มาตรา ๕ ให้จัดตั้งกองทุนขึ้นกองทุนหนึ่งในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เรียกว่า “กองทุนยุติธรรม” มีฐานะเป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสําหรับใช้จ่ายเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนในการดําเนินคดี การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจําเลย การถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน และการให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
มาตรา ๖ ให้กองทุนมีอํานาจกระทํากิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕ และอํานาจเช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑) ถือกรรมสิทธิ์ มีสิทธิครอบครอง และมีทรัพยสิทธิต่าง ๆ
(๒) ก่อตั้งสิทธิหรือกระทํานิติกรรมใด ๆ
(๓) กระทําการอื่นใดที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องในการจัดการให้สําเร็จตามวัตถุประสงค์ของกองทุน
มาตรา ๗ กองทุนประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน ดังต่อไปนี้
(๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมาตามมาตรา ๔๐
(๒) เงินอุดหนุนที่ได้รับจากรัฐบาลหรือเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจําปี
(๓) เงินที่ได้รับตามมาตรา ๘
(๔) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่กองทุน
(๕) ดอกผลของเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
(๖) เงินหรือทรัพย์สินอื่นใดที่กองทุนได้รับไม่ว่ากรณีใด
เงินและทรัพย์สินของกองทุนไม่ต้องส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน
มาตรา ๘ ให้กองทุนมีรายได้จากเงินที่ศาลสั่งบังคับกรณีผิดสัญญาประกันต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ค่าธรรมเนียมศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และค่าปรับตามคําพิพากษาในคดีอาญา ทั้งนี้ ในอัตราไม่เกินร้อยละห้าของจํานวนเงินเฉพาะส่วนที่นําส่งคลังโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
มาตรา ๙ เงินกองทุนให้ใช้จ่ายเพื่อกิจการ ดังต่อไปนี้
(๑) การช่วยเหลือประชาชนในการดําเนินคดี
(๒) การขอปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจําเลย
(๓) การช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน
(๔) การให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชน
(๕) การดําเนินงานกองทุนหรือการบริหารกองทุน และกิจการอื่นที่เกี่ยวกับหรือเกี่ยวเนื่องกับการจัดกิจการของกองทุน
มาตรา ๑๐ ในกิจการของกองทุนที่เกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอก ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้แทนกองทุน เพื่อการนี้ ปลัดกระทรวงยุติธรรมจะมอบหมายให้บุคคลใดปฏิบัติงานในเรื่องใดแทนก็ได้ แต่ต้องเป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๑๑ ให้จัดตั้งสํานักงานกองทุนยุติธรรมขึ้นในสํานักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ทําหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการให้กับกองทุน คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทํางาน หรือบุคคลที่คณะกรรมการแต่งตั้งตามพระราชบัญญัตินี้ รวมทั้งให้มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) รับคําขอรับความช่วยเหลือตามพระราชบัญญัตินี้
(๒) เสนอความเห็นประกอบคําขอตาม (๑) เพื่อเสนอให้คณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้องพิจารณา
(๓) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และหน่วยงานเอกชนในการดําเนินงานของกองทุน
(๔) รับเงิน จ่ายเงิน และเก็บรักษาเงินของกองทุนตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง
(๕) พัฒนาระบบ รูปแบบ วิธีการ และการให้บริการของกองทุน เพื่อสนับสนุนการดําเนินงานของกองทุน
(๖) เก็บ รวบรวม วิเคราะห์ และวิจัยข้อมูลเกี่ยวกับการสนับสนุนการดําเนินงานของกองทุน
(๗) ปฏิบัติการอื่นหรือกระทํากิจการตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการ
มาตรา ๑๒ ในการดําเนินงานของกองทุนในจังหวัดอื่นที่มิใช่กรุงเทพมหานคร ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้หน่วยงานในจังหวัดที่สังกัดกระทรวงยุติธรรมทําหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการให้กับกองทุนสําหรับเขตจังหวัดนั้น
คณะกรรมการกองทุนยุติธรรม
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).