กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓
(พ.ศ. ๒๕๒๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ
พ.ศ. ๒๕๒๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ และมาตรา ๒๘
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนด
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ในกฎกระทรวงนี้
ปี หมายความว่า ปีงบประมาณ
รอบปีที่แล้วมา หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๑
กรกฎาคม ของปีหนึ่ง ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ของปีถัดไป
ข้อ ๒
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการประจำปี โดยปกติให้เลื่อนตั้งแต่วันที่
๑ ของปีที่ได้เลื่อนนั้น
ข้อ ๓
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ
โดยปกติให้สั่งเลื่อนได้ปีละหนึ่งขั้น
และผู้ซึ่งจะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนต้องอยู่ในหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) เป็นผู้ซึ่งมีวัฒนธรรม
(๒) เป็นผู้ซึ่งปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนตามที่ทางราชการได้กำหนดไว้และรักษาวินัยโดยเคร่งครัด
(๓) เป็นผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และมีความอุตสาหะบากบั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
ทั้งงานที่ได้กระทำไปนั้นเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการ
(๔) เป็นผู้ซึ่งได้ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่งสมควรที่จะเลื่อนขั้นเงินเดือน
(๕) เป็นผู้ซึ่งได้รับบรรจุเข้ารับราชการมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าแปดเดือนในปีที่แล้วมา
การบรรจุเข้ารับราชการไม่ว่าในวันใดของเดือน
ให้ถือว่าเป็นการบรรจุเข้ารับราชการในเดือนนั้นเต็มเดือน
(๖) ในรอบปีที่แล้วมา
ต้องไม่เป็นผู้ซึ่งมีวันลารวมทั้งลากิจและลาป่วยเกินสี่สิบห้าวัน เว้นแต่
(ก) ลาอุปสมบทหรือลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลา
(ข)[๒] ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน
(ค) ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน
หรือ
(ง) ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่
หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่
(๗) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่เป็นผู้ซึ่งลาบ่อยครั้ง
หรือมารับราชการสายกว่าเวลาที่ทางราชการกำหนดเนือง ๆ
(๘) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่เป็นผู้ซึ่งขาดราชการ
เว้นแต่เพราะเหตุสุดวิสัย
(๙) ในรอบปีที่แล้วมาจนถึงวันออกคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน
ต้องไม่เป็นผู้ถูกลงโทษทางวินัย เว้นแต่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์
(๑๐) ในรอบปีที่แล้วมาต้องไม่เป็นผู้ซึ่งถูกสั่งพักราชการเกินสี่เดือน
ข้อ ๔
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการเป็นกรณีพิเศษเกินหนึ่งขั้นให้พิจารณาคัดเลือกจากผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ
๓ และต้องเป็นผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ประการหนึ่งประการใด ดังต่อไปนี้
(๑) ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการได้ผลดีเด่นจนถือเป็นตัวอย่างที่ดีได้
(๒) ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการที่ต้องเสี่ยงอันตรายเป็นกรณีพิเศษ
(๓) ปฏิบัติงานเกินตำแหน่งหน้าที่
จนเกิดประโยชน์ต่อราชการเป็นพิเศษ และปฏิบัติงานในตำแหน่งหน้าที่ของตนเป็นผลดีด้วย
(๔) ปฏิบัติงานโดยมีความคิดริเริ่มในเรื่องหนึ่งเรื่องใด
หรือได้ค้นคว้าสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อทางราชการเป็นพิเศษ
และทางราชการได้ดำเนินการตามความคิดริเริ่ม หรือได้รับรองให้ใช้การค้นคว้านั้น
(๕) ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการด้วยความตรากตรำเหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษและงานนั้นได้ผลดียิ่ง
(๖) ปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายให้กระทำกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดจนสำเร็จเป็นผลดียิ่งแก่ประเทศชาติ
(๗) ปฏิบัติงานที่มีคุณภาพและปริมาณงานของตำแหน่งสูงกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่
และได้ผลดีสมความมุ่งหมาย
ทั้งนี้ ให้พิจารณาหลักฐานโดยละเอียดรอบคอบว่า
ข้าราชการอัยการผู้นั้นได้ปฏิบัติงานถึงขนาดที่สมควรจะเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษเกินหนึ่งขั้นหรือไม่
ถ้าเห็นว่าเป็นการสมควร ก็ให้สั่งเลื่อนได้ไม่เกินสองขั้น
แต่ถ้าเห็นว่าสมควรเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เกินสองขั้น
จะสั่งเลื่อนเป็นพิเศษเฉพาะรายก็ได้ คำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเป็นกรณีพิเศษนั้น
ให้ระบุด้วยว่าผู้นั้นได้ปฏิบัติงานเป็นกรณีพิเศษเข้าในหลักเกณฑ์ประการใดในกฎกระทรวงข้อนี้ด้วย
ข้อ ๕[๓] ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรงก่อนมีคำสั่งให้เลื่อนขั้นเงินเดือนให้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อนและให้กันเงินสำหรับเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ด้วย
เมื่อสอบสวนพิจารณาเสร็จแล้วในปีใดผู้นั้นไม่ถูกลงโทษทางวินัย เว้นแต่ถูกลงโทษภาคทัณฑ์หรือไม่มีมลทินหรือมัวหมอง
ก็ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีนั้นได้และให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ต้องรอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ให้ตามสิทธิด้วย
ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ถ้าผู้นั้นถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้และศาลได้ประทับฟ้องคดีนั้นแล้ว
ก่อนมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือน ให้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อนและให้กันเงินสำหรับเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ด้วย
เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้วให้พิจารณาดำเนินการดังนี้
(๑) ถ้าศาลพิพากษาว่าผู้นั้นไม่มีความผิด ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ได้
ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้แม้ว่าผู้นั้นจะได้ออกจากราชการไปแล้วก็ตาม
(๒) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษเบากว่าโทษจำคุก ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้
ถ้าได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้เกินหนึ่งปี ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่รอการเลื่อนไว้ในปีที่ศาลพิพากษาให้ลงโทษ
ถ้าผู้นั้นออกจากราชการไปแล้วด้วยเหตุอื่นที่มิใช่เพราะเหตุเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนในปีที่จะได้เลื่อนขั้นเงินเดือนปีสุดท้าย แต่ถ้าเป็นผู้พ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ในวันที่ ๓๐ กันยายน ของปีสุดท้ายก่อนที่ผู้นั้นจะพ้นจากราชการ
ส่วนในปีอื่นให้สั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนย้อนหลังไปในแต่ละปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
(๓) ถ้าศาลพิพากษาให้ลงโทษจำคุกหรือโทษที่หนักกว่าจำคุก ให้งดเลื่อนขั้นเงินเดือนทุกปีที่ได้รอการเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้
การพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนตาม (๑) (๒) และ (๓) สำหรับผู้ที่ถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดีให้แยกพิจารณาเป็นคดี
ๆ ไป
ข้อ ๖
ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน แต่ได้ถึงแก่กรรมอันมิใช่เกิดขึ้นเนื่องจากการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงของตนหรือต้องไปรับราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
หรือต้องออกจากราชการไปเพราะเจ็บป่วย
ซึ่งแพทย์ที่ทางราชการรับรองได้ตรวจแล้วเห็นว่าไม่สามารถรับราชการต่อไปได้
ก่อนที่จะมีคำสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนประจำปีตามปกติ จะสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนให้ผู้นั้นย้อนหลังไปถึงวันที่
๑ ของปีที่มีสิทธิจะได้เลื่อนนั้นก็ได้
ข้อ ๗
ผู้ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนขั้นเงินเดือน
แต่จะต้องพ้นจากราชการไปเพราะเกษียณอายุตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
รัฐมนตรีจะสั่งเลื่อนขั้นเงินเดือนเพื่อประโยชน์ในการคำนวณบำเหน็จบำนาญให้ผู้นั้นในวันสิ้นปีก่อนที่จะพ้นจากราชการก็ได้
ข้อ ๘
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการ
นอกจากตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
หรือที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
แต่รัฐมนตรีพิจารณาเห็นว่าสมควรเลื่อนขั้นเงินเดือนให้แก่ผู้นั้นโดยมีเหตุผลเป็นกรณีพิเศษ
ก็ให้รัฐมนตรีเสนอ ก.อ. เพื่อพิจารณาอนุมัติเลื่อนขั้นเงินเดือนให้เป็นพิเศษเฉพาะราย
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒
พลเอก เล็ก
แนวมาลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๒๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑ บัญญัติว่า
การเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในชั้นหนึ่ง ๆ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้สั่งเลื่อนตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่
ก.อ. กำหนด และบัญญัติด้วยว่า หลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.อ. กำหนดนั้น
ให้ออกเป็นกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่
๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑[๔]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการอัยการในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิลาคลอดบุตร
ยังไม่สอดคล้องกับระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.
๒๕๓๙ ที่กำหนดให้ข้าราชการมีสิทธิลาคลอดบุตรโดยได้รับเงินเดือนครั้งหนึ่งได้ไม่เกินเก้าสิบวัน
นอกจากนี้หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการในกรณีที่ถูกฟ้องคดีอาญายังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับข้าราชการประเภทอื่น
สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาเลื่อนขั้นเงินเดือนข้าราชการอัยการที่ถูกฟ้องคดีอาญาในความผิดที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการหรือความผิดที่ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ของตำแหน่งหน้าที่ราชการของตนซึ่งมิใช่ความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่พนักงานอัยการรับเป็นทนายแก้ต่างให้ เพื่อให้อยู่ในบรรทัดฐานเดียวกับข้าราชการประเภทอื่น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ศรินรัตน์/จัดทำ
๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๓
อรญา/ตรวจ
๑๙ มกราคม ๒๕๖๔
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๖/ตอนที่ ๑๗๐/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ ตุลาคม ๒๕๒๒
[๒] ข้อ
๓ (๖) (ข) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑
(พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
[๓] ข้อ
๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่
๑๑ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๒๑
[๔] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๑๐ ก/หน้า ๕/๔ มีนาคม ๒๕๔๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).