法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ.2514

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่

9 (พ.ศ. 2526)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก

พ.ศ.

2514

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

5 และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติควบคุม

แร่ดีบุก พ.ศ. 2514

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ให้ยกเลิกความในข้อ

1 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2514) ออกตามความใน

พระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่

6 (พ.ศ. 2519)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ. 2514

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

"ข้อ

1 ให้เรียกเก็บเงินแทนเพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศเป็นเงินบาท

ตามอัตราสินแร่ดีบุก

น้ำหนักหนึ่งหาบหลวงต่อสองร้อยสี่สิบบาท

น้ำหนักเกินครึ่งหาบหลวงให้ถือเป็นหนึ่งหาบหลวง

ถ้าต่ำกว่าครึ่งหาบหลวง

ให้ถือเป็นครึ่งหาบหลวง"

ให้ไว้

ณ วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2526

อบ

วสุรัตน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคี

ความตกลงดีบุกระหว่างประเทศ ฉบับที่ 6

ซึ่งตามความตกลงดังกล่าวประเทศไทยมีภาระที่จะต้อง

ส่งเงินจำนวน 15,145,976.7 ปอนด์สเตอร์ลิง

เข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นจากที่ต้อง

ส่งอยู่เดิม

แต่อัตราเงินแทนแร่ที่เรียกเก็บในปัจจุบันจากผู้ทำเหมือง หรือผู้ซื้อแร่ซึ่งมิได้ซื้อจากผู้ทำเหมือง

เพื่อส่งเข้ามูลภัณฑ์กันชนระหว่างประเทศได้กำหนดไว้ต่ำ

ทำให้ไม่สามารถเรียกเก็บเงินแทนแร่เพื่อส่ง

เข้ามูลภัณฑ์กันชนดังกล่าวได้เพียงพอ

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมอัตราเงินแทนแร่ดังกล่าวให้สูงขึ้น จึงจำเป็น

ต้องออกกฎกระทรวงนี้

[รก.2526/145/1พ - 07/09/2526]

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ.2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมแร่ดีบุก พ.ศ.2514 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a1b91255cc81a50f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com