กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
การขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์
(ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๗ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้ยกเลิกความใน
(๖) ของข้อ ๖ แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๕๙
และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๖) ในกรณีที่เรือประมงเป็นเรือประมงไทย
ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนเป็นเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทย
และใบอนุญาตใช้เรือสำหรับทำการประมงตามกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยต้องมีอายุเหลืออยู่ไม่น้อยกว่าสามสิบวันในวันที่ยื่นคำขอรับใบอนุญาต
รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
(International Maritime Organization) กำหนด
ในกรณีที่เรือประมงมิใช่เรือประมงไทย
ต้องเป็นเรือประมงที่จดทะเบียนตามกฎหมายของรัฐเจ้าของธงซึ่งสามารถใช้ทำการประมงในเขตการประมงไทยตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย
รวมทั้งต้องมีหมายเลขไอเอ็มโอสำหรับเรือที่มีลักษณะตามที่องค์การทางทะเลระหว่างประเทศ
(International Maritime Organization) กำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗
ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ตามข้อ ๖ (๖)
แห่งกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๕๙
กำหนดให้เรือประมงที่ใช้ทำการประมงพาณิชย์ได้ต้องเป็นเรือที่จดทะเบียนเรือไทยตามกฎหมายว่าด้วยเรือไทยเท่านั้น
ส่งผลให้ไม่สามารถใช้เรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยทำการประมงพาณิชย์ได้ จึงไม่สอดคล้องกับมาตรา
๗ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิการประมงในเขตการประมงไทย พุทธศักราช ๒๔๘๒ ที่กำหนดให้สามารถใช้เรือที่มีสัญชาติต่างประเทศหรือเรือที่เป็นของคนต่างด้าวหรือของนิติบุคคลที่มีสัญชาติต่างประเทศทำการประมงในเขตการประมงไทยได้ในกรณีที่ประเทศไทยมีความตกลงกับต่างประเทศไว้
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาตให้ทำการประมงพาณิชย์
โดยเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้สามารถใช้เรือประมงที่มิใช่เรือประมงไทยทำการประมงพาณิชย์ได้
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๙ ธันวาคม ๒๕๕๙
วริญา/ตรวจ
๙ ธันวาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ที่ ๑๐๓ ก/หน้า ๙/๙ ธันวาคม ๒๕๕๙