กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๘ (พ.ศ. ๒๕๕๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗
ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี
เพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๕๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (๓) ของข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
(๓) สำหรับเครื่องดื่มที่ผลิตในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตที่ปากภาชนะที่บรรจุเครื่องดื่มในลักษณะซึ่งถ้าได้เปิดภาชนะนั้นแล้ว แสตมป์สรรพสามิตนั้นจะต้องถูกทำลาย
ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๓/๑) ของข้อ ๑ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๕ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ ว่าด้วยวิธีการในการใช้แสตมป์สรรพสามิตและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีเพื่อให้ปรากฏว่าได้เสียภาษีแล้ว
(๓/๑) สำหรับเครื่องดื่มที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตหนึ่งดวงที่ภาชนะบรรจุเครื่องดื่มให้แนบสนิทจนไม่สามารถแกะลอกมาใช้ซ้ำได้ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนตามชนิดดังนี้
(ก) เครื่องดื่มบรรจุภาชนะประเภทขวด ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตที่ด้านบนของฝาหรือจุก หรือสิ่งผนึกภาชนะอื่นซึ่งใช้ผนึกภาชนะนั้นได้ในทำนองเดียวกับฝาหรือจุกของเครื่องดื่มนั้น
(ข) เครื่องดื่มบรรจุภาชนะประเภทกล่อง กระป๋อง หรือภาชนะบรรจุอื่น ๆ ให้ปิดแสตมป์สรรพสามิตที่ด้านบน หรือด้านข้างของภาชนะบรรจุเครื่องดื่มนั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๙
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการกำหนดชนิดและลักษณะของแสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่มที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรขึ้นใหม่ เพื่อใช้ปิดภาชนะสำหรับเครื่องดื่มดังกล่าว สมควรกำหนดวิธีการใช้แสตมป์สรรพสามิตสำหรับเครื่องดื่มที่ผลิตในราชอาณาจักรและเครื่องดื่มที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๒๒ มกราคม ๒๕๕๙
วิศนี/ตรวจ
๒๒ มกราคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๓ ก/หน้า ๑/๘ มกราคม ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).