法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการ

ตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

(ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓

เป็นปีที่ ๖๕

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย

พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า

“พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔ ภายใต้บังคับมาตรา ๕

ข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการต้องเป็นข้าราชการในสังกัดส่วนราชการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

ส่วนราชการที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออกจากระบบราชการ

(๒)

ส่วนราชการที่ประสงค์จะยุบเลิกบางภารกิจ

(๓)

ส่วนราชการที่มีอัตรากำลังเกินความจำเป็น

(๔)

ส่วนราชการที่มีจำนวนข้าราชการอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไปมากกว่าร้อยละสิบของจำนวนข้าราชการทั้งหมดของส่วนราชการนั้น

หรือ

(๕)

ส่วนราชการอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความใน (๑) ของมาตรา ๕

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๑) มีอายุตั้งแต่ห้าสิบปีบริบูรณ์ขึ้นไป

เว้นแต่ข้าราชการทหารต้องมีอายุตั้งแต่สี่สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป

หรือมีเวลาราชการตั้งแต่ยี่สิบห้าปีขึ้นไป ทั้งนี้ ให้นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการ”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของมาตรา ๕

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการ ถูกสอบสวน

หรืออยู่ในระหว่างการดำเนินการลงโทษทางวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการประเภทนั้น

หรือเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาซึ่งมิใช่ความผิดลหุโทษหรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๐ ให้นำความในมาตรา ๙

มาใช้บังคับกับผู้ซึ่งได้รับเงินช่วยเหลือตามมาตรา ๖ แล้วและต่อมาได้รับการบรรจุเป็นพนักงานราชการหรือพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา

โดยอนุโลม ทั้งนี้

เฉพาะกรณีที่สัญญาจ้างมีระยะเวลาเกินหนึ่งปี

โดยให้นับรวมระยะเวลาการต่ออายุสัญญาจ้างด้วย

เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้

“พนักงานในสถาบันอุดมศึกษา” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างให้ทำงานในสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่เป็นนิติบุคคล

ทั้งที่เป็นส่วนราชการและที่เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ

โดยผู้นั้นได้รับค่าจ้างหรือค่าตอบแทนจากเงินงบประมาณแผ่นดินหรือเงินรายได้ของสถานศึกษาของรัฐนั้น”

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔ และมาตรา ๕ (๑)

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาใช้บังคับแก่ข้าราชการซึ่งได้รับอนุญาตให้ลาออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการในปีงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๕๒ และให้ถือว่าข้าราชการดังกล่าวเป็นข้าราชการที่เข้าร่วมโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

และมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ

พ.ศ. ๒๕๕๑ บัญญัติไว้

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากหลักเกณฑ์การจ่ายเงินตามโครงการให้เงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน

ในส่วนที่เกี่ยวกับส่วนราชการที่เป็นสังกัดของข้าราชการซึ่งมีสิทธิเข้าร่วมโครงการ

คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของข้าราชการที่จะเข้าร่วมโครงการ

ตลอดจนมาตรการควบคุมข้าราชการผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วแต่ได้รับการจ้างให้ทำงานในหน่วยงานของรัฐในภายหลังยังไม่ครอบคลุมบางกรณีที่เกิดขึ้นและทำให้เกิดอุปสรรคในการเข้าร่วมโครงการของข้าราชการบางประการ

ทำให้มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการตามนโยบายด้านการพัฒนาระบบราชการยังไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ในเรื่องดังกล่าว

เพื่อส่งเสริมการดำเนินการตามนโยบายด้านการพัฒนาระบบราชการ

รวมทั้งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกรณีผู้เข้าร่วมโครงการที่ได้รับเงินช่วยเหลือแล้วและต่อมาได้รับการจ้างให้ทำงานในสถาบันอุดมศึกษา

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๘ มีนาคม ๒๕๕๓

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๘ มีนาคม ๒๕๕๓

จุฑามาศ/ปรับปรุง

๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนที่ ๑๖ ก/หน้า ๑๗/๕ มีนาคม ๒๕๕๓

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาเงินช่วยเหลือผู้ซึ่งออกจากราชการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9fbc34bec96aecef

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com