พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ค่าตอบแทน
ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่ และสิทธิประโยชน์อื่น
ของประธานกรรมการและกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
พ.ศ. ๒๕๕๑
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๕๑
เป็นปีที่ ๖๓
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดค่าตอบแทน
ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่และสิทธิประโยชน์อื่นของประธานกรรมการและกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐
อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาค่าตอบแทน
ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่
และสิทธิประโยชน์อื่นของประธานกรรมการและกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๑
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
ประธานกรรมการ หมายความว่า
ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
กรรมการ หมายความว่า กรรมการกำกับกิจการพลังงาน
สำนักงาน หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
การประกันสุขภาพ หมายความว่า
การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองทางด้านการเงินเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
สำหรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลหรือคลินิกหรือเข้ารับการผ่าตัดโดยแพทย์
ในกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
มาตรา ๔ ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนและผลประโยชน์อื่นตามอัตราในบัญชีท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๕ ให้ประธานกรรมการและกรรมการมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลหรือการประกันสุขภาพตามที่จ่ายจริงในอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกินสามหมื่นบาทต่อปี
ให้นำพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและระเบียบกระทรวงการคลังซึ่งออกตามความในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาใช้บังคับแก่ค่ารักษาพยาบาลของประธานกรรมการและกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้โดยอนุโลม
มาตรา ๖ ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งขอรับการประกันสุขภาพเป็นผู้ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญ
ให้ได้รับการชดเชยค่ารักษาพยาบาลจากการประกันสุขภาพก่อน
และมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากทางราชการเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่จากส่วนราชการเจ้าสังกัดที่ผู้นั้นรับเบี้ยหวัดหรือบำนาญอยู่
มาตรา ๗ ให้สำนักงานเบิกจ่ายเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการประกันสุขภาพของประธานกรรมการและกรรมการให้กับผู้รับประกันตามที่ระบุในสัญญา
มาตรา ๘ ให้ประธานกรรมการและกรรมการมีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงาน
ให้นำพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและระเบียบกระทรวงการคลังซึ่งออกตามความในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมาใช้บังคับแก่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติงานของประธานกรรมการและกรรมการตามพระราชกฤษฎีกานี้โดยอนุโลม
โดยให้ประธานกรรมการได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญระดับปลัดกระทรวง
และกรรมการได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับข้าราชการพลเรือนสามัญระดับอธิบดีหรือเทียบเท่า
มาตรา ๙ ประธานกรรมการและกรรมการซึ่งดำรงตำแหน่งไม่น้อยกว่าหนึ่งปีบริบูรณ์มีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นตำแหน่งด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้
(๑)
พ้นจากตำแหน่งตามวาระ
(๒)
มีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(๓)
ลาออก
ในการคำนวณบำเหน็จตอบแทนนั้น
ให้นำอัตราค่าตอบแทนที่เป็นเงินเดือนท้ายพระราชกฤษฎีกาคูณด้วยระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง
การนับระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพื่อคำนวณบำเหน็จตอบแทนตามวรรคหนึ่งนั้น
ให้นับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่
โดยนับจำนวนปีรวมทั้งเศษของปีด้วย
การคำนวณเศษของปีที่เป็นเดือนหรือวันให้เป็นปีนั้น
ให้นำเศษที่เป็นเดือนหารด้วยสิบสอง และเศษที่เป็นวันหารด้วยสามสิบได้ผลลัพธ์เท่าใดจึงหารด้วยสิบสอง
ในการคำนวณให้ใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง
และให้นำจำนวนที่คำนวณได้มารวมกันเป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นจำนวนปี
สิทธิในบำเหน็จตอบแทนนั้น
เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนไม่ได้
มาตรา ๑๐ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุถึงแก่ความตาย
ไม่ว่าผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม
ให้จ่ายบำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวตามระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง
โดยใช้เกณฑ์คำนวณตามมาตรา ๙ วรรคสองและวรรคสาม โดยอนุโลม
ให้แก่ทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๑๑ ให้ประธานกรรมการและกรรมการที่ได้รับพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่แล้วในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มีสิทธิได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่
และสิทธิประโยชน์อื่นตามพระราชกฤษฎีกานี้ นับแต่วันที่มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
สมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าตอบแทนของประธานกรรมการและกรรมการกำกับกิจการพลังงาน
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๙ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐
บัญญัติให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับค่าตอบแทนค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่
และสิทธิประโยชน์อื่น ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา
เพื่อให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติหน้าที่
และสิทธิประโยชน์อื่น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช/จัดทำ
๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๑
จุฑามาศ/ปรับปรุง
๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๖ ก/หน้า ๑๐/๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).