ใช้บัญชีดังกล่าวเป็นเอกสารประกอบการตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิ (๒) กรณีมีผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่ฝากเก็บน้ำมันหรือเช่าถังเพื่อเก็บน้ำมันไว้ในคลังน้ำมันที่ตรวจวัด ให้ระบุชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงของผู้ค้าน้ำมันรายอื่นที่ฝากเก็บหรือเช่าถังเก็บไว้ในช่องหมายเหตุของแบบตรวจสอบปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือ และให้ถือว่าชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นของผู้ค้าน้ำมันที่เป็นผู้ฝากเก็บหรือเป็นผู้เช่าถังเก็บน้ำมัน (๓) กรณีมีผู้ค้าน้ำมันรายอื่นมอบหมายให้เก็บน้ำมันไว้ในคลังน้ำมันที่ตรวจวัด ให้ถือว่าชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวเป็นของผู้ค้าน้ำมันที่รับมอบหมายการเก็บ ณ คลังน้ำมันที่ตรวจวัด

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือสุทธิในสถานีบริการน้ำมัน ให้คำนวณจากปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือแต่ละชนิดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ ณ อุณหภูมิขณะตรวจสอบบวกด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง และหักด้วยปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่รับฝากผู้อื่น

ข้อ ๖

ข้อ ๖ น้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ระหว่างการขนส่ง ตามข้อ ๔ และข้อ ๕ ได้แก่ (๑) น้ำมันเชื้อเพลิงในเรือบรรทุกน้ำมันที่รอสูบถ่าย หรืออยู่ระหว่างสูบถ่ายขึ้นเก็บในคลังน้ำมันใดก่อนเวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และสูบถ่ายแล้วเสร็จภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง หรือใบขนสินค้าขาเข้ากรณีนำเข้าในราชอาณาจักรให้นับเป็นน้ำมันคงเหลือในคลังน้ำมันนั้น (๒) น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันทางท่อขนส่งน้ำมัน รถขนส่ง รถไฟ หรือเรือบรรทุกน้ำมันก่อนเวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ และถึงหรือส่งมอบให้คลังน้ำมันปลายทางภายหลังเวลาดังกล่าวโดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง ให้นับเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือในคลังน้ำมันปลายทาง (๓) น้ำมันเชื้อเพลิงที่จ่ายจากคลังน้ำมันก่อนเวลา ๐๐.๐๑ นาฬิกา ของวันที่ประกาศราคาขายปลีกใหม่ใช้บังคับ โดยรถขนส่งเพื่อส่งให้สถานีบริการน้ำมัน และถึงหรือส่งมอบให้สถานีบริการน้ำมันภายหลังเวลาดังกล่าว โดยมีเอกสารใบกำกับการขนส่ง และใบเสร็จรับเงิน หรือใบแจ้งหนี้ หรือใบกำกับภาษี ให้นับเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงคงเหลือของสถานีบริการนั้น (๔) ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้ใช้ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงตามที่ระบุในเอกสารดังกล่าว ยกเว้นกรณีขนส่งโดยเรือบรรทุกน้ำมัน ให้ใช้ปริมาณที่สูบถ่ายขึ้นถังแล้ว ณ อุณหภูมิที่ ๓๐ องศาเซลเซียส หรือที่ ๘๖ องศาฟาเรนไฮต์ (๕) ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันหรือเจ้าของสถานีบริการน้ำมันมีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงระหว่างการขนส่ง ตาม (๑) (๒) และ (๓) ให้จัดส่งเอกสารใบกำกับการขนส่ง ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี แล้วแต่กรณี โดยในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกกรมธุรกิจพลังงาน และในจังหวัดอื่น ๆ ให้ยื่นต่อสำนักงานพลังงานจังหวัดที่ซึ่งสถานประกอบการตั้งอยู่ อย่างช้าไม่เกิน ๗ วันทำการนับแต่วันที่มีการตรวจวัด ประกาศ ณ วันที่ ๒๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ วิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ปริยานุช/ผู้จัดทำ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ ภีราพร/ผู้ตรวจ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๗ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๑๖๒ ง/หน้า ๗/๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๗

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查