พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์
จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย
จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย
จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี
พ.ศ. ๒๕๔๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
เป็นปีที่ ๖๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกระบี่ โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดกระบี่ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๔ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกาฬสินธุ์ เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาฬสินธุ์ โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดกาฬสินธุ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๕ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดน่าน เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดน่าน โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดน่าน และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๗ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดพัทลุง เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุง โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดพัทลุง และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๘ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดมุกดาหาร เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดมุกดาหาร โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดมุกดาหาร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๙ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดเลย เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดเลย และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๐ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดสกลนคร เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสกลนคร โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดสกลนคร และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๑ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดสมุทรสงคราม เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสมุทรสงคราม โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดสมุทรสงคราม และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๒ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดหนองคาย เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดหนองคาย โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดหนองคาย และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๓ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดอุตรดิตถ์ เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดอุตรดิตถ์ และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๔ ให้จัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดอุทัยธานี เรียกว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดอุทัยธานี โดยให้มีเขตอำนาจตลอดจังหวัดอุทัยธานี และให้เปิดทำการตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป
มาตรา ๑๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการเปิดทำการแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ศาลจังหวัดน่าน ศาลจังหวัดพัทลุง ศาลจังหวัดมุกดาหาร ศาลจังหวัดเลย ศาลจังหวัดสกลนคร ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม ศาลจังหวัดหนองคาย ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ และศาลจังหวัดอุทัยธานี ประกอบกับมาตรา ๕๘ (๓) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ ได้กำหนดให้ศาลจังหวัดที่มีเขตอำนาจเหนืออำเภอที่เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดมีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่มีข้อหาว่าเด็กหรือเยาวชนกระทำความผิดในกรณีที่ไม่มีศาลเยาวชนและครอบครัวในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนมีถิ่นที่อยู่ปกติและในท้องที่ที่เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด สมควรจัดตั้งสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนขึ้นในจังหวัดกระบี่ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดน่าน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดพัทลุง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี และกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๓๓ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การจัดตั้งสถานพินิจและการกำหนดเขตอำนาจของสถานพินิจให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
นฤดล/ผู้ตรวจ
๒ ธันวาคม ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๑๐๑ ก/หน้า ๔/๓๑ ตุลาคม ๒๕๔๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).