ข้อ ๔๖ คลังน้ำมันต้องติดตั้งระบบท่อน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า
๑๐๐ มิลลิเมตร
หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและต้องมีหัวท่อจ่ายน้ำดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองจุด
ในกรณีที่คลังน้ำมันมีระบบท่อน้ำดับเพลิงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า
๒๐๐ มิลลิเมตร จะต้องติดตั้งท่อรับน้ำจากภายนอกมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า
๑๐๐ มิลลิเมตร หรือเท่ากับขนาดของท่อน้ำประปาสำหรับดับเพลิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
และต้องมีหัวท่อรับไม่น้อยกว่าสองหัว พร้อมทั้งต้องจัดให้มีข้อต่อเพื่อรับน้ำดับเพลิงให้มีชนิดเดียวกับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย
ข้อ ๔๗ คลังน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิง
ขนาดบรรจุไม่น้อยกว่า ๖.๘๐ กิโลกรัม และมีความสามารถในการดับเพลิงไม่น้อยกว่า 3A 40B ตามมาตรฐานระบบป้องกันอัคคีภัยของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์
หรือมาตรฐานอื่นที่เทียบเท่าตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ติดตั้งไว้ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) อาคารเก็บน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อพื้นที่
๒๐๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐๐ ตารางเมตร
(๒)
อาคารบรรจุผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปของน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่องต่อพื้นที่
๒๐๐ ตารางเมตร สำหรับน้ำมันชนิดไวไฟน้อย ต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อพื้นที่
๒๐๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐๐ ตารางเมตร
(๓)
บริเวณที่ตั้งเครื่องสูบน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจำนวนเครื่องสูบน้ำมันสองเครื่อง
กรณีมีเครื่องสูบน้ำมันมากกว่าแปดเครื่อง
จะต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสี่เครื่อง
(๔)
บริเวณแท่นจ่ายน้ำมันหรือจุดรับน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมันสองช่อง
(๕)
บริเวณจุดรับหรือจ่ายน้ำมันโดยรถไฟขนส่งน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งเครื่องต่อความยาวระหว่างช่องรับหรือจ่ายนํ้ามันไม่เกิน
๓๐ เมตร
(๖)
บริเวณท่าเรือที่รับหรือจ่ายน้ำมันต้องมีเครื่องดับเพลิงไม่น้อยกว่าสองเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมัน
และให้มีเครื่องดับเพลิงขนาดบรรจุสารเคมีไม่น้อยกว่า ๕๐ กิโลกรัม
อีกหนึ่งเครื่องต่อจุดรับหรือจ่ายน้ำมัน
(๗) การติดตั้งเครื่องดับเพลิง
ให้ติดตั้งโดยรอบบริเวณคลังน้ำมันในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก
ข้อ ๔๘ คลังน้ำมันต้องจัดให้มีโฟมเข้มข้นที่นำมาใช้เป็นสารละลายโฟมได้ตลอดเวลาตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) จำนวนสารละลายโฟมที่ต้องฉีดเข้าถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่
ให้คำนวณจากชนิดของถังและชนิดของน้ำมันตามที่กำหนดในตารางดังต่อไปนี้
ชนิดของถัง
ชนิดของน้ำมัน
อัตราการใช้
สารละลายโฟม
(ลิตรต่อนาที
ต่อตารางเมตร)
พื้นที่
ที่ใช้ในการคำนวณ
(ตารางเมตร)
เวลาที่ใช้
ในการคำนวณ
(นาที)
ชนิดหลังคา
ติดตาย
ชนิดไวไฟมาก
๔.๑
พื้นที่หน้าตัดของถัง
๕๕
ชนิดไวไฟ
ปานกลาง หรือ
ชนิดไวไฟน้อย
๓๐
ชนิดหลังคาลอย
ทุกชนิด
๑๒.๒
พื้นที่หน้าตัดระหว่าง
เขื่อนกันโฟมบนหลังคาถัง
ถึงผนังถัง
๒๐
ชนิดหลังคาลอย
ภายใน
ชนิดไวไฟมาก
๔.๑
พื้นที่หน้าตัดของถัง
๕๕
ชนิดไวไฟ
ปานกลาง หรือ
ชนิดไวไฟน้อย
๓๐
ทุกชนิด
๑๒.๒
พื้นที่หน้าตัดระหว่าง
เขื่อนกันโฟมบนหลังคา
ถังถึงผนังถัง
กรณีหลังคาลอยภายใน
ทำด้วยเหล็ก
๒๐
(๒) ปริมาณสารละลายโฟมต้องเติมเต็มท่อโฟม
โดยการคำนวณจากขนาดและความยาวรวมของท่อโฟม
(๓) ปริมาณสารละลายโฟมที่ใช้สำหรับฉีดเสริมเฉพาะจุดต้องมีอัตราการฉีดสารละลายโฟม
ไม่น้อยกว่า ๑๘๙ ลิตรต่อนาที
จำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟมและระยะเวลาในการฉีดสารละลายโฟมให้เป็นไปตามที่กำหนดในตารางดังต่อไปนี้
ขนาดของถังเก็บน้ำมันกับจำนวนอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟม
เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร)
จำนวนขั้นต่ำของอุปกรณ์ฉีดสารละลายโฟม (จุด)
ไม่เกิน ๑๙.๕๐
เกิน ๑๙.๕๐ - ๓๖
เกิน ๓๖
๑
๒
๓
ขนาดของถังเก็บน้ำมันกับระยะเวลาในการฉีดสารละลายโฟม
เส้นผ่าศูนย์กลางของถัง (เมตร)
เวลาขั้นต่ำของการฉีดสารละลายโฟม (นาที)
ไม่เกิน ๑๐.๕๐
เกิน ๑๐.๕๐ - ๒๘.๕๐
เกิน ๒๘.๕๐
๑๐
๒๐
๓๐
(๔) สารละลายโฟมต้องมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดับเพลิงตามชนิดของน้ำมัน
(๕) ปริมาณโฟมเข้มข้นที่ต้องจัดเก็บให้คำนวณจากสารละลายโฟมตาม (๑)
(๒) และ (๓) ของถังที่ใช้ปริมาณโฟมเข้มข้นสูงสุด
คลังน้ำมันที่มีปริมาณน้ำมันไม่เกิน ๑๒๐ ล้านลิตร
ต้องมีการสำรองโฟมเข้มข้นไว้อีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่า
คลังน้ำมันที่มีปริมาณน้ำมันเกิน ๑๒๐ ล้านลิตร
และคลังน้ำมันไม่ว่าจะเก็บน้ำมันในปริมาณเท่าใดที่มีโรงกลั่นน้ำมันตั้งอยู่ติดกัน
ต้องมีการสำรองโฟมเข้มข้นไว้อีกไม่น้อยกว่าสามเท่า
(๖) การเก็บโฟมเข้มข้นและอุปกรณ์ประกอบที่ใช้ในการดับเพลิง
ให้จัดเก็บไว้โดยรอบบริเวณคลังน้ำมันในที่ที่สามารถมองเห็นและนำไปใช้งานได้โดยสะดวก
และมีสภาพพร้อมที่จะใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๔๙ คลังน้ำมันต้องจัดให้มีระบบจ่ายน้ำสำหรับดับเพลิงให้เพียงพอต่อการระงับอัคคีภัย
ดังต่อไปนี้
(๑) ใช้สำหรับฉีดสารละลายโฟมในข้อ ๔๘
(๒) ใช้เป็นน้ำหล่อเย็นโดยต้องมีปริมาณนํ้าในอัตราไม่น้อยกว่า ๒
ลิตรต่อนาทีต่อตารางเมตรเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑๒๐ นาที
โดยการคิดคำนวณพื้นที่ของถังเก็บน้ำมัน ให้เป็นไปตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
(ก) ถังเก็บน้ำมันที่มีโอกาสเกิดการใช้น้ำหล่อเย็น
ให้คิดคำนวณพื้นที่ของผนังถังและหลังคาถัง และ
(ข) ถังเก็บน้ำมันอื่นที่ตั้งอยู่โดยรอบถังเก็บน้ำมันตาม (ก)
ให้คิดเฉพาะพื้นที่ของผนังและหลังคาถังเก็บน้ำมันที่อยู่ในรัศมีหนึ่งเท่าของเส้นผ่าศูนย์กลางของถังตาม
(ก) ในกรณีที่เป็นถังตามแนวตั้ง หรือหนึ่งเท่าของความยาวถังตาม (ก)
ในกรณีที่เป็นถังตามแนวนอน ทั้งนี้ การวัดระยะให้วัดจากผนังถังตาม (ก)
(๓) ใช้เป็นน้ำดับเพลิงเพื่อสนับสนุนการดำเนินการตาม (๑) และ (๒)
โดยต้องมีปริมาณน้ำในอัตราไม่น้อยกว่า ๑,๙๐๐ ลิตรต่อนาที
เป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๓๐ นาที
การคำนวณอัตราการจ่ายน้ำตามวรรคหนึ่ง ให้คำนวณตาม (๑) (๒) และ (๓)
รวมกันจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นที่ทำให้เกิดปริมาณการใช้น้ำสูงสุด
ข้อ ๕๐ คลังน้ำมันต้องจัดให้มีแหล่งน้ำหรือที่เก็บนํ้า
โดยแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำนั้นต้องมีปริมาณน้ำไม่น้อยกว่าปริมาณการใช้น้ำสูงสุดตามข้อ
๔๙ อยู่ตลอดเวลา
ข้อ ๕๑ ถังเก็บน้ำมันดังต่อไปนี้
ต้องติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟมและระบบน้ำหล่อเย็นหรือหัวฉีดน้ำที่สามารถหล่อเย็นโดยรอบถัง
และมีสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
(๑) ถังเก็บน้ำมันตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖ เมตร
ขึ้นไป และเก็บน้ำมันชนิดไวไฟมาก
(๒) ถังเก็บน้ำมันตามแนวตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ ๖ เมตร
ขึ้นไป และเก็บน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อย ยกเว้นน้ำมันหล่อลื่น
และอยู่ในพื้นที่ที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากหรือหนาแน่นปานกลางตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง
แต่ในกรณีที่ประกาศเขตพื้นที่ดังกล่าวในภายหลังให้ติดตั้งระบบฉีดสารละลายโฟมและระบบน้ำหล่อเย็นหรือหัวฉีดน้ำที่สามารถหล่อเย็นโดยรอบถังโดยเร็ว
(๓)
ถังเก็บน้ำมันที่ใช้เก็บน้ำมันชนิดไวไฟปานกลางหรือชนิดไวไฟน้อยที่อยู่ในกลุ่มถังเก็บน้ำมันที่ใช้เก็บน้ำมันชนิดไวไฟมากตาม
(๑)
ข้อ ๕๒ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องมีความดันและอัตราการไหลสอดคล้องกับปริมาณการใช้สารละลายโฟม
น้ำหล่อเย็น และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ประกอบในการดับเพลิงตามที่กำหนดในข้อ ๔๙ และต้องมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงที่ใช้เครื่องยนต์อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง
โดยมีท่อสำหรับสูบน้ำจากแหล่งน้ำหรือที่เก็บน้ำขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่น้อยกว่า
๑๐๐ มิลลิเมตร โดยตำแหน่งการปิดเปิดของเครื่องสูบน้ำดับเพลิงต้องอยู่ในตำแหน่งที่สามารถเข้าไปใช้งานได้โดยสะดวก
และมีสภาพพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลาและจะต้องทำการตรวจสอบเครื่องสูบน้ำดับเพลิงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๕๓ เครื่องสูบน้ำดับเพลิงและอุปกรณ์ที่ใช้ในการดับเพลิงต้องติดตั้งหรือวางไว้ในตำแหน่งที่ห่างจากแท่นจ่ายน้ำมัน
กลุ่มถังเก็บน้ำมัน และจุดรับหรือจ่ายน้ำมันไม่น้อยกว่า ๓๐ เมตร
ข้อ ๕๔ เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิง
และน้ำยาโฟมเข้มข้น ต้องตรวจสอบคุณภาพโดยการสุ่มตัวอย่างอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
และต้องจัดทำรายงานการตรวจสอบคุณภาพเก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้
เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้งหรือน้ำยาดับเพลิง และน้ำยาโฟมเข้มข้น
ต้องมีคุณภาพและปริมาณเพียงพอพร้อมใช้งานได้ตลอดเวลา
ข้อ ๕๕ ท่อน้ำดับเพลิงและท่อโฟมให้ทาสีตลอดทั้งเส้น
โดยท่อน้ำดับเพลิงให้ใช้สีแดง และท่อโฟมให้ใช้สีเหลือง
ข้อ ๕๖ คลังน้ำมันต้องจัดให้มีระบบสัญญาณเตือนภัยที่สามารถได้ยินหรือรับรู้ได้อย่างทั่วถึงโดยติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุไว้ใกล้แท่นจ่ายน้ำมัน
กลุ่มถังเก็บน้ำมัน จุดรับน้ำมัน หรือจุดจ่ายน้ำมันไม่น้อยกว่าสองตำแหน่ง
โดยต้องมีจำนวนที่เพียงพอต่อการรักษาความปลอดภัย
และติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุในบริเวณอาคารสำนักงานหนึ่งตำแหน่ง
หรือติดตั้งอุปกรณ์แจ้งเหตุตามที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดและต้องทดสอบระบบสัญญาณเตือนภัยอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
ข้อ ๕๗ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำแผนระงับเหตุเพลิงไหม้
และมีการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่คลังน้ำมันอยู่ในเขตท้องที่อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งและต้องจัดทำรายงานการฝึกซ้อมแผนระงับเหตุเพลิงไหม้เก็บไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปีเพื่อให้กรมธุรกิจพลังงานสามารถเรียกตรวจสอบได้
คลังน้ำมันให้แสดงรายงานการประเมินความเสี่ยง
โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕๘ ผู้ประกอบกิจการควบคุมต้องจัดทำขั้นตอนในการรับหรือจ่ายน้ำมันไว้ในบริเวณจุดรับน้ำมัน
จุดจ่ายน้ำมัน และแท่นจ่ายน้ำมัน
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๕๙ คลังน้ำมันที่ได้รับใบอนุญาตหรือได้รับความเห็นชอบแบบแปลนและแบบก่อสร้างตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่
(๑) ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ ระบบท่อและอุปกรณ์
หากไม่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบหรือมีประวัติดังกล่าวแต่เกินสิบห้าปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ ระบบท่อและอุปกรณ์
พร้อมทั้งให้ติดตั้งระบบอุปกรณ์เตือนภัยป้องกันน้ำมันล้นถังตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ในกรณีที่มีประวัติการทดสอบและตรวจสอบไม่เกินสิบห้าปีนับถึงวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่
ระบบท่อและอุปกรณ์ พร้อมทั้งให้ติดตั้งระบบอุปกรณ์เตือนภัยป้องกันน้ำมันล้นถังตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ภายในสิบห้าปีนับแต่วันที่ได้ทำการทดสอบและตรวจสอบครั้งหลังสุด
เว้นแต่ระยะเวลาที่ต้องทำการทดสอบและตรวจสอบดังกล่าวเหลือไม่ถึงสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้ดำเนินการทดสอบและตรวจสอบภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๒) การป้องกันและระงับอัคคีภัยตามหมวด ๖
ให้ดำเนินการปรับปรุงให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้ภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ยกเว้นถังเก็บน้ำมันที่มีลักษณะตามข้อ ๕๑ ให้ดำเนินการปรับปรุงการป้องกันและระงับอัคคีภัยตามหมวด
๖ เมื่อต้องทำการทดสอบและตรวจสอบถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ตาม (๑)
(๓) ถังเก็บน้ำมันที่เก็บน้ำมันชนิดไวไฟน้อย ให้ทำการสร้างเขื่อน
กำแพง หรือบ่อเก็บกักน้ำมันมีความสูงไม่น้อยกว่า ๐.๕๐ เมตร
โดยรอบถังเก็บน้ำมันหรือกลุ่มถังเก็บน้ำมันภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
(๔) ระบบท่อน้ำดับเพลิงและท่อโฟม
ต้องปรับปรุงเกี่ยวกับสัญลักษณ์ของสี ให้เป็นไปตามข้อ ๕๕ ให้แล้วเสร็จภายในสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ข้อ ๖๐ คลังน้ำมันที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หากมีการรื้อถอนแล้วก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขึ้นใหม่ในตำแหน่งเดิม
โดยมีขนาดและปริมาณการเก็บน้ำมันไม่เกินกว่าที่เคยได้รับใบอนุญาตไว้
ให้ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามหมวด ๒ และหมวด ๓
เฉพาะที่เกี่ยวกับระยะปลอดภัย
ข้อ ๖๑
คลังน้ำมันที่ได้รับใบอนุญาตอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
หากมีการสร้างถังเก็บน้ำมันขึ้นใหม่ในเขตคลังน้ำมันดังกล่าวภายในสิบปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้มีระยะปลอดภัยภายนอกตามข้อ ๒๐ (๓) ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร
ให้ไว้
ณ วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๖
พงษ์ศักดิ์
รักตพงศ์ไพศาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
[เอกสารแนบท้าย]
๑. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๑
แสดงความกว้างของทางสัญจร ทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมัน
๒. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๒
แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมันกับจุดเริ่มต้นของช่องเปิดของเกาะกลาง
ทางระบายน้ำ หรือกำแพงของทางสัญจร
๓. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๓
แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมันกับจุดเริ่มโค้งของทางสัญจรที่มีรัศมีความโค้งน้อยกว่า
๑,๐๐๐ เมตร
๔. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๔
แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมันกับจุดเริ่มโค้งของทางแยก
๕. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๕
แสดงโค้งตั้งและความลาดชันที่ห้ามตั้งทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมัน
๖. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๖
แสดงระยะห่างระหว่างจุดเริ่มต้นของทางเข้าและทางออกสำหรับยานพาหนะของคลังน้ำมันถึงจุดเริ่มต้นโค้งของทางสัญจรที่มีความลาดชันด้านใดด้านหนึ่ง
ตั้งแต่ ๑ ต่อ ๕๐ ถึง ๑ ต่อ ๒๕
๗. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๗
แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน กรณีที่มีความลาดชันเกิน ๑ ต่อ ๕๐
๘. ตัวอย่างภาพประกอบที่ ๘ แสดงจุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของเชิงลาดสะพาน
กรณีที่มีความลาดชันไม่เกิน ๑ ต่อ ๕๐
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗ (๑) (๒) (๓) (๕) และ
(๗) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๒
บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่ตั้ง แผนผัง รูปแบบ
และลักษณะของคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
กำหนดลักษณะของถังหรือภาชนะที่ใช้ในการบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิงและการบำรุงรักษาถังหรือภาชนะดังกล่าว
และกำหนดวิธีการปฏิบัติงาน
การจัดให้มีและบำรุงรักษาอุปกรณ์หรือเครื่องมืออื่นใดภายในสถานที่ดังกล่าว
รวมทั้งกำหนดการอื่นใดอันจำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การป้องกันหรือระงับเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหาย
หรืออันตรายที่จะมีผลกระทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์
หรือสิ่งแวดล้อมจากการประกอบกิจการคลังน้ำมันเชื้อเพลิง
ประกอบกับกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขเกี่ยวกับการแจ้ง
การอนุญาต
และอัตราค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับการประกอบกิจการน้ำมันเชื้อเพลิงได้แยกการประกอบกิจการควบคุมในส่วนของคลังน้ำมันเชื้อเพลิงออกเป็นคลังน้ำมัน
คลังก๊าซปิโตรเลียมเหลว และคลังก๊าซธรรมชาติ
สมควรกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับคลังน้ำมันให้เป็นไปตามมาตรา ๗ ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๘ มีนาคม ๒๕๕๖
ชาญ/ผู้ตรวจ
๑๑ เมษายน ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๒๙ ก/หน้า ๒๖/๒๗ มีนาคม ๒๕๕๖
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).