法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง(พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๔๐)

ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า

ระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ และมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง แห่งพระบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้คณะกรรมการตุลาการคัดเลือกผู้พิพากษาสมบทตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ บุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่ลักษณะต้องห้ามตามมาตรา

๑๕ วรรคหนึ่ง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙ ผู้ใดประสงค์จะสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

ให้ยื่นใบสมัครตอบแบบที่กำหนดท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บุคคลที่เป็นโรคดังต่อไปนี้เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้เข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบ

(๑)

โรคเรื้อนในระยะติดต่อหรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

(๒) วัณโรคในระยะอันตราย

(๓) โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

(๔) โรคติดยาเสพติดให้โทษ

(๕) โรคพิษสุราเรื้อรัง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้คณะกรรมการตุลาการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมบุคคลที่ประสงค์จะเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศแต่ละแห่ง

ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมตามจำนวนที่คณะกรรมการตุลาการจะพิจารณาเห็นสมควร

คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมตามวรรคหนึ่งมีหน้าที่จัดให้มีการอบรม

ประเมินผลการอบรมพิจารณาความเหมาะสมของผู้เข้ารับการคัดเลือกและเสนอรายชื่อผู้ผ่านการอบรมและการประเมินผลการอบรมพร้อมด้วยผลการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การอบรมแบ่งเป็น ๓ หัวข้อ คือ

(๑)

การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

(๒) การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

(๓) การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ

ดังต่อไปนี้

(๑) ความรู้เกี่ยวกับการจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

๒ ชั่วโมง

(๒) วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

๔ ชั่วโมง

(๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา ๔ ชั่วโมง

(๔)

ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวเนื่อง ๔ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

การอบรมเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมบทและระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ ดังต่อไปนี้

(๑) อำนาจหน้าที่ของผู้พิพากษาสมทบ ๓ ชั่วโมง

(๒) ระบบการศาลของไทย ๒ ชั่วโมง

(๓) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ๔ ชั่วโมง

(๔) การชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน ๔ ชั่วโมง

(๕) กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยนิติกรรมสัญญาและหนี้ ๓

ชั่วโมง

(๖) ระเบียบต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ๒ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การอบรมเกี่ยวกับการดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมบทให้มีหัวข้อและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อ

ดังต่อไปนี้

(๑) การดำรงตนในฐานะเป็นผู้พิพากษาสมทบ ๒ ชั่วโมง

(๒) ประมวลจริยธรรมของข้าราชการตุลาการ ๒ ชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

หัวข้อการอบรมและระยะเวลาการอบรมในแต่ละหัวข้อตามข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗

นั้นคณะกรรมการดำเนินการอบรมอาจเพิ่มเติม งด หรือเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นได้ตามความเหมาะสมของการอบรมแต่ละคราว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเชิญผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภายในและภายนอกกระทรวงยุติธรรมมาเป็นผู้ให้การอบรมตามกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

เมื่อมีผู้สมัครเป็นจำนวนตามที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควรแล้วก็ให้ดำเนินการจัดการอบรมทันที

ให้คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมกำหนดวันเวลาและสถานที่ที่จะทำการอบรมให้เหมาะสมโดยจะจัดให้มีการอบรมนอกวันเวลาราชการก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เมื่อดำเนินการอบรมเสร็จสิ้นแล้วให้มีการทดสอบความรู้ตามวิธีการที่คณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเห็นสมควร

แล้วส่งรายชื่อผู้ผ่านการอบรมพร้อมทั้งผลการประเมินการอบรม

และการพิจารณาความเหมาะสมไปยังคณะกรรมการตุลาการเพื่อพิจารณาคัดเลือกต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีบุคคลซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบมาแล้วให้อยู่ในดุลพินิจของคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมที่จะเสนอคณะกรรมการตุลาการพิจารณานำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบโดยมิต้องรับการอบรมก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในการคัดเลือกผู้พิพากษาสมทบคณะกรรมการตุลาการอาจเรียกให้ผู้แทนคณะอนุกรรมการดำเนินการอบรมเข้าชี้แจงในที่ประชุมคณะกรรมการตุลาการได้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๐

สุวิทย์ คุณกิตติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ใบสมัครเข้ารับการคัดเลือกเพื่อดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง/ภาค......

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๓๙ บัญญัติให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศทุกศาลมีผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบตามจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด

และโดยที่มาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า

ผู้ที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นผู้พิพากษาสมทบจะต้องเป็นผู้ได้รับการอบรมในเรื่องความมุ่งหมายของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและหน้าที่ตุลาการมาแล้วตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

ต้องไม่เป็นโรคที่ระบุไว้ในกฎกระทรวง

และต้องเป็นผู้ได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

วิชชุตา/ผู้จัดทำ

๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๔๐ ก/หน้า ๕๙/๒๗ สิงหาคม ๒๕๔๐

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง(พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a64bb68acf93c339

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com