附則
กฎ ก
กฎ ก.ค.ศ.
ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษารับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๔) และมาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ. โดยได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีออกกฎ ก.ค.ศ. ไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาจขออนุมัติกำหนดอัตรากำลังทดแทนต่อ ก.ค.ศ. ได้ ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นและไม่เกินกำหนดระยะเวลาดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
(๒) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสซึ่งไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศ ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาติดตามคู่สมรสไปปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือไปปฏิบัติงานในต่างประเทศตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
(๓) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับทุนรัฐบาลให้ไปศึกษาหรือฝึกอบรมในต่างประเทศตามระเบียบ ก.พ. ว่าด้วยทุนของรัฐบาล ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาที่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นได้รับอนุญาตให้ลาไปศึกษาหรือฝึกอบรมตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
(๔) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาซึ่งมีวิทยฐานะชำนาญการหรือดำรงตำแหน่งที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ระดับ ๗ หรือเทียบเท่าขึ้นไปผู้ใดจะพ้นจากราชการเพราะเกษียณอายุและมีระยะเวลาในการรับราชการเหลืออยู่ไม่เกินหกเดือน ถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นว่ามีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องให้ผู้อื่นเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการในตำแหน่งซึ่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นดำรงตำแหน่งอยู่ ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาราชการที่เหลืออยู่ของผู้ที่จะเกษียณอายุ
(๕) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีต้องโยกย้ายถ่ายโอนไปส่วนราชการอื่นหรือได้รับการพิจารณาให้ไปพัฒนาหรือฝึกทักษะใหม่เพื่อรองรับการปรับบทบาท ภารกิจ โครงสร้างส่วนราชการ และปรับระบบงานใหม่ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการหรือกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาหกเดือน หากมีเหตุผลความจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน และต้องมีการวางแผนบริหารตำแหน่งรองรับข้าราชการดังกล่าวด้วย
(๖) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลได้ตามเป้าหมายที่กำหนดในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือละเลยเพิกเฉยไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยอย่างยิ่งว่ามีพฤติกรรมในการผลิต การค้า การเสพ หรือการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาหกเดือน หากมีเหตุผลความจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน และต้องมีการวางแผนบริหารตำแหน่งรองรับข้าราชการดังกล่าวด้วย
(๗) เมื่อข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีกรณีที่ไม่อาจปฏิบัติงานให้สัมฤทธิผลได้ตามมติคณะรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลหรือกระทรวงเจ้าสังกัดซึ่งเป็นกรณีเร่งด่วนและมีความสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา ซึ่งหากจะให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นปฏิบัติงานต่อไปอาจทำให้การดำเนินงานตามมติหรือนโยบายดังกล่าวเกิดความเสียหายแก่ราชการหรือเป็นไปด้วยความล่าช้าให้ขอกำหนดอัตรากำลังทดแทนได้ไม่เกินกำหนดระยะเวลาหกเดือน หากมีเหตุผลความจำเป็นให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหกเดือน และต้องมีการวางแผนบริหารตำแหน่งรองรับข้าราชการดังกล่าวด้วย
ข้อ ๒ การขอให้ ก.ค.ศ. พิจารณาอนุมัติกำหนดอัตรากำลังทดแทนให้แสดงรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(๑) คำชี้แจง เหตุผลความจำเป็น และกำหนดระยะเวลาที่จะสั่งให้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน
(๒) หน้าที่และความรับผิดชอบในการปฏิบัติราชการที่จะมอบหมายให้ผู้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนตามข้อ ๑ (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ซึ่งจะต้องให้เหมาะสมกับระดับตำแหน่งที่เคยดำรงอยู่เดิม
ข้อ ๓ เมื่อ ก.ค.ศ. อนุมัติให้กำหนดอัตรากำลังทดแทนสำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีใดแล้ว ให้หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในกรณีนั้นพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม โดยให้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนตามที่ได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ
ข้อ ๔ เมื่อได้สั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดรับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนตามที่ ก.ค.ศ. กำหนดตามข้อ ๑ (๑) (๒) หรือ (๓) แล้ว ถ้าหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเห็นว่ายังมีเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นรับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนต่อไปอีกเกินกำหนดระยะเวลาที่ได้รับอนุมัติจาก ก.ค.ศ. ก็ให้ขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.ค.ศ. ได้อีกครั้งละไม่เกินหนึ่งปี ทั้งนี้ ให้ขอขยายเวลาก่อนวันครบกำหนดระยะเวลาเดิมไม่น้อยกว่าสามสิบวัน เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นพิเศษอาจขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.ค.ศ. น้อยกว่าสามสิบวันได้
การขออนุมัติขยายเวลาต่อ ก.ค.ศ. ตามวรรคหนึ่ง ให้แสดงรายละเอียดตามข้อ ๒ ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ ๕ ในกรณีส่วนราชการใดมีตำแหน่งและอัตราเงินเดือนว่างและประสงค์จะนำอัตราเงินเดือนของตำแหน่งนั้นมาเป็นอัตรากำลังทดแทน ให้ขออนุมัติ ก.ค.ศ. หรือให้หัวหน้าส่วนราชการ หรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมายเป็นผู้อนุมัติ นำอัตราเงินเดือนของตำแหน่งที่ว่างอยู่ดังกล่าวมากำหนดเป็นอัตรากำลังทดแทนได้
เมื่อหัวหน้าส่วนราชการหรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามที่ ก.ค.ศ. มอบหมายได้ดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้รายงานต่อ ก.ค.ศ. ภายในเจ็ดวัน
ข้อ ๖ เมื่อหัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้ขอกำหนดและสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดรับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนโดยมีเหตุผลความจำเป็นสำหรับกรณีใดตามข้อ ๑ (๑) (๒) หรือ (๓) แล้ว เมื่อหมดความจำเป็นหรือครบกำหนดระยะเวลาตามข้อ ๔ ให้ผู้มีอำนาจดังกล่าวสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้นั้นพ้นจากการรับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งในระดับเดียวกันกับที่ผู้นั้นมีคุณสมบัติตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งนั้น
ข้อ ๗ การให้พ้นจากตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งให้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนตามกฎ ก.ค.ศ. นี้ ให้ถือเสมือนว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ถูกสั่งนั้นดำรงตำแหน่งเดิม
[คำว่า เงินเดือน แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อ ๗ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา]
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๑
สมชาย วงศ์สวัสดิ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน ก.ค.ศ.
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.ค.ศ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ บัญญัติให้กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาพ้นจากตำแหน่งหน้าที่และขาดจากอัตราเงินเดือนในตำแหน่งเดิม โดยให้รับเงินเดือนในอัตรากำลังทดแทนที่ ก.ค.ศ. กำหนดได้ ประกอบกับได้บัญญัติให้การให้พ้นจากตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือน การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือน การดำเนินการทางวินัย และการออกจากราชการของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาดังกล่าวนั้น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎ ก.ค.ศ. จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.ค.ศ. นี้
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๖/๒๕๖๐ เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา[๒]
ข้อ ๑ ให้บุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการใน ก.ค.ศ. ตามมาตรา ๗ (๔) และ (๕)แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่งกรรมการใน ก.ค.ศ.
ข้อ ๒ ให้ ก.ค.ศ. ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประกอบด้วย
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
(๒) กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการสภาการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และเลขาธิการคุรุสภา
(๓) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการศึกษา และด้านกฎหมาย ด้านละหนึ่งคน
ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. เป็นกรรมการและเลขานุการ และให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
กรณีที่จะแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดให้เป็นกรรมการตาม (๓) ผู้นั้นต้องดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือมีวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ
ข้อ ๓ ในกรณีที่เห็นสมควร หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอาจมีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามข้อ ๒ ได้ตามความเหมาะสม
ข้อ ๔ ให้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ซึ่ง ก.ค.ศ. แต่งตั้งตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันก่อนวันที่สั่งนี้ใช้บังคับพ้นจากตำแหน่ง
ข้อ ๕ ให้ ก.ค.ศ. มีอำนาจแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ เพื่อทำการใด ๆ แทน ก.ค.ศ.ดังต่อไปนี้
(๑) อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์
(๒) อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับวินัยและการออกจากราชการ
(๓) อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
นอกจาก อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ตามวรรคหนึ่ง ก.ค.ศ. อาจแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญอื่นเพื่อทำการใด ๆ แทน ก.ค.ศ. หรือทำหน้าที่เช่นเดียวกับคณะอนุกรรมการอื่นที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาก็ได้
ข้อ ๖ ให้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ แต่ละคณะ มีจำนวนไม่เกินสิบห้าคน ประกอบด้วย
(๑) ประธานอนุกรรมการ ซึ่งแต่งตั้งจากกรรมการใน ก.ค.ศ. เว้นแต่มีเหตุผลความจำเป็นอาจแต่งตั้งบุคคลอื่นที่ไม่เป็นกรรมการใน ก.ค.ศ. เป็นประธานอนุกรรมการก็ได้
(๒) อนุกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนไม่เกินสิบเอ็ดคน ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูงในด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการศึกษา ด้านกฎหมาย และด้านอื่น ๆที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญคณะนั้น
(๓) อนุกรรมการซึ่งเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการจำนวนสองคน
ให้เลขาธิการ ก.ค.ศ. แต่งตั้งข้าราชการในสำนักงาน ก.ค.ศ. เป็นอนุกรรมการและเลขานุการและอาจแต่งตั้งข้าราชการในสำนักงาน ก.ค.ศ. จำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
กรณีที่จะแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผู้ใดให้เป็นอนุกรรมการตาม (๒) ผู้นั้นจะต้องดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงหรือประเภทบริหารระดับต้นประเภทอำนวยการระดับสูง ประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิหรือระดับเชี่ยวชาญ หรือมีวิทยฐานะไม่ต่ำกว่าเชี่ยวชาญ หรืออาจแต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน ก.ค.ศ. หรือผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ได้
คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา และการพ้นจากตำแหน่งของประธานอนุกรรมการกรณีที่มิได้แต่งตั้งจากกรรมการใน ก.ค.ศ. และของอนุกรรมการตาม (๒) และ (๓) ให้เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับกับ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ โดยอนุโลม
การแต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ตามข้อ ๕ (๑) และ (๒) ให้แต่งตั้งจากกรรมการใน ก.ค.ศ. อย่างน้อยสองคน
ข้อ ๗ ให้แก้ไขคำว่า ขั้นเงินเดือน ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นคำว่า เงินเดือน ทุกแห่ง
ข้อ ๘ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๔๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับ
ให้ ก.ค.ศ. เป็นผู้ดำเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
ในกรณีที่ ก.ค.ศ. เห็นสมควร จะมอบหมายให้ กศจ. อ.ก.ค.ศ. ซึ่ง ก.ค.ศ. ตั้งตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ส่วนราชการหรือหน่วยงานการศึกษา เป็นผู้ดำเนินการตามวรรคสองก็ได้
หลักสูตร วิธีการสอบแข่งขัน วิธีดำเนินการที่เกี่ยวกับการสอบแข่งขัน เกณฑ์การตัดสินการขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ การนำบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีหนึ่งไปขึ้นบัญชีเป็นผู้สอบแข่งขันได้ในบัญชีอื่น การยกเลิกบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ และรายละเอียดเกี่ยวกับการสอบแข่งขันให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ ก.ค.ศ. กำหนด
ข้อ ๙ มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ มาใช้บังคับกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๖๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ มาใช้บังคับกับกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้
ข้อ ๑๐ เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษานอกจากการกำหนดตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาแล้ว ก.ค.ศ. อาจกำหนดตำแหน่งหรือเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาประเภทตำแหน่งผู้บริหารการศึกษาบางตำแหน่งเป็นประเภทตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก็ได้
ข้อ ๑๑ ในวาระเริ่มแรกให้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญ ตามข้อ ๕ ประกอบด้วยอนุกรรมการตามข้อ ๖ (๑) และ (๒) จนกว่าจะได้แต่งตั้งอนุกรรมการตามข้อ ๖ (๓) ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๑๒ ให้ อ.ก.ค.ศ. วิสามัญเฉพาะกิจซึ่ง ก.ค.ศ. แต่งตั้งตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้แต่งตั้ง อ.ก.ค.ศ. วิสามัญอื่นตามคำสั่งนี้เพื่อปฏิบัติหน้าที่แทนแต่ต้องไม่เกินเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๑๓ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของ ก.ค.ศ.
ข้อ ๑๔ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
ข้อ ๑๕ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ปริญสินีย์/จัดทำ
๒๓ มีนาคม ๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๔๗ ก/หน้า ๔/๑๑ เมษายน ๒๕๕๑
[๒] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๘๕ ง/หน้า ๔๓/๒๑ มีนาคม ๒๕๖๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).