พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ
ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๓
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔
กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓
เป็นปีที่ ๖๕
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย
พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า
พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๕
ข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นข้าราชการในสังกัดส่วนราชการ
ดังต่อไปนี้
(๑)
ส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกจากระบบราชการ
(๒)
ส่วนราชการที่ประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ
(๓)
ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเกินความจำเป็น
(๔)
ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปมากกว่าร้อยละสิบของจำนวนข้าราชการทั้งหมดของส่วนราชการนั้น
หรือ
(๕)
ส่วนราชการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๑) มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป
เว้นแต่ข้าราชการทหารต้องมีอายุตั้งแต่สี่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป
หรือมีเวลาราชการตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ
มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของมาตรา ๕
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๓) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวน
หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการลงโทษทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น
ๆ
หรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๐ ให้นำความในมาตรา ๙
มาใช้บังคับกับผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๖ แล้วและต่อมาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา
โดยอนุโลม ทั้งนี้
เฉพาะกรณีที่สัญญาจ้างมีระยะเวลาเกินหนึ่งปี
โดยให้นับรวมระยะเวลาการต่ออายุสัญญาจ้างด้วย
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้
พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา หมายความว่า
ผู้ซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างให้ทำงานในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคล
ทั้งที่เป็นส่วนราชการและที่เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ
โดยผู้นั้นได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณแผ่นดินหรือเงินรายได้ของสถานศึกษาของรัฐนั้น
มาตรา ๗ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔ และมาตรา ๕ (๑)
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้
มาใช้บังคับแก่ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ถือว่าข้าราชการดังกล่าวเป็นข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
และมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ
พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติไว้
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากหลักเกณฑ์การจ่ายเงินตามโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน
ในส่วนที่เกี่ยวกับส่วนราชการที่เป็นสังกัดของข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ
คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของข้าราชการที่จะเข้าร่วมโครงการ
ตลอดจนมาตรการควบคุมข้าราชการผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วแต่ได้รับการจ้างให้ทำงานในหน่วยงานของรัฐในภายหลังยังไม่ครอบคลุมบางกรณีที่เกิดขึ้นและทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าร่วมโครงการของข้าราชการบางประการ
ทำให้มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการตามนโยบายด้านการพัฒนาระบบราชการยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว
เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามนโยบายด้านการพัฒนาระบบราชการ
รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วและต่อมาได้รับการจ้างให้ทำงานในสถาบันอุดมศึกษา
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๘ มีนาคม ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๘ มีนาคม ๒๕๕๓
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๑๗/๕ มีนาคม ๒๕๕๓
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).