พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
เปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสงขลา
พ.ศ. ๒๕๕๐[๑]
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๙ มีนาคม
พ.ศ. ๒๕๕๐
เป็นปีที่ ๖๒
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสงขลา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๔๙ และมาตรา ๓
วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.
๒๔๙๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงสงขลา
พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา ๒
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐ เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ศาลแขวงสงขลาในจังหวัดสงขลา มีเขตอำนาจในอำเภอเมืองสงขลา
อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอคลองหอยโข่ง อำเภอควนเนียง อำเภอนาหม่อม อำเภอบางกล่ำ
อำเภอระโนด อำเภอรัตภูมิ อำเภอสทิงพระ อำเภอสิงหนคร และอำเภอหาดใหญ่
มาตรา ๔
บรรดาคดีในเขตอำนาจของศาลจังหวัดนาทวี
ที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลแขวงสงขลาในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแขวงสงขลา
มาตรา ๕
ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก
สุรยุทธ์ จุลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีการเปิดทำการศาลจังหวัดนาทวีในวันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๐
โดยมีเขตอำนาจในอำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอสะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย
และโดยที่ในปัจจุบันศาลแขวงสงขลามีเขตอำนาจในอำเภอทุกอำเภอในจังหวัดสงขลา
ตามพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตอำนาจศาลแขวงขอนแก่น ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
ศาลแขวงพิษณุโลก ศาลแขวงลำปาง ศาลแขวงสงขลา ศาลแขวงสุราษฎร์ธานี
และศาลแขวงอุดรธานี พ.ศ. ๒๕๒๗ ดังนั้น เมื่อศาลจังหวัดนาทวีเปิดทำการแล้ว
ทำให้เขตอำนาจของศาลจังหวัดนาทวีและศาลแขวงสงขลาทับซ้อนกันในส่วนของอำเภอจะนะ
อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะเดา และอำเภอสะบ้าย้อย สมควรตัดท้องที่ดังกล่าวออกจากเขตอำนาจศาลแขวงสงขลา
โดยให้คดีที่อยู่ในเขตท้องที่ดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดนาทวีเพียงแห่งเดียวเพื่อไม่ให้ประชาชนสับสนในเรื่องเขตอำนาจศาลและได้รับความสะดวกในการพิจารณาพิพากษาคดี จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ศุภกรณ/ผู้จัดทำ
๒๖ ตุลาคม ๒๕๕๓
เอกฤทธิ์/ผู้ตรวจ
๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๔/ตอนที่ ๑๘ ก/หน้า ๑๑/๓๐ มีนาคม ๒๕๕๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).