กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย
พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๖ วรรคสี่ และมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกกฎกระทรวงไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
การศึกษานอกระบบให้แบ่งออกเป็นสองระดับ ดังนี้
(๑)
การศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งออกเป็นสามระดับ คือ
(ก)
การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา
(ข)
การศึกษาระดับประถมศึกษา
(ค)
การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ การศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
โดยแบ่งออกเป็นประเภทสามัญศึกษา และประเภทอาชีวศึกษา
(๒)
การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ
(ก)
การศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา
(ข)
การศึกษาระดับปริญญา
ข้อ ๒
การศึกษานอกระบบที่จัดเป็นหลักสูตรเฉพาะหรือหลักสูตรฝึกอบรมตามความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
และการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้เรียนอาจนำผลการเรียน
ความรู้และประสบการณ์มาเทียบระดับการศึกษากับการศึกษาในระบบหรือการศึกษานอกระบบตามข้อ
๑ ได้
สำหรับผู้เรียนซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์
มีประสบการณ์ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งไม่น้อยกว่าสามปี
และมีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาระดับประถมศึกษา อาจนำผลการเรียน ความรู้
และประสบการณ์มาประเมินเทียบระดับการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อ
๑ (๑) (ค) ประเภทสามัญศึกษาได้
ทั้งนี้ ในการประเมินเทียบระดับการศึกษาดังกล่าว ให้สำนักงาน กศน.
และหน่วยงานกลางทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้
ระดับการศึกษา และเครื่องมือวัดผลและประเมินผล
ที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
เพื่อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีในการดำเนินการตามข้อ ๓[๒]
ข้อ ๓
การเทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาให้สถานศึกษาที่รัฐมนตรีกำหนด
แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคน
ทั้งนี้
ต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในสาขาวิชาของการศึกษาระดับนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนและผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการวัดผลและประเมินผลจำนวนหนึ่งคน
ดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากจุดมุ่งหมาย
วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและการประเมินผล
และเกณฑ์การจบหลักสูตรนั้น
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ
และให้หัวหน้าสถานศึกษาตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษานั้นจำนวนหนึ่งคนเป็นเลขานุการ
ข้อ ๔
กรรมการตามข้อ ๓ อยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ในกรณีที่กรรมการดำรงตำแหน่งครบตามวาระแล้ว
แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่
ให้กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน
จนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้ารับหน้าที่
ข้อ ๕
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๖ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔)
เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
สถานศึกษาที่รัฐมนตรีกำหนดอาจแต่งตั้งกรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างได้
และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่งให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งไว้แล้ว
ข้อ ๖
การประชุมของคณะกรรมการให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๗
ให้มีคณะกรรมการเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย
ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจำนวนสามคน
และผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ
ซึ่งรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยแต่งตั้งจำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ
และให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘
วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง
และการประชุมของคณะกรรมการเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้นำข้อ ๔ ข้อ ๕ และ
附則
ข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๙
ให้คณะกรรมการเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑)
ออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเทียบระดับการศึกษา ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากจุดมุ่งหมาย
วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและประเมินผล
และเกณฑ์การจบหลักสูตรนั้น
(๒)
พิจารณาดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา
(๓)
ตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(๔)
ดำเนินการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๑๐
การศึกษานอกระบบที่มีระดับเดียวกันกับการศึกษาในระบบให้ถือว่ามีมาตรฐานการศึกษาเท่าเทียมกัน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑
เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖
ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๖ วรรคสี่
แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่า การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ
หรือการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖[๓]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่นโยบายด้านการจัดการศึกษาของรัฐบาลปัจจุบันได้มุ่งเน้นให้มีการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม
เพื่อให้เป็นไปตามหลักการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ
ผู้เรียนอาจนำผลการเรียน ความรู้
และประสบการณ์มาเทียบระดับการศึกษานอกระบบให้สามารถเทียบได้ในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐานประเภทสามัญศึกษา
โดยคำนึงถึงความสำคัญของทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ของประชาชนเป็นสำคัญ
สมควรแก้ไขให้สอดคล้องกับนโยบายและหลักการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ชาญ/ผู้จัดทำ
๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๒๕/๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
[๒] ข้อ ๒
วรรคสอง เพิ่มโดยกฎกระทรวง ว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ
และการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖
[๓] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๙ ก/หน้า ๑/๓๑ มกราคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).