กฎ ก
กฎ ก.ตร.
ว่าด้วยการโอนข้าราชการซึ่งไม่ใช่ข้าราชการตำรวจ
หรือการโอนพนักงานขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น
มาบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ
พ.ศ. ๒๕๔๗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๑ (๒) และมาตรา ๖๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๗ และมติ ก.ตร. ในการประชุมครั้งที่
๕/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๔๗ ก.ตร. จึงออกกฎ ก.ตร. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.ตร. นี้
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒
ข้าราชการหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีความประสงค์ขอโอนมารับราชการตำรวจตามมาตรา
๖๓ (๑) ในหน่วยงานใดให้ยื่นคำขอตามแบบท้ายกฎ ก.ตร. นี้
ข้อ ๓
ผู้ที่จะโอนมารับราชการตำรวจ
ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๔๘
และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามที่ ก.ตร. กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๕
หรือได้รับอนุมัติจาก ก.ตร. ตามมาตรา ๕๙
ข้อ ๔
ให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงานที่มีผู้ยื่นคำขอโอน
พิจารณารับโอนโดยคำนึงถึงอายุตัว อายุราชการ ความรู้ความสามารถ ประสบการณ์
ความชำนาญงานของผู้ขอโอนเปรียบเทียบกับข้าราชการตำรวจผู้รับราชการในหน่วยงาน
และประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับเป็นสำคัญ
เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการรับโอนผู้นั้นมารับราชการทางสังกัดแล้วจะเกิดประโยชน์ต่อทางราชการ
ให้เสนอตำแหน่งชั้นยศ และอัตราเงินเดือนที่จะใช้รองรับการโอน
พร้อมทั้งรวบรวมรายละเอียดข้อมูล หลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับประวัติการรับราชการ
และประวัติส่วนตัว หน้าที่การงานของตำแหน่งที่จะรับโอน
เหตุผลความจำเป็นที่ต้องรับโอน ไปให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณา
ข้อ ๕
การพิจารณาเกี่ยวกับ ตำแหน่ง ชั้นยศ
และอัตราเงินเดือนที่จะรับโอนมาบรรจุแต่งตั้งเป็นข้าราชการตำรวจ ให้พิจารณาดังนี้
(๑)
ตำแหน่ง ให้พิจารณาตำแหน่งที่จะรับโอนมาบรรจุและแต่งตั้ง
ตามเหตุผลความจำเป็นของการรับโอน
(๒)
ชั้นยศ
ให้พิจารณาว่าหากผู้ขอโอนเข้ารับราชการเป็นข้าราชการตำรวจมาตั้งแต่เริ่มแรกจนถึงวันที่จะรับโอนมาเป็นข้าราชการตำรวจ
ควรจะได้รับยศชั้นใดก็ให้รับยศนั้น ในกรณีที่เป็นการรับโอนข้าราชการทหาร
ให้รับโอนมาโดยได้รับยศเทียบเท่ากับยศทางทหารที่ได้รับอยู่เดิมก่อนโอน
(๓)
เงินเดือน
ให้ได้รับอัตราเงินเดือนไม่สูงกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับขณะรับราชการทางสังกัดเดิมก่อนโอน
ข้อ ๖
เพื่อประโยชน์ในการนับเวลาราชการ
ให้ถือเวลาราชการหรือเวลาทำงานของผู้ที่จะขอโอนในขณะที่เป็นข้าราชการประเภทอื่นหรือพนักงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นเวลาราชการของข้าราชการตำรวจตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๗
พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ
รองนายกรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธานกรรมการข้าราชการตำรวจ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แบบคำขอโอนมารับราชการตำรวจตามมาตรา ๖๓ (๑)
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ภูวนนท์/ผู้จัดทำ
๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓
พัสสน/ผู้ตรวจ
๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๑๙ ก/หน้า ๑๖/๔ พฤษภาคม ๒๕๔๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).