กฎกระทรวง
แบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรี
พ.ศ.
๒๕๖๒[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ ฉ
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.
๒๕๔๓ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
สำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. ๒๕๖๑
ข้อ ๒ ให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
มีภารกิจเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย จัดทำแผนแม่บท กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำของประเทศและขับเคลื่อนไปสู่การปฏิบัติ
จัดทำผังน้ำ บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ แผนงาน โครงการ งบประมาณ
ประสานความร่วมมือด้านต่างประเทศเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ และติดตามประเมินผลการบริหารทรัพยากรน้ำ
โดยให้มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบงานธุรการของ
กนช. คณะกรรมการลุ่มน้ำ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๒) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ
กนช. ในการจัดทำนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
การให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการ แผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการ
และแผนแม่บทการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำต่าง
ๆ
(๓) จัดทำผังน้ำเสนอ กนช.
เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
(๔) ประสานการดำเนินงานกับคณะกรรมการลุ่มน้ำ
หน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ
(๕) รวบรวมและจัดเตรียมข้อมูล
ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการใด ๆ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของ
กนช.
(๖) ให้คำแนะนำและสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
รวมทั้งการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำตามที่ได้รับการร้องขอ
(๗) อำนวยการและกำกับดูแลโครงการสำคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำที่จำเป็นต้องมีการประสานการทำงานหลายหน่วยงาน
(๘) ติดตาม ประเมินผล
และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ
และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำ และรายงานต่อ กนช.
(๙) กำกับดูแลและบริหารจัดการระบบสารสนเทศทรัพยากรน้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ
(๑๐) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน
ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้
การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
(๑๑) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจ
(๑๒) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่กฎหมายกำหนดให้เป็นหน้าที่และอำนาจของสำนักงานหรือตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๓ ให้แบ่งส่วนราชการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานเลขาธิการ
(๒) กองกฎหมาย
(๓) กองการต่างประเทศ
(๔) กองนโยบายและแผนแม่บท
(๕) กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ
(๖) กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ
(๗) ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ
(๘) - (๑๑) สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค
๑ - ๔
(๑๒) สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ข้อ ๔ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ให้มีกลุ่มตรวจสอบภายใน เพื่อทำหน้าที่หลักในการตรวจสอบการดำเนินงานภายในสำนักงานและสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงาน
รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการตรวจสอบด้านการบริหาร
การเงิน และการบัญชีของสำนักงาน
(๒)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๕ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้มีกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร
เพื่อทำหน้าที่หลักในการพัฒนาการบริหารของสำนักงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์
มีประสิทธิภาพ และคุ้มค่า รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ
โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะและให้คำปรึกษาแก่เลขาธิการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน
(๒) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการภายในสำนักงาน
(๓) ประสานและดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบราชการร่วมกับหน่วยงานกลางต่าง
ๆ และหน่วยงานภายในสำนักงาน
(๔)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๖ ในสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
ให้มีศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต เพื่อทำหน้าที่หลักในการบูรณาการและขับเคลื่อนแผนการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
และการส่งเสริมคุ้มครองจริยธรรมในสำนักงาน
รับผิดชอบงานขึ้นตรงต่อเลขาธิการ โดยมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) เสนอแนะแก่เลขาธิการเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในสำนักงาน
รวมทั้งจัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของส่วนราชการให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ และนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องเสนอต่อเลขาธิการ
(๒) ประสานงาน เร่งรัด และกำกับให้ส่วนราชการในสำนักงานดำเนินการตามแผนปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
(๓)
รับข้อร้องเรียนเรื่องการทุจริต การปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของเจ้าหน้าที่ในสำนักงาน
และส่งต่อไปยังส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๔)
คุ้มครองจริยธรรมตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน
(๕) ประสานงาน เร่งรัด
และติดตามเกี่ยวกับการดำเนินการตาม (๓) และ (๔) และร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบกับส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๖) ติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของสำนักงานและการคุ้มครองจริยธรรม
เสนอต่อเลขาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(๗)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๗ สำนักงานเลขาธิการ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป
และปฏิบัติงานสารบรรณของสำนักงาน
(๒) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบงานและบริหารงานบุคคลของสำนักงาน
(๓) ดำเนินการเกี่ยวกับการเงิน
การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่และยานพาหนะของสำนักงาน
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการ
งานเลขานุการ และงานประสานราชการของสำนักงาน
(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับงานประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจกรรมและผลงานของสำนักงาน
(๖)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๘ กองกฎหมาย มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการด้านกฎหมายตามกฎหมายว่าด้วยทรัพยากรน้ำ
(๒) ศึกษา วิเคราะห์
และวิจัยงานด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ
เพื่อเสนอให้มีการปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำทั้งในภาพรวมของประเทศและระดับลุ่มน้ำ
(๓) สนับสนุนการดำเนินงานด้านกฎหมาย
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง มาตรการ ตลอดจนหลักเกณฑ์และวิธีการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ
เพื่อการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจของ กนช. คณะกรรมการลุ่มน้ำ
และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๔) ดำเนินการเกี่ยวกับงานนิติกรรมและสัญญา
งานเกี่ยวกับความรับผิดทางแพ่งและอาญา งานคดีปกครอง
และงานคดีอื่นที่อยู่ในหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน
(๕) ให้คำปรึกษาและเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานตามกฎหมาย
กฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
(๖)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๙ กองการต่างประเทศ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑)
ศึกษาและวิเคราะห์เพื่อเสนอแนะนโยบาย แผนแม่บท บทบาท และท่าทีของประเทศไทยเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำระหว่างประเทศ
(๒) เป็นหน่วยงานกลางประสานงานและกำหนดบทบาทของหน่วยงานปฏิบัติในการดำเนินความร่วมมือ
การประชุมเจรจา และการจัดทำความตกลงด้านทรัพยากรน้ำกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ
(๓)
ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย และคณะกรรมการระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำของฝ่ายไทย
(๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามความร่วมมือระหว่างประเทศ
พันธกรณีของอนุสัญญา พิธีสาร
และความตกลงระหว่างประเทศด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
(๕) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย
และแลกเปลี่ยนความรู้ ข้อมูล เทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านทรัพยากรน้ำกับต่างประเทศและองค์การระหว่างประเทศ
ตลอดจนให้คำปรึกษา แนะนำ เผยแพร่และถ่ายทอดให้แก่หน่วยงานปฏิบัติและผู้เกี่ยวข้อง
(๖) ดำเนินการด้านวิเทศสัมพันธ์และจัดทำแผนงานสนับสนุนการประชุมระหว่างประเทศ
(๗)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๐ กองนโยบายและแผนแม่บท มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบายและจัดทำแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำในภาพรวมของประเทศ
(๒) ศึกษา
วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา ถ่ายทอด และเผยแพร่ความรู้และนวัตกรรมการบริหารจัดการน้ำในมิติวิศวกรรม
เศรษฐกิจ สังคม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม ที่เหมาะสมสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ชาติ
(๓) เสนอแนะแนวทาง กรอบแผนงาน
และมาตรการในการจัดทำแผนปฏิบัติการจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ
(๔) กำหนดหลักเกณฑ์ กลั่นกรอง
และจัดลำดับความสำคัญ เพื่อกำหนดพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ หรือการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ
(๕) อำนวยการและกำกับดูแลโครงการสำคัญระดับชาติหรือโครงการเร่งด่วนตามแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันโครงการสำคัญให้บรรลุเป้าหมาย
(๖) ศึกษา วิเคราะห์ กลั่นกรอง กำหนดแนวทาง
ติดตาม ประเมินผล และให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการดำเนินงานตามนโยบาย แผนแม่บท
โครงการสำคัญระดับชาติ และโครงการเร่งด่วนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
ให้สอดคล้องกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป
(๗) ศึกษา วิเคราะห์ ติดตาม
และประเมินผลการพัฒนา การบริหารจัดการ และการดำเนินการขององค์กรและหน่วยงานด้านการจัดการน้ำทุกระดับ
เพื่อเสนอแนะแนวทางการปรับปรุงกลไกการจัดการและการขับเคลื่อนนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๘) ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๑ กองบริหารจัดการลุ่มน้ำ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์
และวิจัยข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ เพื่อวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งในภาวะน้ำแล้งและภาวะน้ำท่วม
(๒) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัย
เพื่อกำหนดกรอบหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำข้ามลุ่มน้ำ และกำหนดแนวทางการจัดสรรทรัพยากรน้ำระดับลุ่มน้ำและระดับประเทศ
(๓) กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ
กนช. เกี่ยวกับการอนุญาตการใช้น้ำและการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สาม รวมทั้งติดตามการใช้น้ำประเภทที่สาม
(๔)
กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อ กนช. เกี่ยวกับแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำแล้ง
และแผนป้องกันและแก้ไขภาวะน้ำท่วมของคณะกรรมการลุ่มน้ำ
(๕)
เสนอแนะนโยบายและมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในภาวะวิกฤติ
(๖) อำนวยการ
กำกับ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และประสานแผนบริหารจัดการลุ่มน้ำให้เป็นไปตามนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๗) ประสาน ช่วยเหลือ สนับสนุน
และให้คำแนะนำแก่คณะกรรมการลุ่มน้ำ หน่วยงานของรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเกี่ยวกับการบริหารจัดการลุ่มน้ำ
รวมทั้งการจัดการข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๘) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคเอกชน
ประชาชน และชุมชนที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในด้านการใช้ การพัฒนา การบริหารจัดการ
การฟื้นฟู การอนุรักษ์ และการดำเนินการอื่นใดเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำ
(๙)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๒ กองวิเคราะห์โครงการและงบประมาณ
มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทาง
หลักเกณฑ์ในการจัดทำโครงการและงบประมาณแบบบูรณาการภายใต้แผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๒)
กลั่นกรองและบูรณาการโครงการและแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้านทรัพยากรน้ำของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๓) จัดทำแผนงบประมาณการบริหารทรัพยากรน้ำแบบบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๔) ประสาน ติดตาม ตรวจสอบ
และประเมินผลการดำเนินการภายใต้แผนแม่บทเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๕) ประสาน
ติดตาม พิจารณา และเสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงานและแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ
ทั้งในส่วนของงบประมาณและแหล่งเงินอื่น ๆ โครงการสำคัญระดับชาติ หรือโครงการเร่งด่วนที่จำเป็นต้องมีการประสานการทำงานหลายหน่วยงาน
และโครงการต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรน้ำของหน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๖) ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๓ ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) ศึกษา
วิจัย วิเคราะห์ และคาดการณ์ข้อมูลอากาศ รวมทั้งพยากรณ์สถานการณ์น้ำเพื่อสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
(๒) ศึกษา วิจัย วิเคราะห์ ออกแบบ
และพัฒนาระบบคลังข้อมูลบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ กำหนดมาตรฐานข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
และเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อสนับสนุนการบริหารทรัพยากรน้ำและการตัดสินใจของ กนช. และคณะกรรมการลุ่มน้ำ
(๓)
เป็นศูนย์อำนวยการข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เพื่อติดตาม เฝ้าระวัง ป้องกัน
และเตือนภัยสถานการณ์น้ำ
(๔) ติดตามและจัดทำรายงานสถานการณ์น้ำของประเทศ
(๕) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้บริการและพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน
(๖) จัดทำผังน้ำ และฐานข้อมูลต่าง
ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิสารสนเทศผังน้ำ
(๗) ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังน้ำแก่หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(๘) ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อมูลภูมิสารสนเทศทรัพยากรน้ำ
เพื่อใช้ในการสื่อสารการนำเสนอข้อมูล และสนับสนุนการบริหารทรัพยากรน้ำ
(๙) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย
และออกแบบการจัดทำฐานข้อมูลทะเบียนแหล่งน้ำ ทะเบียนผู้ใช้น้ำประเภทต่าง ๆ
และทะเบียนองค์กรผู้ใช้น้ำ
(๑๐) ศึกษา วิจัย
และพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยีสารสนเทศทรัพยากรน้ำ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรน้ำดำเนินงานให้เป็นไปตามมาตรฐานและข้อมูลสารสนเทศทรัพยากรน้ำเดียวกัน
(๑๑)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๔ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค ๑ - ๔
มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑) รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการลุ่มน้ำและคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๒) ศึกษา วิเคราะห์
และวิจัยเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำเพื่อใช้ประกอบการพิจารณาจัดทำแผนแม่บทการใช้
การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ
(๓) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้ใช้น้ำในการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวกับการใช้
การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟูและการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ
และกฎหมายที่เกี่ยวกับการควบคุมมลพิษทางน้ำในเขตลุ่มน้ำเพื่อให้เป็นไปตามแผนแม่บทการใช้
การพัฒนา การบริหารจัดการ การบำรุงรักษา การฟื้นฟู และการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำ
(๔)
กลั่นกรองและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำเกี่ยวกับการอนุญาตการใช้น้ำและการเพิกถอนใบอนุญาตการใช้น้ำประเภทที่สอง
(๕) ส่งเสริมและติดตามการใช้น้ำประเภทที่สองในเขตลุ่มน้ำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการลุ่มน้ำ
(๖) เสนอมาตรการป้องกันการขัดแย้งและแนวทางการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างผู้ใช้น้ำในเขตลุ่มน้ำต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำ
(๗)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ข้อ ๑๕ สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
มีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้
(๑)
ปฏิบัติงานในฐานะฝ่ายเลขานุการของ กนช. และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๒)
ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงานตามภารกิจของ กนช. และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๓) ส่งเสริม สนับสนุน
และติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการลุ่มน้ำ และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง
(๔)
ปฏิบัติงานอื่นตามที่เลขาธิการมอบหมาย
ให้ไว้
ณ วันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒
พลเอก
ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่ปัจจุบันพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ.
๒๕๖๑ ได้มีผลใช้บังคับ ทำให้ภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเพิ่มมากขึ้น
สมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและหน้าที่และอำนาจของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อให้สอดคล้องกับภารกิจที่เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับสภาพงานที่เปลี่ยนแปลงไปอันจะทำให้การปฏิบัติภารกิจตามหน้าที่และอำนาจมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปุณิกา/จัดทำ
๙
สิงหาคม ๒๕๖๒
วิชพงษ์/ตรวจ
๑๔
สิงหาคม ๒๕๖๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖/ตอนที่ ๘๒ ก/หน้า ๔/๙ กรกฎาคม ๒๕๖๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).