กฎกระทรวง
กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด
หรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนบปริง
ตำบลถ้ำน้ำผุด
ตำบลท้ายช้าง
ตำบลตากแดด และตำบลเกาะปันหยี
อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา
พ.ศ.
๒๕๔๗[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
พ.ศ. ๒๕๒๒ และมาตรา ๘ (๑๐) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๔๓
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง หมายความว่า
อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการขายปลีก หรือขายส่ง หรือทั้งขายปลีกและขายส่ง
ซึ่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข และอาคารที่มีกิจกรรมหลักเพื่อใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผล
หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน
บริเวณที่ ๑ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ
เริ่มจากจุดบรรจบของแนวเขตตำบลนบปริงกับแนวเส้นตั้งฉากกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม)
ตรงจุดที่อยู่ห่างจากจุดบรรจบของถนนกรมโยธาธิการ หมายเลข พง.
๒๐๐๖ (บ้านนางิ้ว - สระนางมโนราห์) กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ตามแนวทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร
จากนั้นเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันออก จนบรรจบแนวเขตป่าเขาทอยและป่านางหงส์
ทิศตะวันออก ตามแนวเขตป่าเขาทอยและป่านางหงส์
จนบรรจบแนวเขตตำบลถ้ำน้ำผุดกับตำบลบางเตย
ทิศใต้ ตามแนวเส้นแบ่งเขตตำบลถ้ำน้ำผุดกับตำบลบางเตยและตำบลถ้ำน้ำผุดกับตำบลเกาะปันหยี
จนบรรจบจุดกึ่งกลางคลองเกาะปันหยี จากนั้นเป็นเส้นตรงไปทางทิศตะวันตกจนบรรจบแนวฝั่งคลองเกาะปันหยี
และลากเส้นไปทางทิศใต้ตามแนวฝั่งคลองเกาะปันหยีและไปทางทิศตะวันตก ตามแนวฝั่งเหนือของคลองหลังด่านจนบรรจบกับแนวเส้นขนานกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๔๑๔๔ และเป็นเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔๑๔๔ ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือและทิศเหนือจนบรรจบจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๔ (ถนนเพชรเกษม)
ทิศตะวันตก
จากจุดตัดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ลากเส้นตั้งฉากกับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข
๔ (ถนนเพชรเกษม) เป็นระยะ ๓๐๐ เมตร
จากนั้นเป็นเส้นขนานระยะ ๓๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จนบรรจบแนวเขตตำบลตากแดดกับตำบลถ้ำน้ำผุด
เลียบตามแนวเส้นแบ่งเขตตำบลถ้ำน้ำผุดกับตำบลตากแดด ตำบลถ้ำน้ำผุดกับตำบลป่ากอ
และตำบลนบปริงกับตำบลป่ากอ ไปจนบรรจบกับจุดเริ่มต้น
เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒
บริเวณที่ ๒ หมายความว่า
พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้
ทิศเหนือ จดสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพังงา
ทิศตะวันออก จดเส้นขนานกับถนนเทศบาลบำรุง
ฟากตะวันออก เป็นระยะ ๒๐๐ เมตร
ทิศใต้ จดแนวตั้งฉากกับถนนเทศบาลบำรุง
ซึ่งอยู่ห่างจากจุดตัดของศูนย์กลางถนนเจริญราษฎร์กับถนนเทศบาลบำรุง ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวถนนเทศบาลบำรุง
เป็นระยะ ๘๐๐ เมตร
ทิศตะวันตก จดถนนเทศบาลบำรุง ฟากตะวันออก
ไปจนบรรจบกับจุดเริ่มต้น
ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ
สถาบันการศึกษา และศาสนสถาน
ทั้งนี้
ตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนบปริง
ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลท้ายช้าง ตำบลตากแดด และตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา
ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและประเภท
ดังต่อไปนี้
(๑)
ภายในบริเวณที่ ๑ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป
(๒)
ภายในบริเวณที่ ๒ ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคาร ดังต่อไปนี้
(ก)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังเกิน
๑,๐๐๐ ตารางเมตร
(ข)
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่
๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งนั้นเป็นไปตามข้อกำหนด
ดังต่อไปนี้
๑. ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า
๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร
และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า
๒. แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่
๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
๓. มีที่ว่างไม่น้อยกว่า ๗๐ ใน ๑๐๐
ส่วนของพื้นที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๔.
มีค่าสูงสุดของอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมกันทุกชั้นของอาคารทุกหลังต่อพื้นที่ที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน
๑.๕ ต่อ ๑
๕. มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน
หรือบริเวณปลูกต้นไม้
หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่น้อยกว่าร้อยละ
๒๐
๖. มีที่ว่างด้านหน้าของอาคารห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า
๕๐ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๗. มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร
ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร
๘. อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร
ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ
ศาสนสถาน โบราณสถาน หรือสถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว
๙. มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน
ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐
ตารางเมตร
๑๐. ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะ ไม่น้อยกว่า
๑๐ เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔
เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร
ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว ไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร
และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก
ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒
ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใด ๆ
ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒
ข้อ ๔ อาคารที่มีอยู่แล้วในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ
๒ ก่อนหรือในวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ
๒
ข้อ ๕ อาคารที่ได้รับใบอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร หรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้นก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
และยังก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้
แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อกฎกระทรวงนี้ไม่ได้
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๗
โภคิน พลกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง
ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนบปริง
ตำบลถ้ำน้ำผุด ตำบลท้ายช้าง ตำบลตากแดด และตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา พ.ศ. ๒๕๔๗
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนบปริง
ตำบลถ้ำน้ำพุด ตำบลท้ายช้าง ตำบลตากแดด และตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมืองพังงา
จังหวัดพังงา ลงวันที่ ๒ กันยายน ๒๕๔๖ ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๕ กันยายน
๒๕๔๖ เป็นต้นมา แต่มาตรา ๑๓ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า
ถ้าไม่มีการออกกฎกระทรวงหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ประกาศนั้นมีผลใช้บังคับ
ให้ประกาศดังกล่าวเป็นอันยกเลิกและโดยที่สมควรห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง
หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในบริเวณดังกล่าวต่อไป
เพื่อประโยชน์ในด้านการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การผังเมือง และการอำนวยความสะดวกแก่การจราจร
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศุภชัย/พิมพ์
๒๐ พฤษภาคม ๒๕๔๘
ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ
๓๑ พฤษภาคม ๒๕๔๘
ศรินรัตน์/ปรับปรุง
๒ ตุลาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๗ ตุลาคม ๒๕๖๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๕๑ ก/หน้า ๒๕๐ (เล่มที่ ๒)/๓ กันยายน ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).