กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
กำหนดอัตราและเงื่อนไขการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม
การให้กู้ต่อของกระทรวงการคลัง
พ.ศ. ๒๕๕๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๕ และมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บดอกเบี้ยการให้กู้ต่อจากหน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือสถาบันการเงินภาครัฐ
ผู้กู้ต่อในอัตราและเงื่อนไขเดียวกับที่กระทรวงการคลังกู้มาจากแหล่งเงินกู้
รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงินมาให้กู้ต่อ
ข้อ ๒ ให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากหน่วยงานของรัฐหน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ
หรือสถาบันการเงินภาครัฐตามอัตราที่กำหนดในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้
รัฐมนตรีจะอนุมัติให้กระทรวงการคลังเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อในกรณีดังต่อไปนี้ต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมก็ได้
(๑)
โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรือรัฐวิสาหกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ
เป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ
(๒)
โครงการหรือแผนงานของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือรัฐวิสาหกิจ
ในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวม
แต่ไม่มีความคุ้มค่าในการลงทุนในเชิงพาณิชย์
(๓)
โครงการหรือแผนงานลงทุนใหม่ของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
หรือรัฐวิสาหกิจ ตามยุทธศาสตร์ของแผนการบริหารราชการแผ่นดิน
(๔)
โครงการหรือแผนงานสนับสนุนสินเชื่อของสถาบันการเงินภาครัฐตามนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้สถาบันการเงินภาครัฐเป็นผู้รับผิดชอบและดำเนินการ
ให้หน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
ที่เสียค่าธรรมเนียมต่ำกว่าอัตราตามบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้หรือไม่เสียค่าธรรมเนียมตามวรรคสอง
บันทึกจำนวนเงินที่เป็นส่วนต่างของค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อที่ชำระจริง
และค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่ออันพึงต้องชำระตามอัตราในบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อท้ายกฎกระทรวงนี้
เป็นส่วนหนึ่งของวงเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในการดำเนินงาน
ข้อ ๓ ภายใต้บังคับข้อ ๔
ให้สำนักงานประเมินระดับความน่าเชื่อถืออย่างน้อยทุกรอบสิบสองเดือน
เพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
โดยพิจารณาจาก
(๑)
ความเสี่ยงทางเครดิต ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านอุตสาหกรรม ความเสี่ยงด้านธุรกิจ
และความเสี่ยงทางการเงิน
รวมทั้งแผนการดำเนินงานในอนาคตและโครงสร้างของวงเงินกู้ยืม และ
(๒)
ส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
กับอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลที่เป็นอัตราอ้างอิง
ในกรณีที่ไม่สามารถหาส่วนต่างของอัตราผลตอบแทนตาม
(๒) ได้ ให้พิจารณาระดับความน่าเชื่อถือเฉพาะความเสี่ยงทางเครดิตตาม (๑)
หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินระดับความน่าเชื่อถือตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะประกาศกำหนด
ข้อ ๔ ในกรณีที่สำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
สำนักงานจะใช้ผลการประเมินดังกล่าวเป็นผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อก็ได้
ข้อ ๕ เมื่อสำนักงานได้ประเมินระดับความน่าเชื่อถือของรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐที่กระทรวงการคลังให้กู้ต่อตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ
๓
หรือใช้ผลการประเมินระดับความน่าเชื่อถือเพื่อประโยชน์ในการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการค้ำประกันจากรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐนั้นตามข้อ
๔ แล้วแต่กรณี แล้ว
ให้แจ้งผลการประเมินให้รัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐนั้นทราบ
ข้อ ๖ ค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อตามข้อ ๒
ให้เรียกเก็บเป็นเงินสกุลตามที่ได้ให้กู้ต่อและจะเรียกเก็บปีละหนึ่งครั้งหรือปีละสองครั้งก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๗
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อของหน่วยงานของรัฐ
หน่วยงานในกำกับดูแลของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๒.
บัญชีอัตราค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อของรัฐวิสาหกิจหรือสถาบันการเงินภาครัฐ
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๔๘
บัญญัติให้กระทรวงการคลังมีอำนาจในการเรียกเก็บดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมการให้กู้ต่อในอัตราและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/จัดทำ
๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ศิรวัชร์/ปรับปรุง
๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๕/ตอนที่ ๙๐ ก/หน้า ๒๐/๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).