我的書籤免費註冊

กฎกระทรวง(พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539

子法規・公布 1997-08-27・全 15 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้คณะกรรมการตุลาการคัดเลือกผู้พิพากษาสมบทตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้ใดประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ ให้ยื่นใบสมัครตอบแบบที่กำหนดท้ายกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๓

ข้อ ๓ บุคคลที่เป็นโรคดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ (๑) โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม (๒) วัณโรคในระยะอันตราย (๓) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม (๔) โรคติดยาเสพติดให้โทษ (๕) โรคพิษสุราเรื้อรัง

ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการตุลาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมบุคคลที่ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศแต่ละแห่ง ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมตามจำนวนที่คณะกรรมการตุลาการจะพิจารณาเห็นสมควร คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่จัดให้มีการอบรม ประเมินผลการอบรมพิจารณาความเหมาะสมของผู้เข้ารับการคัดเลือกและเสนอรายชื่อผู้ผ่านการอบรมและการประเมินผลการอบรมพร้อมด้วยผลการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการ

ข้อ ๕

ข้อ ๕ การอบรมแบ่งเป็น ๓ หัวข้อ คือ (๑) การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (๒) การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบและระเบียบที่เกี่ยวข้อง (๓) การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้ (๑) ความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๒ ชั่วโมง (๒) วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๔ ชั่วโมง (๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ๔ ชั่วโมง (๔) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ๔ ชั่วโมง

ข้อ ๗

ข้อ ๗ การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมบทและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้ (๑) อำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบ ๓ ชั่วโมง (๒) ระบบการศาลของไทย ๒ ชั่วโมง (๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ๔ ชั่วโมง (๔) การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ๔ ชั่วโมง (๕) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญาและหนี้ ๓ ชั่วโมง (๖) ระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๒ ชั่วโมง

ข้อ ๘

ข้อ ๘ การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมบทให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้ (๑) การดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ ๒ ชั่วโมง (๒) ประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ ๒ ชั่วโมง

ข้อ ๙

ข้อ ๙ หัวข้อการอบรมและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อตามข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ นั้นคณะกรรมการดำเนินการอบรมอาจเพิ่มเติม งด หรือเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสมของการอบรมแต่ละคราว

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมมาเป็นผู้ให้การอบรมตามกฎกระทรวงนี้

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อมีผู้สมัครเป็นจำนวนตามที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควรแล้วก็ให้ดำเนินการจัดการอบรมทันที ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมกำหนดวันเวลาและสถานที่ที่จะทำการอบรมให้เหมาะสมโดยจะจัดให้มีการอบรมนอกวันเวลาราชการก็ได้

ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นแล้วให้มีการทดสอบความรู้ตามวิธีการที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควร แล้วส่งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมพร้อมทั้งผลการประเมินการอบรม และการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการเพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบมาแล้วให้อยู่ในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมที่จะเสนอคณะกรรมการตุลาการพิจารณานำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบโดยมิต้องรับการอบรมก็ได้

ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบคณะกรรมการตุลาการอาจเรียกให้ผู้แทนคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเข้าชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการได้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐ สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม [เอกสารแนบท้าย] ๑. ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง/ภาค...... (ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย) หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศทุกศาลมีผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด และโดยที่มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบจะต้องเป็นผู้ได้รับการอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและหน้าที่ตุลาการมาแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องไม่เป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง และต้องเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ วิชชุตา/ผู้จัดทำ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๔ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๕๙/๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๐

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查