法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
24
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

พ.ศ.

๒๕๐๔

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๔

เป็นปีที่

๑๖ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

พ.ศ. ๒๕๐๔”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้

“พลังงานปรมาณู”[๒]

พลังงานไม่ว่าในลักษณะใดซึ่งเกิดจากการปลดปล่อยออกมาในเมื่อมีการแยกรวม

หรือแปลงนิวเคลียสของปรมาณู หรือพลังงานจากรังสีเอ็กซ์

“วัสดุต้นกำลัง” หมายความว่า

(๑) ยูเรเนียม ธอเรียม

สารประกอบของยูเรเนียมหรือธอเรียม

หรือวัสดุอื่นใดที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุต้นกำลังตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง

(๒)

แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยวัสดุตามที่ระบุไว้ใน (๑)

อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างตามอัตราความเข้มข้นซึ่งกำหนดโดยกฎกระทรวง

“วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ” หมายความว่า

(๑) พลูโตเนียม

ยูเรเนียมซึ่งมีความเข้มข้นของยูเรเนียม ๒๓๓ หรือยูเรเนียม ๒๓๕

สูงกว่าที่มีตามธรรมชาติ สารประกอบของธาตุดังกล่าว

หรือวัสดุอื่นใดตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวง ทั้งนี้ไม่รวมวัสดุต้นกำลัง

(๒) วัสดุใดๆ ที่มีวัสดุตามที่ระบุไว้ใน (๑) อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างผสมเข้าไป

ทั้งนี้ไม่รวมวัสดุต้นกำลัง

“วัสดุพลอยได้” หมายความว่า

วัสดุกัมมันตรังสีทุกชนิดนอกจากวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

ซึ่งเกิดจากการผลิตหรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์หรือวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

“กรรมการ” หมายความว่า

กรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

และหมายความรวมถึงประธานกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติด้วย

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“รัฐมนตรี” หมายความว่า

รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจ

(๑)

กำหนดให้วัสดุซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

เป็นวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

(๒)

กำหนดให้วัสดุหรือแร่หรือสินแร่ดังต่อไปนี้เป็นวัสดุต้นกำลัง

ก.

วัสดุซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นวัสดุต้นกำลัง

ข. แร่หรือสินแร่ซึ่งประกอบด้วยยูเรเนียม ธอเรียม

สารประกอบของยูเรเนียมหรือธอเรียม หรือวัสดุตาม ก.

อย่างหนึ่งหรือหลายอย่างซึ่งมีความเข้มข้นตามอัตรากำหนดและซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าเป็นวัสดุต้นกำลัง

(๓)

กำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้

(๔) กำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒

ปฏิบัติเพื่อประโยชน์ความปลอดภัยในการผลิต

การมีไว้ในครอบครองหรือการใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษพลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้

หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

หรือกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

และกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตดังกล่าวรายงานต่อคณะกรรมการตามระยะเวลาที่เห็นสมควรถึงปริมาณของวัสดุที่ผู้รับใบอนุญาตมีไว้ในครอบครองว่า

ได้เพิ่มขึ้นหรือลดลงเท่าใดในระหว่างระยะเวลานั้น รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มและการลดนั้นด้วย

การกำหนดตามมาตรานี้ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๓]

ให้มีคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติเรียกโดยย่อว่า

“พ.ป.ส.” มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติการเกี่ยวกับพลังงานปรมาณูตามพระราชบัญญัตินี้ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ

ผู้แทนกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข

ผู้แทนกระทรวงเกษตร ผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ผู้แทนสำนักงบประมาณ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ*

กับผู้ทรงคุณวุฒิอีกไม่เกินแปดคน ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ

ให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ*เป็นเลขานุการคณะกรรมการ

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๔]

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปีกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๕] นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๖

กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔)

เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษหรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

เมื่อกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ

คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นเป็นกรรมการแทน

กรรมการผู้ได้รับแต่งตั้งตามวรรคสองอยู่ในตำแหน่งตามวาระของกรรมการซึ่งตนแทน

มาตรา ๘

มาตรา ๘

การประชุมทุกคราวต้องมีกรรมการมาประชุมไม่ต่ำกว่ากึ่งจำนวนของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานไม่อยู่ในที่ประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ๙

มาตรา ๙ นอกจากอำนาจหน้าที่ซึ่งกำหนดไว้โดยเฉพาะ

ให้คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่โดยทั่วไปดังต่อไปนี้

(๑) วางนโยบาย ก่อให้เกิด ส่งเสริมและควบคุม

ก. การวิจัย การทดลอง การตรวจ

การสำรวจและการรวบรวมสถิติเกี่ยวกับแหล่งที่จะได้มาซึ่งวัสดุต้นกำลัง

ข. การจัดหาวัสดุต้นกำลัง

ค. การผลิตและใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้และพลังงานปรมาณู

ง. การวิจัยอันเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู

(๒)

เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีในเรื่องการกำหนดวัสดุนิวเคลียร์พิเศษและวัสดุต้นกำลัง

(๓)

วางระเบียบควบคุมและดำเนินกิจการให้เป็นไปตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขในใบอนุญาตที่ออกให้ตามพระราชบัญญัตินี้

(๔) กำหนดมาตรฐานต่างๆ

อันพึงใช้โดยเฉพาะเกี่ยวกับพลังงานปรมาณู

(๕)

ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพลังงานปรมาณู

(๖)[๖]

เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับมาตรการใดๆ เพื่อความปลอดภัยจากพลังงานปรมาณู

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐ คณะกรรมการอาจตั้งอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้

ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๘

มาใช้บังคับแก่การประชุมของคณะอนุกรรมการด้วยโดยอนุโลม

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ให้คณะกรรมการมีอำนาจมีหนังสือเรียกบุคคลใดๆ มาให้ถ้อยคำและให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดๆ

มาเพื่อประกอบการพิจารณาได้

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ห้ามมิให้ผู้ใด

(๑) ผลิต

มีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

(๒) กระทำด้วยประการใดๆ

แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี

ทั้งนี้ เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ

ใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ห้ามมิให้ผู้ใดนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลัง เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากคณะกรรมการ

ในการอนุญาต

คณะกรรมการมีอำนาจกำหนดเงื่อนไขเพื่อประโยชน์ความปลอดภัยไว้ในใบอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ

ใบอนุญาตให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรานี้

นำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุตามใบอนุญาตโดยไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนเงื่อนไขในใบอนุญาต

ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักรนำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนั้นแล้วแต่กรณี

โดยมิได้รับอนุญาตตามความในมาตรานี้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔ เพื่อประโยชน์แก่การระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล คณะกรรมการมีอำนาจมีคำสั่งเป็นหนังสือ

ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งออกให้ตามมาตรา ๑๒

ปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างเกี่ยวแก่กิจการที่ได้รับอนุญาตดังต่อไปนี้

(๑) เปลี่ยนแปลงซ่อมแซมหรือบูรณะอาคาร

เครื่องจักร เครื่องอุปกรณ์เครื่องมือ เครื่องใช้

(๒) จัดหาหรือสร้างสิ่งใดๆ ขึ้นใหม่

(๓)

งดการใช้หรือการผลิตไว้จนกว่าจะได้ปฏิบัติการตามคำสั่งใน (๑) และหรือ (๒)

คำสั่งของคณะกรรมการที่สั่งตาม (๑) หรือ (๒)

ให้คณะกรรมการกำหนดระยะเวลาให้ผู้รับอนุญาตปฏิบัติตามคำสั่งนั้นด้วย

และเมื่อมีเหตุอันสมควร ให้คณะกรรมการมีอำนาจขยายกำหนดเวลานั้นได้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการซึ่งได้สั่งตามมาตรา

๑๔ (๑) หรือ (๒) ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดหรือที่คณะกรรมการขยายให้

หรือในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงซึ่งกำหนดตามมาตรา

๔ (๔) คณะกรรมการมีอำนาจมีคำสั่งเป็นหนังสือให้เพิกถอนใบอนุญาตเสียได้

ในกรณีที่ได้มีคำสั่งของคณะกรรมการให้เพิกถอนใบอนุญาตตามวรรคก่อนให้ผู้รับใบอนุญาตจำหน่ายวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งผู้รับใบอนุญาตครอบครองหรือใช้ตามใบอนุญาตนั้นภายในกำหนดเก้าสิบวันถ้ามิได้จำหน่ายภายในกำหนดนี้

ให้วัสดุดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ในกรณีที่มีคำสั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๑๔ (๑) หรือ (๒)

และเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนดหรือที่คณะกรรมการขยายให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติแล้ว

ผู้รับใบอนุญาตไม่ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ครบถ้วนหรือถูกต้องตามคำสั่ง

ไม่ว่าคณะกรรมการจะได้ใช้อำนาจตามมาตรา ๑๕

หรือไม่ก็ตามให้คณะกรรมการมีอำนาจจัดให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งนั้นได้โดยครบถ้วน

ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นในการนี้ให้ผู้รับใบอนุญาตรับผิดชอบชดใช้ให้คณะกรรมการเท่าที่คณะกรรมการได้ใช้จ่ายไป

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในการปฏิบัติการตามหน้าที่

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ของทางราชการหรือเอกชนเพื่อสอบถามหรือตรวจสอบในเรื่องการผลิต

การมีไว้ในครอบครองหรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณูวัสดุพลอยได้

วัสดุต้นกำลัง

หรือในเรื่องเกี่ยวกับการระงับหรือป้องกันอันตรายซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน

หรือการคุ้มครองอนามัยของบุคคล

หรือเพื่อปฏิบัติการอย่างอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

การเข้าไปในสถานที่ตามความในวรรคก่อน ถ้ามิใช่เป็นการเร่งด่วนหรือไม่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติการโดยฉับพลันเพื่อระงับหรือป้องกันอันตราย

ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งให้ผู้ครอบครองสถานที่ทราบล่วงหน้าตามเวลาอันสมควร

และพนักงานเจ้าหน้าที่จะเข้าไปได้ก็เฉพาะในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องมีบัตรประจำตัวตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

และในการปฏิบัติตามอำนาจในมาตรา ๑๗

ต้องแสดงบัตรประจำตัวเมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องร้องขอ

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้มีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ*

โดยจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดระเบียบราชการสำนักนายกรัฐมนตรี

มีหน้าที่ดำเนินกิจการให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ และปฏิบัติงานธุรการอื่นๆ

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้มีเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ*คนหนึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งราชการของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ*

มาตรา ๒๑

มาตรา ๒๑ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๑๒

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๒

มาตรา ๒๒ ผู้ใดนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้

หรือวัสดุต้นกำลังโดยมิได้รับอนุญาตตามมาตรา ๑๓

ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือนหรือปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๓

มาตรา ๒๓

ให้ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

จัดให้ได้มาซึ่งใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองวัสดุเช่นว่านั้นภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

เมื่อพ้นกำหนดเวลาดังกล่าวในวรรคก่อน

ผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลัง

มิได้ยื่นคำขอใบอนุญาตให้มีไว้ในครอบครองก็ดี

หรือคณะกรรมการมีคำสั่งไม่อนุญาตให้มีไว้ในครอบครองก็ดีให้ผู้มีไว้ในครอบครองจำหน่ายวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ

วัสดุพลอยได้หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งตนมีไว้ในครอบครองภายในกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาตามความในวรรคก่อน

หรือนับแต่วันที่คณะกรรมการสั่งไม่อนุญาตแล้วแต่กรณี ถ้ามิได้จำหน่ายภายในกำหนดนี้

ให้วัสดุดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

ห้ามมิให้นำมาตรา ๑๒

เฉพาะที่เกี่ยวแก่การมีไว้ในครอบครองซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุต้นกำลัง

วัสดุพลอยได้มาใช้แก่บุคคลที่ครอบครองวัสดุเช่นว่านั้นอยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

มาตรา ๒๔

มาตรา ๒๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี*รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

กฎกระทรวงนั้น

เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ส. ธนะรัชต์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ

โดยที่การใช้พลังงานปรมาณูเพื่อประโยชน์ในทางสันติเป็นความจำเป็น

และสมควรส่งเสริมเพื่อการพัฒนาของประเทศ

และโดยที่การใช้พลังงานปรมาณูเพื่อประโยชน์ในทางสันติจำเป็นต้องมีการควบคุมให้การใช้เป็นไปตามหลักวิชาและปลอดภัย

จึงต้องมีกฎหมายว่าด้วยการนี้

พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘[๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้ผู้ซึ่งใช้พลังงานจากรังสีเอ็กซ์อยู่แล้วในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับใช้พลังงานดังกล่าวต่อไปได้อีกหนึ่งปีนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

โดยไม่ต้องขอรับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

พ.ศ. ๒๕๐๔

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พลังงานจากรังสีเอ็กซ์จำเป็นต้องมีการควบคุมให้การใช้เป็นไปตามหลักวิชาเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

และโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงคณะกรรมการพลังงานปรมาณูเพื่อสันติให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงต้องแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

*พระราชกฤษฎีกาแก้ไขบทบัญญัติให้สอดคล้องกับการโอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ พ.ศ. ๒๕๔๕[๘]

มาตรา ๗๙

มาตรา ๗๙ ในพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ

พ.ศ. ๒๕๐๔

(๑) ในมาตรา ๒๔ ให้แก้ไขคำว่า “นายกรัฐมนตรี”

เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

(๒) ให้แก้ไขคำว่า “สำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ”

เป็น “สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ” และคำว่า

“เลขาธิการสำนักงานพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ”

เป็น “เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ”

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติให้จัดตั้งส่วนราชการขึ้นใหม่โดยมีภารกิจใหม่

ซึ่งได้มีการตราพระราชกฤษฎีกาโอนกิจการบริหารและอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง

ทบวง กรม นั้นแล้ว และเนื่องจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้โอนอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการ

รัฐมนตรีผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่

โดยให้มีการแก้ไขบทบัญญัติต่างๆ ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่โอนไปด้วย ฉะนั้น

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามหลักการที่ปรากฏในพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

จึงสมควรแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้สอดคล้องกับการโอนส่วนราชการ

เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความชัดเจนในการใช้กฎหมายโดยไม่ต้องไปค้นหาในกฎหมายโอนอำนาจหน้าที่ว่าตามกฎหมายใดได้มีการโอนภารกิจของส่วนราชการหรือผู้รับผิดชอบตามกฎหมายนั้นไปเป็นของหน่วยงานใดหรือผู้ใดแล้ว

โดยแก้ไขบทบัญญัติของกฎหมายให้มีการเปลี่ยนชื่อส่วนราชการ รัฐมนตรี

ผู้ดำรงตำแหน่งหรือผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการให้ตรงกับการโอนอำนาจหน้าที่

และเพิ่มผู้แทนส่วนราชการในคณะกรรมการให้ตรงตามภารกิจที่มีการตัดโอนจากส่วนราชการเดิมมาเป็นของส่วนราชการใหม่รวมทั้งตัดส่วนราชการเดิมที่มีการยุบเลิกแล้ว

ซึ่งเป็นการแก้ไขให้ตรงตามพระราชบัญญัติและพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

สัญชัย/ผู้จัดทำ

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๘/ตอนที่ ๓๖/หน้า ๔๒๓/๒๕ เมษายน ๒๕๐๔

[๒]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ นิยามคำว่า “พลังงานปรมาณู”

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘

[๓]

มาตรา ๕

มาตรา ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๐๘

[๔]

มาตรา ๖

มาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๐๘

[๕]

มาตรา ๗

มาตรา ๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.

๒๕๐๘

[๖]

มาตรา ๙

มาตรา ๙ (๖) เพิ่มโดยพระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๘

[๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๘๒/ตอนที่ ๙๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑ พฤศจิกายน ๒๕๐๘

[๘]

ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๑๐๒ ก/หน้า ๖๖/๘ ตุลาคม ๒๕๔๕

24 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติพลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a2326c9041aef1b2

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com