เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย
เรื่อง
การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร
พ.ศ.
๒๕๕๑[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย
ว่าด้วยการติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร
ขึ้นบังคับใช้ในเขตเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖๐
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
และมาตรา ๑๘ มาตรา ๒๐ (๓) และมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๔๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
พุทธศักราช ๒๕๕๐ บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย โดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
จึงตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย
เรื่อง การติดตั้งบ่อดักไขมันบำบัดน้ำเสียในอาคาร พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับภายในเขตเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ยตั้งแต่วันที่ได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ
สำนักงานเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย แล้วเจ็ดวัน
ข้อ ๓ บรรดาเทศบัญญัติ หรือข้อบังคับ กฎ
ระเบียบและคำสั่งอื่นใดของเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย ซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้
ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
อาคาร หมายความว่า ตึก บ้าน
เรือน ร้านค้า ร้านอาหาร สำนักงานหรือ
สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นซึ่งบุคคลอาจเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอยได้
บ่อดักไขมัน หมายความว่า
สิ่งที่ใช้แยกจำพวกน้ำมันและไขมันออกจากน้ำซึ่งผ่านการใช้แล้ว
การระบายน้ำ หมายความว่า
การผันน้ำ การปล่อยน้ำ การเทน้ำ การสาดน้ำ หรือการกระทำอื่นใดที่เป็นการถ่ายเทน้ำ
แหล่งระบายน้ำ หมายความว่า
ทางหรือท่อระบายน้ำ ลำกระโดง ลำราง คู คลอง แม่น้ำ ทะเล และแหล่งน้ำสาธารณะ
แหล่งน้ำธรรมชาติ
และแหล่งน้ำที่เป็นของเอกชนซึ่งมีทางเชื่อมต่อหรือสามารถไหลไปสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือแหล่งน้ำธรรมชาติได้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ย
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ปลัดเทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย พนักงานเทศบาลอื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้ง
ข้อ ๕ เทศบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีการระบายน้ำทิ้งลงหรือไหลไปสู่แหล่งระบายน้ำและยังไม่มีกฎหมายใดกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการกำจัดน้ำมันและไขมันสำหรับอาคารประเภทนั้น
ข้อ ๖ ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารตามข้อ ๕
ติดตั้งบ่อดักไขมันตามมาตรฐานที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศกำหนด
ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่มีการปลูกสร้างใหม่ดำเนินการติดตั้งบ่อดักไขมัน
สำหรับอาคารนั้นให้แล้วเสร็จก่อนเข้าอยู่อาศัยหรือใช้สอย
และหากอาคารใดอยู่ระหว่างการปลูกสร้างใหม่ในวันที่เทศบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับก็ให้ดำเนินการติดตั้งบ่อดักไขมันเช่นเดียวกัน
ข้อ ๗ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑)
เข้าตรวจอาคารและบริเวณที่ตั้งอาคารในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก
(๒)
สั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารที่มีการระบายน้ำทิ้งลงหรือไหลไปสู่แหล่งระบายน้ำดำเนินการติดตั้งบ่อดักไขมันให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวัน
ข้อ ๘ ให้เจ้าของหรือผู้ควบคุมอาคารตามข้อ ๖
ทำการดูแลรักษา
เก็บขนน้ำมันหรือไขมันในบ่อดักไขมันไปกำจัดและซ่อมแซมบำรุงรักษาบ่อดักไขมันให้อยู่ในสภาพที่ใช้การได้ตามปกติ
ข้อ ๙ ผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติตามข้อ
๗ (๑) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
ข้อ ๑๐ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามข้อ
๗ (๒) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาท
และเจ้าพนักงานท้องถิ่นอาจกำหนดให้เสียค่าปรับอีกไม่เกินวันละสองร้อยบาท
นับแต่วันถัดจากวันครบกำหนดระยะเวลาที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่กำหนดให้มีการติดตั้งบ่อดักไขมันเป็นต้นไป
จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ข้อ ๑๑ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นประกาศและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงการปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
ข้อ ๑๒ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจในการพิจารณายกเว้นการปฏิบัติตามเทศบัญญัติตามความจำเป็นและเหมาะสมของอาคารและพื้นที่บางแห่ง
อาทิเช่น พื้นที่บนภูเขา พื้นที่เกษตรกรรม พื้นที่ในชนบท เป็นต้น
ข้อ ๑๓ ให้นายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ยรักษาการตามเทศบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการเป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒
มานพ ประกอบธรรม
นายกเทศมนตรีตำบลตะเคียนเตี้ย
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๖
กันยายน ๒๕๕๓
ณัฐวดี/ตรวจ
๖
กันยายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๓๑ ง/หน้า ๒๗๕/๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).