พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
ครู
พุทธศักราช ๒๔๘๘
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๑
สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๗)
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๙
มกราคม พุทธศักราช ๒๔๘๘
เป็นปีที่ ๑๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรมีกฎหมายว่าด้วยครู
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอม
ของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า พระราชบัญญัติครู พุทธศักราช
๒๔๘๘
มาตรา ๒*
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้เมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
*[รก.๒๔๘๘/๔/๖๑/๑๖ มกราคม ๒๔๘๘]
มาตรา ๓
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราช
บัญญัตินี้
คุรุสภา
มาตรา ๔ ให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการ
เรียกว่า คุรุสภา และให้สภานี้เป็น
นิติบุคคล
มาตรา ๕
คุรุสภาอาจมีรายได้ดังต่อไปนี้
(๑) เงินอุดหนุนจากงบประมาณแผ่นดิน
(๒) เงินค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ
(๓) เงินผลประโยชน์ต่าง ๆ จากการลงทุนและการจัดตั้งองค์การจัดหาผล
ประโยชน์ของคุรุสภา
(๔) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่น ๆ ซึ่งบุคคลอุทิศให้คุรุสภาและภายใต้บังคับแห่ง
เงื่อนไข ข้อบังคับหรือวัตถุประสงค์ซึ่งผู้อุทิศกำหนดไว้
ให้คุรุสภารักษาและจัดการตามที่เห็นสมควรแก่ประโยชน์แห่งคุรุสภา
มาตรา ๖
คุรุสภามีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) รับปรึกษาให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องนโยบายการศึกษา
ทั่วไป
(๒) ให้ความเห็นแก่กระทรวงศึกษาธิการในเรื่องหลักสูตร แบบเรียนการสอน
การอบรม การสอบไล่ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษา
(๓) ควบคุมและสอดส่องจรรยา มรรยาท และวินัยของครู พิจารณาลงโทษครู ผู้
ประพฤติผิดตลอดจนพิจารณาคำร้องทุกข์ของครู
(๔) รักษาผลประโยชน์ของครูและส่งเสริมให้ฐานะของครูเป็นที่มั่นคง
(๕) หาทางให้ครูหรือครอบครัวของครูได้รับการช่วยเหลือและอุปการะตาม
สมควร
(๖) ส่งเสริมฐานะของครูในทางความรู้ ความประพฤติ ความสามัคคีและความ
เป็นอยู่โดยจัดให้มีการอบรม ปาฐกถา การเผยแพร่ความรู้
การสโมสรและอื่น ๆ
(๗) ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนแทนคณะ
กรรมการข้าราชการพลเรือน และแต่งตั้งอนุกรรมการต่าง ๆ
ให้มีอำนาจหน้าที่และปฏิบัติการแทนอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนต่าง ๆ แล้วแต่กรณีสำหรับข้าราชการครู
มาตรา ๗
ให้มีคณะกรรมการอำนวยการของคุรุสภา ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่า
การกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน อธิบดีกรมสามัญ
ศึกษา อธิบดีกรมอาชีวะศึกษา อธิบดีกรมพลศึกษา
อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็น
กรรมการโดยตำแหน่งและกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งที่ประชุมสามัญแห่งคุรุสภาได้เลือกตั้งจาก
ผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
กรรมการซึ่งที่ประชุมสามัญแห่งคุรุสภาเลือกตั้งให้อยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี
และอาจรับแต่งตั้งใหม่อีกได้ ถ้าตำแหน่งว่างลงก่อนถึงคราวออกตามวาระจะทรงพระกรุณาโปรด
เกล้า ฯ แต่งตั้งกรรมการใหม่ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างอยู่ก็ได้
แต่กรรมการใหม่นี้ให้ดำรงตำแหน่งได้
เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
มาตรา ๘
ให้คณะกรรมการอำนวยการแต่งตั้งเลขาธิการและเจ้าหน้าที่อื่นตาม
สมควร
มาตรา ๙
ให้ประธานเป็นผู้เรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการ และให้
เลขาธิการเป็นผู้ดำเนินกิจการตามมติของคณะกรรมการอำนวยการในความควบคุมของประธาน
หรือผู้ที่ประธานมอบหมาย
มาตรา ๑๐
ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้ใช้อำนาจ และปฏิบัติหน้าที่ของ
คุรุสภาตามมาตรา ๖ และจะแต่งตั้งอนุกรรมการ
หรือมอบหมายให้กรรมการอำนวยการคนหนึ่งคนใดไปทำการใด ๆ แทนก็ได้
มาตรา ๑๑
การประชุมของคณะกรรมการอำนวยการ หรืออนุกรรมการต้องมี
กรรมการอำนวยการหรืออนุกรรมการแล้วแต่กรณี
มาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งจำนวนจึงเป็นองค์
ประชุมได้
ในกรณีที่ประธานไม่มาประชุม ให้รองประธานเป็นประธานในที่ประชุมถ้า
ประธานและรองประธานไม่มาประชุม
ให้ผู้ที่มาประชุมเลือกกรรมการอำนวยการคนใดคนหนึ่งที่มาประชุมนั่งเป็นประธาน
การลงมติให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นประมาณ กรรมการคนหนึ่งย่อมมี
เสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากันให้ผู้ที่นั่งเป็นประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๒ สมาชิกของคุรุสภา
มีสามประเภท คือ
(๑) สมาชิกสามัญ
(๒) สมาชิกวิสามัญ
(๓) สมาชิกสมทบ
คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งผู้หนึ่งผู้ใดให้เป็นสมาชิกกิติมศักดิ์ของ
คุรุสภาก็ได้
มาตรา ๑๓
สมาชิกของคุรุสภาต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑) ไม่เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาโทษให้จำคุก เว้นแต่ความผิดใน
ลักษณะฐานลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยความประมาท
(๒) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(๓) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดี
(๔) ไม่เป็นผู้เคยถูกปลดออกหรือไล่ออกจากราชการ
(๕) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(๖) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบรัฐธรรมนูญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
มาตรา ๑๔
สมาชิกสามัญต้องมีพื้นความรู้และอยู่ในเงื่อนไขดังนี้
(๑) ได้ประกาศนียบัตรวิชาครูหรือสำเร็จวิชาชั้นอุดมศึกษา และ
(๒) มีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความควบคุมของกระทรวง
ศึกษาธิการ
หรือได้เคยมีอาชีพเป็นครูสอนในสถานศึกษาดังกล่าวแล้วเป็นเวลารวมกันไม่น้อยกว่า
ยี่สิบปี และออกจากตำแหน่งโดยไม่มีความผิด
เงื่อนไขในการมีอาชีพเป็นครูตาม (๒) จะต้องได้รับเงินเดือน การเป็นครูสอนโดยได้รับค่าสอนคิดเป็นรายชั่วโมง
หรือรายสัปดาห์หรือได้รับเป็นรายเดือน แต่ได้รับเฉพาะเดือนที่มีการสอน ไม่ตลอดปี
ไม่อยู่ในเงื่อนไขนี้
มาตรา ๑๕ สมาชิกวิสามัญ
ต้องมีพื้นความรู้ในการเป็นครูตามกฎหมายว่าด้วย
ประถมศึกษา หรือกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนราษฎร์
และจะต้องอยู่ในเงื่อนไขตามมาตรา ๑๔ (๒)
เมื่อสมาชิกวิสามัญผู้ใดมีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) ให้สมาชิกผู้นั้นเป็น
สมาชิกสามัญ และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ
มาตรา ๑๖
ผู้ที่จะสมัครเป็นสมาชิกสมทบต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓ และ
มีพื้นความรู้ตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือมาตรา ๑๕
แต่มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔
(๒)
เมื่อสมาชิกสมทบผู้ใดมีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) ให้สมาชิกผู้
นั้นเป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญ แล้วแต่กรณี
และต้องแจ้งให้คุรุสภาทราบ
สมาชิกสมทบมีสิทธิที่จะเสนอความเห็นต่อที่ประชุมสามัญหรือวิสามัญแต่ไม่มี
สิทธิออกเสียงลงคะแนนและไม่ได้รับสิทธิตามมาตรา ๖ (๕)
มาตรา ๑๗
ให้กรรมการอำนวยการเป็นสมาชิกสามัญ แม้ว่าจะได้พ้นจาก
ตำแหน่งไปแล้วก็ตาม
มาตรา ๑๘
สมาชิกคุรุสภาต้องเสียค่าบำรุงและค่าธรรมเนียมตามอัตราและ
ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอำนวยการกำหนดไว้
มาตรา ๑๙
สมาชิกคุรุสภาพ้นจากสมาชิกภาพเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา ๑๓
(๔) มิได้มีอาชีพเป็นครูตามเงื่อนไขในมาตรา ๑๔ (๒) สำหรับกรณีสมาชิก
สามัญหรือสมาชิกวิสามัญ หรือ
(๕) ประพฤติผิดวินัยและคณะกรรมการอำนวยการวินิจฉัยให้ออกโดยคะแนน
เสียงไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด
มาตรา ๒๐ ให้มีการประชุมสามัญของคุรุสภาปีละครั้ง
แต่ถ้าจำเป็นจะให้มี
การประชุมวิสามัญในเวลาหนึ่งเวลาใดก็ได้
ให้คณะกรรมการอำนวยการเป็นผู้กำหนดวันและเรียกประชุมสามัญสำหรับการ
ประชุมวิสามัญนั้น ถ้ามีเรื่องสำคัญเร่งด่วน
และคณะกรรมการอำนวยการเห็นสมควรจะเรียก
ประชุมเมื่อใดก็ได้
หรือถ้าสมาชิกสามัญมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยคนร้องขอ ก็ให้คณะกรรมการ
อำนวยการเรียกประชุม
มาตรา ๒๑ ในการประชุมสามัญ ให้คณะกรรมการอำนวยการแถลงผลงานที่ได้
ดำเนินมาในรอบปีที่แล้ว ตลอดจนฐานะการเงินของคุรุสภา
และให้สมาชิกมีสิทธิสอบถามข้อความ
และเสนอความคิดเห็นอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของคณะกรรมการอำนวยการได้
มาตรา ๒๒
ในการประชุมสามัญหรือวิสามัญ ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อย
กว่าร้อยคน โดยไม่นับผู้ที่เป็นกรรมการอำนวยการ
จึงเป็นองค์ประชุมได้
ให้นำความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา ๑๑ มาใช้บังคับแก่การประชุม
สามัญและวิสามัญโดยอนุโลม
มาตรา ๒๓
ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจวางระเบียบเพื่อปฏิบัติการ
ตามอำนาจและหน้าที่ของคุรุสภา โดยประกาศให้สมาชิกทราบโดยเปิดเผย
ครู
มาตรา ๒๔
ครูได้แก่ข้าราชการครูและผู้ทำการสอนในสถานศึกษาที่อยู่ในความ
ควบคุมของกระทรวงศึกษาธิการและได้รับเงินเดือนเป็นประจำ
มาตรา ๒๕
ข้าราชการครูได้แก่ข้าราชการพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นผู้สอน
ประจำในสถานศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ
หรือซึ่งดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการอัน
เกี่ยวกับการให้การศึกษาตามที่กำหนดไว้โดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๒๖
ครูต้องเป็นสมาชิกของคุรุสภา
มาตรา ๒๗
ครูที่ได้ทำการสอนติดต่อกันเป็นเวลาตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปแม้จะไป
ดำรงตำแหน่งอื่นในกระทรวงศึกษาธิการก็ให้ถือว่าเป็นสมาชิกสามัญ
จรรยา มรรยาท
และวินัย
มาตรา ๒๘
ครูต้องมีจรรยาและมรรยาทอันดีงาม และอยู่ในวินัยตามระเบียบ
ประเพณีของครูตามที่คุรุสภาจะได้วางไว้
และตามระเบียบของสถานศึกษาที่ตนมีหน้าที่ทำการสอน
มาตรา ๒๙
คณะกรรมการอำนวยการอาจแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นเพื่อสอดส่อง
จรรยามรรยาทและวินัยของครู
เพื่อการนี้ให้อนุกรรมการมีอำนาจแนะนำตักเตือนครูผู้ประพฤติผิดจรรยามรรยาทหรือวินัยของครู
หรือทำการพิจารณาสอบสวนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพิจารณาลงโทษต่อไป
มาตรา ๓๐
ให้คณะกรรมการอำนวยการมีอำนาจออกคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์
ตำหนิโทษเป็นลายลักษณ์อักษร
หรือให้ออกจากสมาชิกภาพของคุรุสภาแล้วแต่จะเห็นสมควรแก่
ความผิด
คำสั่งของคณะกรรมการอำนวยการให้เป็นที่สุด
มาตรา ๓๑
ครูซึ่งถูกลงโทษให้ออกจากสมาชิกภาพแห่งคุรุสภาเพราะเหตุ
ประพฤติผิดจรรยา มรรยาท หรือวินัยนั้น
ถ้าได้กลับประพฤติตนดี มีสมาชิกรับรองเป็นจำนวนไม่
น้อยกว่าสิบห้าคน
และเวลาได้ล่วงพ้นจากวันที่ถูกสั่งให้ออกจากสมาชิกภาพไปแล้วไม่น้อยกว่าสามปี
จะยื่นคำร้องขอให้สอบสวนความประพฤติเพื่อขอเข้าเป็นสมาชิกใหม่ก็ได้ ถ้าคณะกรรมการ
อำนวยการสอบสวนเห็นว่าผู้นั้นมีความประพฤติดีและกลับตนเป็นคนมีจรรยา
มรรยาท และวินัยดีแล้ว จะอนุญาตให้เข้าเป็นสมาชิกก็ได้
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๓๒
บรรดาผู้ที่เป็นครูอยู่แล้วในวันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ให้ถือว่า
เป็นสมาชิกสามัญหรือสมาชิกวิสามัญแห่งคุรุสภา แล้วแต่กรณี
และต้องเสียเงินค่าบำรุงและค่า
ธรรมเนียมตามมาตรา ๑๘
มาตรา ๓๓
ภายในหนึ่งปีนับแต่วันใช้บังคับพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการ
อำนวยการของคุรุสภาประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่งตามความในมาตรา
๗ และกรรมการอื่นไม่เกินเก้าคนซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
แต่งตั้งจากผู้ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นครูมีเวลารวมกันไม่น้อยกว่าสิบปี
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ควง อภัยวงศ์
นายกรัฐมนตรี
อัมพิกา/แก้ไข
๒๘/๒/๔๕
A+B (C)
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).