法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2562

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

แบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ.

๒๕๖๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.

๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๑

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

มีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนแม่บท กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศและขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ

จัดทำผังน้ำ บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ แผนงาน โครงการ งบประมาณ

ประสานความร่วมมือด้านต่างประเทศเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ และติดตามประเมินผลการบริหารทรัพยากรน้ำ

โดยให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) รับผิดชอบงานธุรการของ

กนช. คณะกรรมการลุ่มน้ำ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๒) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ

กนช. ในการจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

การให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการ แผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ

และแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำต่าง

(๓) จัดทำผังน้ำเสนอ กนช.

เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

(๔) ประสานการดำเนินงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ

หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ

(๕) รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล

ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ

กนช.

(๖) ให้คำแนะนำและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำตามที่ได้รับการร้องขอ

(๗) อำนวยการและกำกับดูแลโครงการสำคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำที่จำเป็นต้องมีการประสานการทำงานหลายหน่วยงาน

(๘) ติดตาม ประเมินผล

และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ

และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำ และรายงานต่อ กนช.

(๙) กำกับดูแลและบริหารจัดการระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ

(๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน

ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้

การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ

(๑๑) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ

(๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักงานเลขาธิการ

(๒) กองกฎหมาย

(๓) กองการต่างประเทศ

(๔) กองนโยบายและแผนแม่บท

(๕) กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ

(๖) กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ

(๗) ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ

(๘) - (๑๑) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค

๑ - ๔

(๑๒) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน

รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร

การเงิน และการบัญชีของสำนักงาน

(๒)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์

มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ

โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่เลขาธิการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน

(๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน

(๓) ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง

ๆ และหน่วยงานภายในสำนักงาน

(๔)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

และการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรมในสำนักงาน

รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) เสนอแนะแก่เลขาธิการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในสำนักงาน

รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเสนอต่อเลขาธิการ

(๒) ประสานงาน เร่งรัด และกำกับให้ส่วนราชการในสำนักงานดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ

(๓)

รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน

และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๔)

คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

(๕) ประสานงาน เร่งรัด

และติดตามเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (๓) และ (๔) และร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๖) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสำนักงานและการคุ้มครองจริยธรรม

เสนอต่อเลขาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๗)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สำนักงานเลขาธิการ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป

และปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงาน

(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของสำนักงาน

(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน

การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่และยานพาหนะของสำนักงาน

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ

งานเลขานุการ และงานประสานราชการของสำนักงาน

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมและผลงานของสำนักงาน

(๖)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กองกฎหมาย มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการด้านกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ

(๒) ศึกษา วิเคราะห์

และวิจัยงานด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ

เพื่อเสนอให้มีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำทั้งในภาพรวมของประเทศและระดับลุ่มน้ำ

(๓) สนับสนุนการดำเนินงานด้านกฎหมาย

กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มาตรการ ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ

เพื่อการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ กนช. คณะกรรมการลุ่มน้ำ

และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา

งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่งและอาญา งานคดีปกครอง

และงานคดีอื่นที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน

(๕) ให้คำปรึกษาและเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานตามกฎหมาย

กฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

(๖)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กองการต่างประเทศ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑)

ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อเสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท บทบาท และท่าทีของประเทศไทยเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างประเทศ

(๒) เป็นหน่วยงานกลางประสานงานและกำหนดบทบาทของหน่วยงานปฏิบัติในการดำเนินความร่วมมือ

การประชุมเจรจา และการจัดทำความตกลงด้านทรัพยากรน้ำกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ

(๓)

ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย และคณะกรรมการระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำของฝ่ายไทย

(๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามความร่วมมือระหว่างประเทศ

พันธกรณีของอนุสัญญา พิธีสาร

และความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย

และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านทรัพยากรน้ำกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ

ตลอดจนให้คำปรึกษา แนะนำ เผยแพร่และถ่ายทอดให้แก่หน่วยงานปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้อง

(๖) ดำเนินการด้านวิเทศสัมพันธ์และจัดทำแผนงานสนับสนุนการประชุมระหว่างประเทศ

(๗)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กองนโยบายและแผนแม่บท มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ

(๒) ศึกษา

วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา ถ่ายทอด และเผยแพร่ความรู้และนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำในมิติวิศวกรรม

เศรษฐกิจ สังคม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะสมสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ

(๓) เสนอแนะแนวทาง กรอบแผนงาน

และมาตรการในการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ

(๔) กำหนดหลักเกณฑ์ กลั่นกรอง

และจัดลำดับความสำคัญ เพื่อกำหนดพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ หรือการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ

(๕) อำนวยการและกำกับดูแลโครงการสำคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนตามแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันโครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมาย

(๖) ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง กำหนดแนวทาง

ติดตาม ประเมินผล และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานตามนโยบาย แผนแม่บท

โครงการสำคัญระดับชาติ และโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป

(๗) ศึกษา วิเคราะห์ ติดตาม

และประเมินผลการพัฒนา การบริหารจัดการ และการดำเนินการขององค์กรและหน่วยงานด้านการจัดการน้ำทุกระดับ

เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกลไกการจัดการและการขับเคลื่อนนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๘) ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์

และวิจัยข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม

(๒) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัย

เพื่อกำหนดกรอบหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามลุ่มน้ำ และกำหนดแนวทางการจัดสรรทรัพยากรน้ำระดับลุ่มน้ำและระดับประเทศ

(๓) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ

กนช. เกี่ยวกับการอนุญาตการใช้น้ำและการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม รวมทั้งติดตามการใช้น้ำประเภทที่สาม

(๔)

กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กนช. เกี่ยวกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง

และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(๕)

เสนอแนะนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะวิกฤติ

(๖) อำนวยการ

กำกับ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และประสานแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำให้เป็นไปตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๗) ประสาน ช่วยเหลือ สนับสนุน

และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำ

รวมทั้งการจัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน

ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ

การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ

(๙)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ

มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทาง

หลักเกณฑ์ในการจัดทำโครงการและงบประมาณแบบบูรณาการภายใต้แผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๒)

กลั่นกรองและบูรณาการโครงการและแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๓) จัดทำแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๔) ประสาน ติดตาม ตรวจสอบ

และประเมินผลการดำเนินการภายใต้แผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๕) ประสาน

ติดตาม พิจารณา และเสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงานและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ

ทั้งในส่วนของงบประมาณและแหล่งเงินอื่น ๆ โครงการสำคัญระดับชาติ หรือโครงการเร่งด่วนที่จำเป็นต้องมีการประสานการทำงานหลายหน่วยงาน

และโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๖) ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) ศึกษา

วิจัย วิเคราะห์ และคาดการณ์ข้อมูลอากาศ รวมทั้งพยากรณ์สถานการณ์น้ำเพื่อสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

(๒) ศึกษา วิจัย วิเคราะห์ ออกแบบ

และพัฒนาระบบคลังข้อมูลบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กำหนดมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ

และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เพื่อสนับสนุนการบริหารทรัพยากรน้ำและการตัดสินใจของ กนช. และคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(๓)

เป็นศูนย์อำนวยการข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน

และเตือนภัยสถานการณ์น้ำ

(๔) ติดตามและจัดทำรายงานสถานการณ์น้ำของประเทศ

(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน

(๖) จัดทำผังน้ำ และฐานข้อมูลต่าง

ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิสารสนเทศผังน้ำ

(๗) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังน้ำแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

(๘) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลภูมิสารสนเทศทรัพยากรน้ำ

เพื่อใช้ในการสื่อสารการนำเสนอข้อมูล และสนับสนุนการบริหารทรัพยากรน้ำ

(๙) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย

และออกแบบการจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนแหล่งน้ำ ทะเบียนผู้ใช้น้ำประเภทต่าง ๆ

และทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำ

(๑๐) ศึกษา วิจัย

และพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำเดียวกัน

(๑๑)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค ๑ - ๔

มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการลุ่มน้ำและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๒) ศึกษา วิเคราะห์

และวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำแผนแม่บทการใช้

การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ

(๓) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้

การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

และกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางน้ำในเขตลุ่มน้ำเพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทการใช้

การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ

(๔)

กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำเกี่ยวกับการอนุญาตการใช้น้ำและการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สอง

(๕) ส่งเสริมและติดตามการใช้น้ำประเภทที่สองในเขตลุ่มน้ำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(๖) เสนอมาตรการป้องกันการขัดแย้งและแนวทางการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้ำในเขตลุ่มน้ำต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำ

(๗)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้

(๑)

ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของ กนช. และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๒)

ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามภารกิจของ กนช. และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๓) ส่งเสริม สนับสนุน

และติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง

(๔)

ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย

ให้ไว้

ณ วันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒

พลเอก

ประยุทธ์ จันทร์โอชา

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่ปัจจุบันพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.

๒๕๖๑ ได้มีผลใช้บังคับ ทำให้ภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น

สมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพงานที่เปลี่ยนแปลงไปอันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ปุณิกา/จัดทำ

สิงหาคม ๒๕๖๒

วิชพงษ์/ตรวจ

๑๔

สิงหาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๔/๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2562 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9db317f5dd0a1520

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com