我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลแม่พูล ตำบลฝายหลวง ตำบลศรีพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2547 (เล่มที่ 4)

子法規・公布 2004-09-03・全 7 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลแม่พูล ตำบลฝายหลวง ตำบลศรีพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ๒๕๔๗[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน “แนวเขตควบคุมอาคาร” หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้ ทิศเหนือ จดเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๓ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๓ บรรจบกับถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๓ เป็นระยะ ๑๐๔ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ บรรจบเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโยธาธิการ อต. ๑๐๐๖ และไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จดแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าไม้ถาวรของชาติ ป่าหมายเลข ๕๙ ทิศตะวันออก จดแนวเขตป่าไม้ถาวรตามมติคณะรัฐมนตรี ป่าไม้ถาวรของชาติ ป่าหมายเลข ๕๙ เส้นขนานระยะ ๑,๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๓ ไปทางทิศใต้ จนจดศูนย์กลางถนน รพช. อต. ๓๓๑๙ และเส้นตรงที่ลากจากศูนย์กลางถนน รพช. อต. ๓๓๑๙ ที่จุดซึ่งเส้นขนานระยะ ๑,๒๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๓ บรรจบกับศูนย์กลางถนน รพช. อต. ๓๓๑๙ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ จนบรรจบกับเส้นแบ่งเขตอำเภอลับแลกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๑ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร และเลียบแนวเส้นแบ่งเขตอำเภอลับแลกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๑ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร ทิศใต้ จดเส้นตรงที่ลากจากเส้นแบ่งเขตอำเภอลับแลกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากเส้นแบ่งเขตอำเภอลับแลกับอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๑ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จนบรรจบกับศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับศูนย์กลางถนนโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ เป็นระยะ ๑,๒๐๐ เมตร และเส้นตรงที่ลากจากศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ ไปทางทิศใต้ ตามแนวถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๗ เป็นระยะ ๑,๒๐๐ เมตร ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ จนบรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ ที่จุดซึ่งถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร และเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ ที่จุดซึ่งอยู่ห่างจากทางถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ เป็นระยะ ๕๐๐ เมตร ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๑๐๔๖ ไปทางทิศเหนือ จนจดแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยช้างและป่าห้วยปู่เจ้า เส้นเลียบแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าห้วยช้างและป่าห้วยปู่เจ้า บรรจบกับเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนโยธาธิการ อต. ๑๐๐๖ เป็นเส้นขนานระยะ ๘๐๐ เมตร กับศูนย์กลางถนนกรมโยธาธิการ อต. ๑๐๐๖ ไปทางทิศเหนือ บรรจบจุดเริ่มต้น ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑/๑

ข้อ ๑/๑[๒] การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง ให้คำนวณเฉพาะพื้นที่อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อประกอบกิจการพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งเท่านั้น โดยไม่ต้องนำพื้นที่เก็บสินค้า พื้นที่สำนักงาน และพื้นที่ส่วนอื่นที่อยู่ภายในอาคารมารวมคำนวณด้วย

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลแม่พูล ตำบลฝายหลวง ตำบลศรีพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ภายในแนวเขตควบคุมอาคารตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

ข้อ ๔

ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

ข้อ ๕

ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗ โภคิน พลกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย [เอกสารแนบท้าย] ๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลแม่พูล ตำบลฝายหลวง ตำบลศรีพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. ๒๕๔๗ (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลแม่พูล ตำบลฝายหลวง ตำบลศรีพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิก และโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ กฎกระทรวงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท พ.ศ. ๒๕๕๙[๓] หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท จำนวน ๑๔๗ ฉบับ แต่กฎกระทรวงดังกล่าวไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์การคิดคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งทำให้เกิดปัญหาความชัดเจนในการคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารดังกล่าว ประกอบกับปัจจุบันได้มีการออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทที่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งจังหวัด โดยมีหลักเกณฑ์การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งในกฎกระทรวงดังกล่าวแล้ว สมควรกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณพื้นที่ใช้สอยอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง เพื่อให้ประชาชนเกิดความชัดเจนในการปฏิบัติตามกฎหมาย และแนวทางการออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทเป็นไปโดยสอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ โชติกานต์/จัดทำ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๓ อรญา/ตรวจ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๕๑ ก/หน้า ๒๒๖ (เล่มที่ ๔)/๓ กันยายน ๒๕๔๗ [๒] ข้อ ๑/๑ เพิ่มโดยกฎกระทรวงแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท พ.ศ. ๒๕๕๙ [๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๘๖ ก/หน้า ๒๒/๓๐ กันยายน ๒๕๕๙

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查