เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง
เรื่อง
สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง
สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๒๘ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๕๐
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับมาตรา ๖๐
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลตำบลขัวมุงโดยความเห็นชอบของ
สภาเทศบาลตำบลขัวมุงและผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ตราเทศบัญญัติไว้
ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลขัวมุง เรื่อง สุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔
ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับเมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ สำนักงานเทศบาลตำบลขัวมุงแล้วเจ็ดวัน
ข้อ ๓ บรรดาเทศบัญญัติ
ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้ตราไว้แล้ว
ซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้ ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
ข้อ ๔ ในเทศบัญญัตินี้
สุสานและฌาปนสถานสาธารณะ หมายความว่า
สถานที่ที่จัดไว้สำหรับเก็บ ฝังหรือเผาศพ สำหรับประชาชนทั่วไป แต่ไม่รวมถึง
สถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บศพชั่วคราวในสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล
สุสานและฌาปนสถานเอกชน หมายความว่า
สถานที่ที่จัดไว้สำหรับเก็บ ฝัง หรือเผาศพ สำหรับตระกูลหรือครอบครัวหรือมิตรของตระกูลหรือครอบครัว
แต่ไม่รวมถึง สถานที่ที่ใช้สำหรับเก็บศพชั่วคราวในเคหสถาน
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานสาธารณสุขตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุงหรือพนักงานเทศบาลซึ่งนายกเทศมนตรีตำบลขัวมุงมอบหมาย
เตาเผาศพ หมายความว่า
อาคารหรือสถานที่ที่มีไว้สำหรับเผาศพ
ข้อ ๕ ผู้ใดจะจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ
หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ทั้งนี้
การอนุญาตให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในเทศบัญญัตินี้และกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน
พ.ศ. ๒๕๒๘
ข้อ ๖ สถานที่สำหรับเก็บศพเป็นการถาวรต้องมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
อยู่ห่างจากทางหลวงที่เป็นทางหรือถนนสำหรับประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร
(๒) บริเวณสถานที่สำหรับเก็บศพ ต้องมีกำแพงทึบสูงไม่น้อยกว่าสองเมตรห้าสิบเซนติเมตรโดยรอบและทางเข้าออกต้องมีประตูปิดกั้นหรือมีการดำเนินการใด
ๆ เพื่อปิดบังความไม่น่าดูของสถานที่เก็บศพและได้สุขลักษณะ
(๓) ที่เก็บศพต้องห่างจากกำแพงตาม (๒) ไม่น้อยกว่าสองเมตร
(๔) สถานที่สำหรับเก็บศพนั้น
ต้องมีสภาพที่น้ำท่วมไม่ถึงและห่างจากทางน้ำซึ่งประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะ ห้วย
แม่น้ำ คลองหรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์อื่นไม่น้อยกว่าสี่ร้อยเมตร
เว้นแต่ในกรณีที่มีการป้องกันกลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหลให้สถานที่สำหรับเก็บศพนั้นสามารถตั้งอยู่ห่างจากทางน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร
(๕) ที่เก็บศพต้องทำด้วยคอนกรีตหรือก่ออิฐถือปูน
มีลักษณะเป็นซองสูงจากระดับพื้นทางเดินภายในบริเวณสถานที่เก็บศพไม่น้อยกว่าห้าสิบเซนติเมตร
(๖) ซองเก็บศพต้องมีขนาดกว้างพอที่จะเก็บ
เคลื่อนย้ายหีบศพได้ง่ายและมีฝาทำด้วยโลหะหรือคอนกรีตเปิดปิดมิดชิดสามารถป้องกันกลิ่นได้
(๗) ภายในซองหีบศพ
ต้องมีฐานรองรับหีบศพสูงจากพื้นซองไม่น้อยกว่าสิบเซนติเมตร และต้องมีรางระบายสิ่งปฏิกูลลงบ่อเกรอะ
บ่อซึม ซึ่งมีขนาดพอเพียงและได้สุขลักษณะ
ข้อ ๗ สถานที่สำหรับฝังศพเป็นการถาวรต้องมีลักษณะ
ดังต่อไปนี้
(๑)
อยู่ห่างจากทางหลวงที่เป็นทางหรือถนนสำหรับประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร
(๒) มีรั้วหรือกำแพงแสดงอาณาเขตโดยรอบไว้ชัดเจน
ด้านที่อยู่ห่างจากทางสาธารณะให้สร้างเป็นกำแพงทึบสูงไม่น้อยกว่าสองเมตรห้าสิบเซนติเมตร
ทางเข้าออกต้องมีประตูปิดกั้น
(๓) สถานที่สำหรับฝังศพนั้นต้องมีสภาพที่น้ำท่วมไม่ถึง
และห่างจากทางน้ำซึ่งประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะ ห้วย แม่น้ำ คลอง หรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์อื่นไม่น้อยกว่าสี่ร้อยเมตร
เว้นแต่ในกรณีที่มีการป้องกันกลิ่นและสิ่งปฏิกูลรั่วไหล
ให้สถานที่สำหรับฝังศพนั้นสามารถตั้งอยู่ห่างจากทางน้ำไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยเมตร
ข้อ ๘ เตาเผาศพต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องใช้เตาเผาศพที่มีคุณสมบัติในการกำจัดกลิ่นและเขม่าควันจากการเผาศพโดยสามารถบำบัดอากาศเสียได้ตามมาตรฐานค่าความทึบแสงของเขม่าควันจากปล่องเตาเผาศพ
ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(๒)
อยู่ห่างจากถนนสำหรับประชาชนใช้ในการจราจรสาธารณะไม่น้อยกว่าห้าสิบเมตร
ความใน (๒) ไม่ใช้บังคับกับเตาเผาศพที่สร้างขึ้นก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับและไม่สามารถปรับปรุงเตาเผาศพให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ใน
(๒) ได้
ข้อ ๙ การเผา ฝัง
หรือเก็บศพของผู้ตายด้วยโรคติดต่ออันตราย ห้ามถ่ายศพออกจากหีบศพหรือที่บรรจุเดิมและห้ามนำสิ่งที่ติดไปกับศพนั้นออกจากหีบศพหรือที่บรรจุ
ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน
และหรือผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานต้องปฏิบัติการเก็บศพดังนี้
(๑) บรรจุศพไว้ในหีบศพที่สามารถป้องกันกลิ่นได้
(๒) เขียนชื่อ ชื่อสกุล เพศ อายุของผู้ตาย
และวันรับฝากไว้ที่หีบศพให้เห็นได้ชัดเจน
(๓) ทำทะเบียนศพพร้อมที่จะให้ตรวจสอบได้ตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
ข้อ ๑๑ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน
และหรือผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานต้องปฏิบัติการฝังศพดังนี้
(๑) ที่ฝังศพอยู่ห่างจากแนวเขตสถานที่สำหรับฝังศพไม่น้อยกว่าสี่เมตร
(๒) หลุมฝังศพแต่ละหลุม อยู่ห่างกันไม่น้อยกว่าห้าสิบเซนติเมตร
(๓) ฝังหีบศพ หรือสิ่งที่บรรจุหรือห่อศพ
อยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินไม่น้อยกว่าหนึ่งเมตร
(๔) ห้ามฝังศพเกินกว่าหลุมละหนึ่งศพ
เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากเจ้าของศพทั้งสองฝ่าย
(๕) การฝังศพผู้ตายด้วยโรคติดต่ออันตรายต้องทำลายเชื้อโรคที่ศพโดยวิธีการที่ถูกสุขลักษณะ
ข้อ ๑๒ การขุดหรือการย้ายศพ
ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถานและหรือผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นทราบและต้องปฏิบัติให้ถูกสุขลักษณะ
ข้อ ๑๓ การเผาศพ
ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน และหรือผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานต้องปฏิบัติดังนี้
(๑) ใช้เตาเผาศพตามข้อ ๘ (๑)
(๒) รักษาเตาเผาศพ อุปกรณ์ใช้งาน บริเวณสถานที่เผาศพให้มีความสะอาดอยู่เสมอ
กระดูกและเถ้าถ่านที่เหลือจากการเผาศพต้องจัดการเก็บหรือกำจัดให้ถูกสุขลักษณะ
ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งสุสานและฌาปนสถานและหรือผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถาน
มีหน้าที่ปฏิบัติดังนี้
(๑)
จัดให้มีทะเบียนแสดงกิจการของสุสานและฌาปนสถานตามแบบที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนด
(๒)
ทำรายงานโดยการคัดข้อความในทะเบียนเป็นรายเดือนถึงเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในวันที่
๗ ของเดือนถัดไป
(๓) ห้ามมิให้เก็บ ฝัง
หรือเผาศพที่ไม่มีใบมรณบัตรหรือมีแต่ข้อความไม่ถูกต้อง
เมื่อได้แก้ไขถูกต้องแล้วจึงจะดำเนินการได้
(๔) ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานสาธารณสุขในเรื่อง
การทำความสะอาดชำระล้างเครื่องใช้ หรืออบสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดบริเวณสุสานและฌาปนสถาน
ตลอดจนยานพาหนะซึ่งใช้บรรทุกศพด้วยยาฆ่าเชื้อโรค
ข้อ ๑๕ ผู้ได้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมในอัตราดังนี้
(๑) ใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ
หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน ฉบับละหนึ่งพันบาท
(๒) ใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ
หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน ฉบับละห้าร้อยบาท
(๓) ใบแทนใบอนุญาต ตาม (๑) และ (๒) ฉบับละห้าสิบบาท
(๔) การต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถานสาธารณะ
หรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน ฉบับละหนึ่งพันบาท
(๕) การต่ออายุใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน
ฉบับละห้าร้อยบาท
ข้อ ๑๖ ใบอนุญาตจัดตั้งและใบอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชน
ให้ใช้ได้จนถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมของปีที่สาม นับแต่ปีที่ออกใบอนุญาต
ข้อ ๑๗ สุสานและฌาปนสถานสาธารณะหรือสุสานและฌาปนสถานเอกชนซึ่งมีอยู่แล้วและยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งก่อนวันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองมาขอรับใบอนุญาตภายในสามสิบวัน
นับแต่วันที่เทศบัญญัตินี้ใช้บังคับ
ข้อ ๑๘ ให้ใช้แบบพิมพ์ต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ท้ายเทศบัญญัตินี้
ดังนี้
(๑) แบบคำขอรับใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน ให้ใช้แบบ สฌ. ๑
(๒) ใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน สำหรับบุคคลธรรมดา ให้ใช้แบบ
สฌ. ๒
(๓) ใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน สำหรับนิติบุคคล ให้ใช้แบบ สฌ. ๒/๑
(๔) คำขอรับใบอนุญาตดำเนินการสุสานและฌาปนสถาน ให้ใช้แบบ สฌ. ๓
(๕) ใบอนุญาตดำเนินการสุสานและฌาปนสถาน ให้ใช้แบบ สฌ. ๔
(๖) คำขอต่ออายุใบอนุญาตจัดตั้งสุสานและฌาปนสถาน ให้ใช้แบบ สฌ. ๕
(๗) คำขอต่ออายุใบอนุญาต ดำเนินการสุสานและฌาปนสถาน ให้ใช้แบบ สฌ. ๖
ข้อ ๑๙ ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเทศบัญญัตินี้
มีความผิดตามพระราชบัญญัติสุสานและฌาปนสถาน พ.ศ. ๒๕๒๘
ข้อ ๒๐ ให้นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุงรักษาการตามเทศบัญญัตินี้และให้มีอำนาจออกระเบียบ
ข้อบังคับ ประกาศ หรือคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
มนัส เศรษฐเสถียร
นายกเทศมนตรีตำบลขัวมุง
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๗ ธันวาคม
๒๕๕๔
ปณตภร/ผู้ตรวจ
๒๘ ธันวาคม
๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๘/ตอนที่ ๑๗๖ ง/หน้า ๙๙/๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๔
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).