ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการถอนคืนเงินหรือการนำส่งเงินเพิ่ม
กรณีที่ส่วนราชการนำส่ง
เงินสะสม
เงินสมทบ และเงินชดเชยของสมาชิกเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]
โดยที่เป็นการสมควรให้มีหลักเกณฑ์และวิธีการถอนคืนเงินหรือการนำส่งเงินเพิ่มกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกนำส่งเงินสะสม
เงินสมทบ และเงินชดเชยของสมาชิกเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๖ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับข้อ ๙ และข้อ ๑๐
ของระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินสะสม การเบิกจ่ายเงินสมทบ เงินชดเชย
และการส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ลงวันที่ ๑๘ สิงหาคม พ.ศ.
๒๕๕๑ คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า
ระเบียบคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการถอนคืนเงินหรือการนำส่งเงินเพิ่ม
กรณีที่ส่วนราชการนำส่งเงินสะสม เงินสมทบ
และเงินชดเชยของสมาชิกเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ ๓ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกหักเงินสะสมจากสมาชิก
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชยส่งเข้ากองทุนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด
ให้ส่วนราชการผู้เบิกดำเนินการถอนคืนเงินที่เกินจำนวนดังกล่าวจากกองทุน
เพื่อคืนให้แก่สมาชิกหรือนำส่งคืนคลัง แล้วแต่กรณี โดยให้ส่วนราชการผู้เบิกยื่นคำขอถอนคืนเงินตามแบบที่เลขาธิการประกาศกำหนด
หรือยื่นคำขอถอนคืนเงินผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่กองทุนจัดให้
เมื่อกองทุนได้รับคำขอถอนคืนเงินจากส่วนราชการผู้เบิกตามวรรคหนึ่ง
กองทุนจะตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล
และคืนเงินเฉพาะส่วนที่ส่งเข้ากองทุนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด
โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของส่วนราชการผู้เบิกหรือโดยการสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในนามของส่วนราชการผู้เบิก
ข้อ ๔ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกไม่ได้ยื่นคำขอถอนคืนเงินจากกองทุน
แต่กองทุนตรวจสอบพบโดยมีข้อมูลที่น่าเชื่อได้ว่าส่วนราชการผู้เบิกหักเงินสะสมจากสมาชิก
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชยส่งเข้ากองทุนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด
กองทุนจะมีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการผู้เบิกตรวจสอบความถูกต้อง
เมื่อส่วนราชการผู้เบิกได้รับหนังสือแจ้งจากกองทุน
ให้ส่วนราชการผู้เบิกตรวจสอบและมีหนังสือแจ้งยืนยันความถูกต้องให้กองทุนทราบ
หรือยื่นคำขอถอนคืนเงินจากกองทุนตามข้อ ๓ วรรคหนึ่ง
ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจากกองทุน
ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกไม่ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดและภายในเวลาที่กำหนดไว้ในวรรคสอง
กองทุนจะคืนเงินเฉพาะส่วนที่กองทุนเชื่อได้ว่าส่วนราชการผู้เบิกส่งเข้ากองทุนเกินกว่าจำนวนที่กำหนด
โดยการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของส่วนราชการผู้เบิกหรือโดยการสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในนามของส่วนราชการผู้เบิก
ข้อ ๕ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกยื่นคำขอถอนคืนเงินจากกองทุนภายหลังจากกองทุนได้รับคำขอรับเงินจากผู้มีสิทธิได้รับเงินจากกองทุนแล้ว
กองทุนจะคืนเงินให้แก่ส่วนราชการผู้เบิกไม่เกินจำนวนเงินนำส่งคงเหลือที่กองทุนยังไม่ได้จ่ายให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินเท่านั้น
ข้อ ๖ ในกรณีที่ส่วนราชการผู้เบิกหักเงินสะสมจากสมาชิก
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชยส่งเข้ากองทุนต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด ให้ส่วนราชการผู้เบิกจัดทำข้อมูลสมาชิกและนำส่งเงินสะสม
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชยเข้ากองทุนโดยผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่กองทุนจัดให้ส่วนราชการผู้เบิกใช้ในการส่งข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกและการนำส่งเงินของสมาชิกให้แก่กองทุน
หรือระบบจ่ายตรงเงินเดือน แล้วแต่กรณี ให้ครบถ้วนโดยเร็ว
ในกรณีที่กองทุนตรวจสอบข้อมูลรายบุคคลของสมาชิกและมีข้อสงสัยว่าส่วนราชการผู้เบิก
หักเงินสะสมจากสมาชิก
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชยส่งเข้าส่งกองทุนต่ำกว่าจำนวนที่กำหนด
กองทุนจะมีหนังสือแจ้งให้ส่วนราชการผู้เบิกตรวจสอบและยืนยันความถูกต้องเป็นหนังสือให้กองทุนทราบภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากกองทุน
ข้อ ๗ หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบว่าเงินจำนวนใดเป็นเงินที่ส่วนราชการผู้เบิกหักเงินสะสมจากสมาชิก
หรือเบิกเงินสมทบหรือเงินชดเชย
ส่งเข้ากองทุนเกินหรือต่ำกว่าจำนวนที่กำหนดให้เป็นไปตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด
ข้อ ๘ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
อารีพงศ์
ภู่ชอุ่ม
ปลัดกระทรวงการคลัง
ประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๖ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนที่ ๑๓๓ ง/หน้า ๒๔/๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).