กฎกระทรวงการคลัง
ออกตามความในพระราชบัญญัติยาสูบ
พุทธศักราช
๒๔๘๑ (ฉบับที่ ๖)[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช
๒๔๘๑ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติยาสูบ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ยาเส้นที่จะจำหน่ายนั้น ให้ผู้ทำการเพาะปลูกบรรจุห่อหรือภาชนะที่มิดชิด
ซึ่งมีทางบรรจุและนำยาเส้นออกได้ทางเดียว
ข้อ ๒
เมื่อได้บรรจุยาเส้นในห่อหรือภาชนะแล้ว ให้ใช้เชือกหรือวัตถุอย่างอื่นทำนองเดียวกับเชือก
ที่ไม่มีรอยต่อผูก ให้เงื่อนที่ผูกรวมอยู่ทางที่บรรจุแต่แห่งเดียว และเมื่อได้ผูกเชือกที่ห่อหรือภาชนะแล้ว
จะนำยาเส้นออกไม่ได้เว้นแต่จะได้ทำลายเชือกหรือวัตถุอย่างอื่นทำนองเดียวกับเชือกที่ผูกนั้น
ให้ขาดหรือหลุดจากห่อหรือภาชนะที่บรรจุนั้น
ข้อ ๓
ยาเส้นที่บรรจุห่อหรือภาชนะดั่งกล่าวในข้อ ๑ และข้อ ๒ นั้นให้ปิดแสตมป์ยาสูบทับบนเงื่อนของเชือกหรือวัตถุอย่างอื่นทำนองเดียวกับเชือกที่ผูกห่อหรือภาชนะตามความในข้อ
๒ และให้ขีดฆ่าแสตมป์ด้วยเครื่องหมายที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน
ข้อ ๔
เครื่องหมายที่จะใช้ขีดฆ่าแสตมป์ ผู้ทำการเพาะปลูกจะใช้ข้อความอย่างใดและลักษณะอย่างไร
ให้ส่งตัวอย่างให้เจ้าพนักงานเพื่อพิจารณาอนุญาตก่อน
ข้อ ๕
วิธีขีดฆ่าแสตมป์ ให้ใช้เครื่องหมายประทับคร่อมบนแสตมป์ซึ่งปิดบนห่อหรือภาชนะที่บรรจุ
และถ้าต้องปิดแสตมป์หลายดวง ให้ประทับเครื่องหมายขีดฆ่าแสตมป์ทุกดวง
ข้อ ๖
แสตมป์ที่ต้องปิดบนห่อหรือภาชนะบรรจุยาเส้นตามความในข้อ ๓ ต้องปิดในอัตราร้อยละ
๑๐ ของราคาจำหน่าย ส่วนราคาจำหน่ายสำหรับยาเส้นที่บรรจุในห่อหรือภาชนะนั้นเท่าใด
ให้ผู้ทำการเพาะปลูกแจ้งไว้ที่ห่อหรือภาชนะที่บรรจุยาเส้นนั้น ๆ ด้วย
ข้อ ๗
ผู้ใดจะนำยาเส้นดังกล่าวแล้วออกนอกเขตปลูกยาสูบเกินกว่าจำนวนซึ่งรัฐมนตรีกำหนดไว้ในกฎกระทรวง
ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พุทธศักราช ๒๔๘๑
มิได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานตามกฎกระทรวงนั้นแล้ว
ยาเส้นที่จะนำออกไปนั้นต้องบรรจุอยู่ในห่อหรือภาชนะตามสภาพเดิม แต่ถ้าแสตมป์ถูกทำลายไปด้วยประการใด
ๆ ผู้จะนำยาเส้นออกนอกเขตปลูกยาสูบ จะต้องปิดแสตมป์เสียใหม่ให้ครบตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ
๖
กฎให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๔
นฤเบศร์มานิต
ลงนามแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ธิดาวรรณ/แก้ไข
๖ ธันวาคม
๒๕๔๕
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๑๑ มกราคม
๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๘/หน้า ๑๗๓๒/๒ ธันวาคม ๒๔๘๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).