法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๕

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า

ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ

เงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เว้นแต่มาตรา ๙ และมาตรา ๑๐

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับ

แต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

*[รก. ๒๕๓๕/๔๔/๗/๙

เมษายน ๒๕๓๕]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า “จัดหาเงินทุนจากประชาชน” และคำว่า

“บัตรเงินฝาก” ระหว่างคำว่า “กิจการเงินทุนเพื่อการเคหะ” และคำว่า “ให้กู้ยืมเงิน” ใน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินลงทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิต

ฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการ

ประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

พ.ศ. ๒๕๒๖

““จัดหาเงินทุนจากประชาชน” หมายความรวมถึง กู้ยืมเงินหรือรับฝากเงิน

จากประชาชนด้วย

“บัตรเงินฝาก” หมายความว่า

ตราสารซึ่งเปลี่ยนมือได้ที่บริษัทเงินทุนออก

ให้แก่ผู้ฝากเงินเพื่อเป็นหลักฐานการรับฝากเงิน

และเพื่อแสดงสิทธิของผู้ทรงตราสารที่จะได้

รับเงินฝากคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาอันกำหนดไว้

โดยจะมีการกำหนดดอกเบี้ยไว้ด้วยหรือไม่ก็ได้"

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกบทนิยามคำว่า

"เงินกองทุน" ในมาตรา ๔ แห่งพระราช

บัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖

และให้ใช้ความต่อไป

นี้แทน

““เงินกองทุน” หมายความว่า

(๑)

ทุนชำระแล้วซึ่งรวมทั้งส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่บริษัทได้รับ และเงินที่บริษัทได้

รับจากการออกใบสำคัญเพื่อแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทนั้น

(๒) ทุนสำรอง

(๓)

เงินสำรองที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิเมื่อสิ้นงวดการบัญชีตามมติที่ประชุม

ใหญ่ผู้ถือหุ้นหรือตามข้อบังคับของบริษัท

แต่ไม่รวมถึงเงินสำรองสำหรับการลดค่าของ

สินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้

(๔)

กำไรสุทธิคงเหลือหลังจากการจัดสรร

(๕)

เงินสำรองจากการตีราคาสินทรัพย์ เงินสำรองอื่น และ

(๖)

เงินที่บริษัทได้รับเนื่องจากการออกตราสารแสดงสิทธิในหนี้ระยะยาว

เกินห้าปีที่มีสิทธิด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญ

เงินกองทุนตาม (๑)

(๒) (๓) และ (๔) ให้หักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวด

การบัญชีออกก่อน และให้หักค่าแห่งกู๊ดวิลล์ตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคาร

แห่งประเทศไทยกำหนด

ชนิด ประเภท

และการคำนวณเงินกองทุนตาม (๕) หรือ (๖) ให้เป็นไปตาม

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด

เงินกองทุนตาม (๑)

(๒) (๓) (๔) (๕) และ (๖) ให้หักเงินตามตราสารใน

(๖) ของธนาคารพาณิชย์และบริษัทอื่นที่บริษัทนั้นถือไว้และสินทรัพย์อื่นใด ทั้งนี้ ตามหลัก

เกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๗

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และ

ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๗

บริษัทเงินทุนต้องมีจำนวนหุ้นที่บุคคลผู้มีสัญชาติไทยถืออยู่

ไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด

และต้องมีกรรมการเป็นบุคคลผู้มี

สัญชาติไทยไม่ต่ำกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นต้องแก้ไข

ฐานะหรือการดำเนินงานของบริษัทเงินทุนนั้น

รัฐมนตรีด้วยคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศ

ไทย

มีอำนาจผ่อนผันให้มีจำนวนผู้ถือหุ้นหรือกรรมการเป็นอย่างอื่นได้ในการผ่อนผันนั้น

จะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๒๗ ทวิ

และมาตรา ๒๗ ตรี

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

พ.ศ. ๒๕๒๒

“มาตรา ๒๗ ทวิ

บริษัทเงินทุนจะรับฝากเงินที่ต้องจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลา อันกำหนดไว้

โดยวิธีออกบัตรเงินฝากก็ได้

บัตรเงินฝากต้องมีรายการดังต่อไปนี้

(๑)

คำบอกชื่อว่าเป็นบัตรเงินฝาก

(๒)

ชื่อบริษัทเงินทุนผู้ออกบัตรเงินฝาก

(๓)

วันที่ออกบัตรเงินฝาก

(๔)

จังหวัดที่ออกบัตรเงินฝาก

(๕)

ข้อตกลงอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะจ่ายเงินเป็นจำนวนหนึ่งที่แน่นอน

พร้อมด้วยดอกเบี้ย (ถ้ามี)

(๖)

วันถึงกำหนดจ่ายเงิน

(๗)

สถานที่จ่ายเงิน

(๘) ชื่อของผู้ฝากเงิน

หรือคำจดแจ้งว่าให้จ่ายเงินแก่ผู้ถือ

(๙)

ลายมือชื่อผู้มีอำนาจลงนามแทนบริษัทเงินทุนผู้ออกบัตรเงินฝาก

มาตรา ๒๗ ตรี

มาตรา ๒๗ ตรี

ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

มาตรา ๘๙๙

มาตรา ๘๙๙ ถึงมาตรา ๙๐๗ มาตรา ๙๑๑ มาตรา ๙๑๓ (๑) และ (๒) มาตรา ๙๑๔ ถึง

มาตรา ๙๑๖

มาตรา ๙๑๖ มาตรา ๙๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสาม มาตรา ๙๑๘ ถึงมาตรา ๙๒๒ มาตรา

๙๒๕ มาตรา ๙๒๖ มาตรา ๙๓๘ ถึงมาตรา ๙๔๒

มาตรา ๙๔๕

มาตรา ๙๔๕ มาตรา ๙๔๖ มาตรา ๙๔๘

มาตรา ๙๔๙

มาตรา ๙๔๙ มาตรา ๙๕๙ มาตรา ๙๖๗ มาตรา ๙๗๑ มาตรา ๙๗๓ มาตรา ๙๘๖ มาตรา

๙๙๔ ถึงมาตรา ๑๐๐๐ มาตรา ๑๐๐๖ ถึงมาตรา ๑๐๐๘ มาตรา ๑๐๑๐ และมาตรา ๑๐๑๑

มาใช้บังคับแก่บัตรเงินฝากโดยอนุโลม”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๒๙

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และ

ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๒๙

ให้บริษัทเงินทุนดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์

หนี้สินหรือภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

กำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๕

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์ และ

ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๕

ห้ามมิให้บริษัทเงินทุนให้กู้ยืมเงินหรือลงทุนในกิจการของ

ผู้อื่นหรือก่อภาระผูกพันหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใด

อย่างใดอย่าง

หนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเมื่อสิ้นวันหนึ่ง ๆ เกินจำนวนเงินหรืออัตราส่วนกับเงินกองทุนทั้ง

หมดหรือเงินกองทุนชนิดหนึ่งชนิดใดหรือหลายชนิดตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่

ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรี ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับ

อนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย ในการอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนด

เงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

การให้กู้ยืมเงินหรือลงทุนในกิจการของบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้

หรือก่อภาระผูกพัน

หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหรือห้างหุ้นส่วนดังต่อไปนี้ให้ถือว่า

เป็นการให้กู้ยืมเงินหรือลงทุนหรือก่อภาระผูกพันหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลตาม

วรรคหนึ่งด้วย

(๑)

คู่สมรสของบุคคลตามวรรคหนึ่ง

(๒)

บุตรซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลตามวรรคหนึ่ง

(๓)

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒)

เป็นหุ้นส่วน

(๔)

ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือบุคคลตาม (๑) (๒) หรือ

(๓) เป็นหุ้นส่วนจำพวกไม่จำกัดความรับผิด

หรือเป็นหุ้นส่วนจำพวกจำกัดความรับผิดที่มีหุ้น

รวมกันเกินร้อยละสามสิบของทุนทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้น

(๕)

บริษัทจำกัดที่บุคคลตามวรรคหนึ่ง หรือบุคคลตาม (๑) หรือ (๒) หรือ

ห้างหุ้นส่วนตาม (๓) หรือ (๔)

ถือหุ้นรวมกันเกินร้อยละสามสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้

แล้วทั้งหมดของบริษัทจำกัดนั้น

ในการให้กู้ยืมเงินหรือก่อภาระผูกพันหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันตามวรรค

หนึ่งถ้าบุคคลตามวรรคหนึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทจำกัด

จำนวนเงินที่ให้กู้ยืมหรือก่อภาระ

ผูกพันหรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันรวมกันจะต้องไม่เกินอัตราส่วนกับทุนหรือเงินกองทุนของ

บุคคลนั้นตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับผ่อนผันจากธนาคาร

แห่งประเทศไทย ในการผ่อนผัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเฉพาะธุรกิจเงินทุน

บางประเภท และจะกำหนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้

การกำหนดตามมาตรานี้

จะกำหนดตามประเภทธุรกิจเงินทุนแต่ละประเภท

ก็ได้”

มาตรา ๙

มาตรา ๙ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗๐

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบ

ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๗๐ บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๐

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ วรรคหนึ่ง มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๒ ทวิ มาตรา ๒๓ วรรคหนึ่ง วรรคสอง หรือวรรคสาม มาตรา ๒๓ ทวิ

วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๔ มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ ทวิ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสี่ มาตรา ๒๖ ตรี

วรรค

หนึ่ง มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๓๑

มาตรา ๓๒

มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม มาตรา ๓๗ มาตรา ๕๑ มาตรา

๕๓ มาตรา ๕๔ หรือมาตรา ๕๕

หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งที่กำหนดตาม

มาตรา ๙

มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๒๐ (๑) (๒) (๔) (๕) (๖) (๘) หรือ (๑๑) มาตรา ๒๒ ตรี

มาตรา ๒๓ ทวิ

มาตรา ๒๓ ทวิ มาตรา ๒๖ วรรคสอง มาตรา ๒๖ ทวิ วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง มาตรา ๒๖

ตรี

วรรคสอง มาตรา ๒๖ จัตวา มาตรา ๒๙ ทวิ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสาม มาตรา ๓๗

มาตรา ๕๔

มาตรา ๕๔ (๑) (๔) (๕) (๖) (๘) หรือ (๙) มาตรา ๕๕ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๗ ทวิ มาตรา

๕๗ ตรี หรือมาตรา ๖๕

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขในกฎกระทรวง

ตามมาตรา ๗ วรรคสาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

และปรับอีกไม่เกินวันละ

สามพันบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่ หรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง”

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ ให้ยกเลิกความในวรรคสองของมาตรา ๗๕ แห่ง

พระราชบัญญัติ

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ซึ่งแก้ไข

เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิต

ฟองซิเอร์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“ในกรณีที่บริษัทใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา

๒๐ มาตรา ๒๓ ทวิ

มาตรา ๒๖ ทวิ

มาตรา ๒๖ ทวิ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสี่ มาตรา ๒๖ ตรี วรรคหนึ่ง มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙

มาตรา ๓๐

มาตรา ๓๐ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๕ วรรคหนึ่งหรือวรรคสาม มาตรา

๕๔ หรือมาตรา ๕๕

หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือคำสั่งที่กำหนดตามมาตรา ๙

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ มาตรา ๒๐ (๑) (๒) (๔) (๖) หรือ (๑๑) มาตรา ๒๒ ตรี มาตรา ๒๓ ทวิ มาตรา

๒๖ วรรคสอง มาตรา ๒๖ ทวิ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง มาตรา ๒๙ ทวิ มาตรา ๓๕

วรรคหนึ่ง

หรือวรรคสาม มาตรา ๕๔ (๑) (๔) (๕) (๖) หรือ (๙) มาตรา ๕๕ หรือมาตรา ๕๗ วรรค

หนึ่งหรือวรรคสอง กรรมการ หรือผู้จัดการของบริษัทนั้น หรือบุคคลใดซึ่งรับผิดชอบใน

การดำเนินงานของบริษัทนั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สองปีถึงห้าปี

และปรับตั้งแต่สองแสน

บาทถึงห้าแสนบาท

เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าตนมิได้มีส่วนในการกระทำความผิดของบริษัทนั้น

ด้วย”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ในกรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังมิได้ออกประกาศตาม

มาตรา ๒๙

มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้

หรือออก

ประกาศแล้วแต่ประกาศดังกล่าวยังไม่มีผลใช้บังคับ

ให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิต

ฟองซิเอร์ถือปฏิบัติตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งออกตามมาตรา ๒๙ หรือ

มาตรา ๓๕

มาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจเครดิต

ฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม

พระราชบัญญัติ

การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒

พ.ศ.

๒๕๒๖ ไปพลางก่อน

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัติ

นี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์

ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไข

เพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์

และธุรกิจ

เครดิตฟองซิเอร์และเพิ่มเติมบทบัญญัติใหม่เพื่อขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจเงินทุน

โดย

ให้บริษัทเงินทุนสามารถรับฝากเงินจากประชาชนโดยการออกสมุดคู่ฝากหรือออกบัตรเงินฝาก

ได้ นอกจากนี้

ได้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการกระจายหุ้นให้บุคคลธรรมดารายย่อยเพื่อให้

สอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด

และปรับปรุงข้อกำหนดในเรื่องเงินกองทุน

ของบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางสากลตามข้อเสนอ

ของ BANK FOR

INTERNATIONAL SETTLEMENTS (BIS) ซึ่งเป็นองค์การระหว่างประเทศที่ช่วยพัฒนาและกำกับสถาบันการเงินที่ดำเนินกิจการในตลาดต่างประเทศให้มีความมั่นคงเป็นมาตราฐานเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

พรพิมล/แก้ไข

๒๖ ตุลาคม ๒๕๔๔

A+B (C)

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9b3934db6ae1c48b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com