พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
กำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖
เป็นปีที่ ๕๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค พ.ศ. ๒๕๔๖
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓[๒]
ให้มีศาลแรงงานภาค จำนวน ๙ ศาล คือ ศาลแรงงานภาค ๑ ศาลแรงงานภาค ๒ ศาลแรงงานภาค ๓ ศาลแรงงานภาค ๔ ศาลแรงงานภาค ๕ ศาลแรงงานภาค ๖ ศาลแรงงานภาค ๗ ศาลแรงงานภาค ๘ และศาลแรงงานภาค ๙ และมีเขตศาล ดังต่อไปนี้
(๑) ศาลแรงงานภาค ๑ มีเขตศาลในจังหวัดชัยนาท จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดอ่างทอง
(๒) ศาลแรงงานภาค ๒ มีเขตศาลในจังหวัดจันทบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดตราด จังหวัดนครนายก จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดสระแก้ว
(๓) ศาลแรงงานภาค ๓ มีเขตศาลในจังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดยโสธร จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอำนาจเจริญ
(๔)[๓] ศาลแรงงานภาค ๔ มีเขตศาลในจังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครพนม จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดหนองคาย จังหวัดหนองบัวลำภู และจังหวัดอุดรธานี
(๕) ศาลแรงงานภาค ๕ มีเขตศาลในจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดแพร่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน
(๖) ศาลแรงงานภาค ๖ มีเขตศาลในจังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดตาก จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดอุทัยธานี
(๗) ศาลแรงงานภาค ๗ มีเขตศาลในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสุพรรณบุรี
(๘) ศาลแรงงานภาค ๘ มีเขตศาลในจังหวัดกระบี่ จังหวัดชุมพร จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี
(๙) ศาลแรงงานภาค ๙ มีเขตศาลในจังหวัดตรัง จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดพัทลุง จังหวัดยะลา จังหวัดสงขลา และจังหวัดสตูล
มาตรา ๔[๔]
ให้ศาลแรงงานภาค ๑ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดลพบุรี ศาลแรงงานภาค ๒ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดชลบุรี ศาลแรงงานภาค ๓ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดนครราชสีมา ศาลแรงงานภาค ๔ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดอุดรธานี ศาลแรงงานภาค ๕ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดเชียงใหม่ ศาลแรงงานภาค ๖ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดนครสวรรค์ ศาลแรงงานภาค ๗ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดกาญจนบุรี ศาลแรงงานภาค ๘ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดภูเก็ต และศาลแรงงานภาค ๙ มีที่ตั้ง ณ จังหวัดสงขลา
มาตรา ๕ ให้เปิดทำการศาลแรงงานภาค ๒ ศาลแรงงานภาค ๘ และศาลแรงงานภาค ๙ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ บรรดาคดีซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๒ ศาลแรงงานภาค ๘ และศาลแรงงานภาค ๙ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแรงงานกลางต่อไป แต่ถ้าศาลแรงงานกลางเห็นสมควร จะสั่งให้โอนคดีไปให้ศาลแรงงานภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ พิจารณาพิพากษาคดีต่อไปก็ได้
มาตรา ๗ ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลแรงงานภาคขึ้น และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะต้องระบุเขตอำนาจศาลและกำหนดที่ตั้งศาลในเขตศาลนั้นไว้ด้วย บัดนี้ พร้อมที่จะเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๒ ศาลแรงงานภาค ๘ และศาลแรงงานภาค ๙ ได้แล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗[๕]
附則
มาตรา ๕ ให้เปิดทำการศาลแรงงานภาค ๔ ศาลแรงงานภาค ๕ และศาลแรงงานภาค ๖ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
มาตรา ๖ บรรดาคดีซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๔ ศาลแรงงานภาค ๕ และศาลแรงงานภาค ๖ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแรงงานกลางต่อไป แต่ถ้าศาลแรงงานกลางเห็นสมควร จะสั่งให้โอนคดีไปให้ศาลแรงงานภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้พิจารณาพิพากษาคดีต่อไปก็ได้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีคดีแรงงานขึ้นสู่ศาลแรงงานเพิ่มขึ้น สมควรเปิดทำการศาลแรงงานภาคเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในส่วนภูมิภาค และโดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลแรงงานภาคขึ้นและจะเปิดทำการเมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะต้องระบุเขตอำนาจศาลและกำหนดที่ตั้งศาลในเขตศาลนั้นไว้ด้วย บัดนี้พร้อมที่จะเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๔ ศาลแรงงานภาค ๕ และศาลแรงงานภาค ๖ เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาลและวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘[๖]
มาตรา ๔ ให้เปิดทำการศาลแรงงานภาค ๑ ศาลแรงงานภาค ๓ และศาลแรงงานภาค ๗ ตั้งแต่วันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป
มาตรา ๕ บรรดาคดีซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลแรงงานกลางในวันเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๑ ศาลแรงงานภาค ๓ และศาลแรงงานภาค ๗ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแรงงานกลางต่อไป แต่ถ้าศาลแรงงานกลางเห็นสมควร จะสั่งให้โอนคดีไปให้ศาลแรงงานภาคที่มีเขตศาลเหนือคดีนั้นตามมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้พิจารณาพิพากษาคดีต่อไปก็ได้
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีคดีแรงงานขึ้นสู่ศาลแรงงานเพิ่มขึ้น สมควรเปิดทำการศาลแรงงานภาคเพิ่มเติม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในส่วนภูมิภาค และโดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติว่า ให้จัดตั้งศาลแรงงานภาคขึ้น และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะต้องระบุเขตอำนาจศาลและกำหนดที่ตั้งศาลในเขตศาลนั้นไว้ด้วย บัดนี้ พร้อมที่จะเปิดทำการศาลแรงงานภาค ๑ ศาลแรงงานภาค ๓ และศาลแรงงานภาค ๗ เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๕[๗]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘ กำหนดให้จังหวัดหนองคายอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค ๔ แต่ในปัจจุบันพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. ๒๕๕๔ ได้กำหนดให้แยกอำเภอเซกา อำเภอโซ่พิสัย อำเภอบุ่งคล้า อำเภอบึงกาฬ อำเภอบึงโขงหลง อำเภอปากคาด อำเภอพรเจริญ และอำเภอศรีวิไล ออกจากการปกครองของจังหวัดหนองคาย รวมตั้งขึ้นเป็นจังหวัดบึงกาฬ สมควรกำหนดให้จังหวัดบึงกาฬอยู่ในเขตศาลแรงงานภาค ๔ และโดยที่มาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติให้จัดตั้งศาลแรงงานภาคขึ้น และจะเปิดทำการเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา ซึ่งจะต้องระบุเขตอำนาจศาลและกำหนดที่ตั้งศาลในเขตศาลนั้นไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ณัฐพร/ผู้จัดทำ
๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๓๖ ก/หน้า ๔/๑ พฤษภาคม ๒๕๔๖
[๒] มาตรา ๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๓] มาตรา ๓ (๔) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๕
[๔] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวน ที่ตั้ง เขตศาล และวันเปิดทำการของศาลแรงงานภาค (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘
[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๒๖ก/หน้า ๒/๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๗
[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๖๙ก/หน้า ๑๓/๒๒ สิงหาคม ๒๕๔๘
[๗] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๙/ตอนที่ ๑๐๑ ก/หน้า ๓๐/๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).