กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ. ๒๕๔๐)
ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า
ระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
ให้คณะกรรมการตุลาการคัดเลือกผู้พิพากษาสมบทตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๒ บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา
๑๕ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้ใดประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ
ให้ยื่นใบสมัครตอบแบบที่กำหนดท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
บุคคลที่เป็นโรคดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ
(๑)
โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(๒) วัณโรคในระยะอันตราย
(๓) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
(๔) โรคติดยาเสพติดให้โทษ
(๕) โรคพิษสุราเรื้อรัง
ข้อ ๔
ให้คณะกรรมการตุลาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมบุคคลที่ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศแต่ละแห่ง
ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมตามจำนวนที่คณะกรรมการตุลาการจะพิจารณาเห็นสมควร
คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่จัดให้มีการอบรม
ประเมินผลการอบรมพิจารณาความเหมาะสมของผู้เข้ารับการคัดเลือกและเสนอรายชื่อผู้ผ่านการอบรมและการประเมินผลการอบรมพร้อมด้วยผลการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการ
ข้อ ๕
การอบรมแบ่งเป็น ๓ หัวข้อ คือ
(๑)
การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
(๒) การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(๓) การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ
ข้อ ๖
การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ
ดังต่อไปนี้
(๑) ความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
๒ ชั่วโมง
(๒) วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
๔ ชั่วโมง
(๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ๔ ชั่วโมง
(๔)
ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ๔ ชั่วโมง
ข้อ ๗
การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมบทและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
ให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้
(๑) อำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบ ๓ ชั่วโมง
(๒) ระบบการศาลของไทย ๒ ชั่วโมง
(๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ๔ ชั่วโมง
(๔) การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ๔ ชั่วโมง
(๕) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญาและหนี้ ๓
ชั่วโมง
(๖) ระเบียบต่าง ๆ
ที่เกี่ยวข้องกับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๒ ชั่วโมง
ข้อ ๘
การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมบทให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ
ดังต่อไปนี้
(๑) การดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ ๒ ชั่วโมง
(๒) ประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ ๒ ชั่วโมง
ข้อ ๙
หัวข้อการอบรมและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อตามข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗
นั้นคณะกรรมการดำเนินการอบรมอาจเพิ่มเติม งด หรือเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสมของการอบรมแต่ละคราว
ข้อ ๑๐
ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมมาเป็นผู้ให้การอบรมตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๑๑
เมื่อมีผู้สมัครเป็นจำนวนตามที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควรแล้วก็ให้ดำเนินการจัดการอบรมทันที
ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมกำหนดวันเวลาและสถานที่ที่จะทำการอบรมให้เหมาะสมโดยจะจัดให้มีการอบรมนอกวันเวลาราชการก็ได้
ข้อ ๑๒
เมื่อดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นแล้วให้มีการทดสอบความรู้ตามวิธีการที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควร
แล้วส่งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมพร้อมทั้งผลการประเมินการอบรม
และการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการเพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป
ข้อ ๑๓
ในกรณีบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบมาแล้วให้อยู่ในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมที่จะเสนอคณะกรรมการตุลาการพิจารณานำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบโดยมิต้องรับการอบรมก็ได้
ข้อ ๑๔
ในการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบคณะกรรมการตุลาการอาจเรียกให้ผู้แทนคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเข้าชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐
สุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง/ภาค......
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศทุกศาลมีผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด
และโดยที่มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า
ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบจะต้องเป็นผู้ได้รับการอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและหน้าที่ตุลาการมาแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ต้องไม่เป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง
และต้องเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิชชุตา/ผู้จัดทำ
๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๕๙/๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๐
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).