พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนกรรมสิทธิ์ที่วัด
วัดอู่ลูก (ร้าง) ตำบลสนามชัย
อำเภอเมืองสุพรรณบุรี
จังหวัดสุพรรณบุรี
ให้แก่กรมทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๕๖
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖
เป็นปีที่ ๖๘
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด วัดอู่ลูก (ร้าง) ตำบลสนามชัย
อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมทางหลวง
เพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๔๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๙ (บางบัวทอง) -
บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑ (ชัยนาท) ตอนสุพรรณบุรี - ชัยนาท
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด วัดอู่ลูก (ร้าง) ตำบลสนามชัย
อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่วัด วัดอู่ลูก (ร้าง)
ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๗๐
ตารางวา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ให้แก่กรมทางหลวง
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ยิ่งลักษณ์
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนกรรมสิทธิ์ที่วัด วัดอู่ลูก (ร้าง) ตำบลสนามชัย
อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมทางหลวง พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากกรมทางหลวงได้ทำการสำรวจที่ดินที่จะต้องเวนคืนเพื่อสร้างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๓๔๐ สายแยกทางหลวงหมายเลข ๙ (บางบัวทอง) - บรรจบทางหลวงหมายเลข ๑ (ชัยนาท)
ตอนสุพรรณบุรี - ชัยนาท ตามที่ได้กำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างไว้ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงจังหวัด
สายสุพรรณบุรี ชัยนาท พ.ศ. ๒๕๑๓ เสร็จแล้ว
และปรากฏว่าแนวทางหลวงแผ่นดินสายนี้ ตอน กม. ที่ ๔ + ๐๔๖ - กม. ที่ ๔ + ๒๐๖
ถูกที่วัด วัดอู่ลูก (ร้าง) ตำบลสนามชัย อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
เนื้อที่ ๑ ไร่ ๑ งาน ๗๐ ตารางวา ตามโฉนดที่ดิน เลขที่ ๑๖๓๘๕
ซึ่งกรมทางหลวงได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
เพื่อขอโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง
และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้อง
และกรมทางหลวงได้ชำระค่าผาติกรรมเป็นค่าทดแทนแล้ว
สมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่วัดดังกล่าวให้แก่กรมทางหลวง จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๘ ตุลาคม ๒๕๕๖
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๘ ตุลาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๘๖ ก/หน้า ๗/๒ ตุลาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).