เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
เรื่อง
การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
พ.ศ.
๒๕๕๑[๑]
โดยที่เป็นการสมควรตราเทศบัญญัติเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
ว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ ในเขตเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๐ (๓) (๔) และมาตรา ๖๐
พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖
ประกอบมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เทศบาลตำบลเวียงพางคำโดยได้รับความเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายจึงตราเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๒
เทศบัญญัตินี้
ให้ใช้บังคับในเขตเทศบาลตำบลเวียงพางคำ เมื่อได้ประกาศไว้โดยเปิดเผย ณ
สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงพางคำแล้วเจ็ดวัน
ข้อ ๓
บรรดาเทศบัญญัติ ข้อบัญญัติ
ข้อบังคับ กฎ ระเบียบ และคำสั่งอื่นใดของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
ในส่วนที่ได้ตราไว้แล้วในเทศบัญญัตินี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับเทศบัญญัตินี้
ให้ใช้เทศบัญญัตินี้แทน
หมวด
๑
บททั่วไป
ข้อ ๔
ในเทศบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานท้องถิ่น หมายความว่า
นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ
พนักงานเจ้าหน้าที่ หมายความว่า
ผู้ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นแต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามเทศบัญญัตินี้
เจ้าพนักงานสาธารณสุข หมายความว่า
เจ้าพนักงานซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕
ผู้ได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
หมายความว่า
ข้าราชการหรือเจ้าพนักงานส่วนท้องถิ่นซึ่งได้รับแต่งตั้งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ ในเขตอำนาจของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
การเลี้ยงสัตว์ หมายความว่า
การมีสัตว์หรือมีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครองและดูแลเอาใจใส่ บำรุงรักษา
ตลอดจนให้อาหารเป็นอาจิณ
การปล่อยสัตว์ หมายความว่า
การสละการครอบครองสัตว์ หรือปล่อยสัตว์ให้อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์
โดยปราศจากการควบคุม
เจ้าของสัตว์ หมายความรวมถึง
ผู้ครอบครองสัตว์ด้วย
สถานที่เลี้ยงสัตว์ หมายความว่า
คอกสัตว์ กรงสัตว์ ที่ขังสัตว์
หรือที่เลี้ยงสัตว์อื่นที่มีการควบคุมของเจ้าของสัตว์ไม่ว่าจะมีขอบรั้วหรือไม่
ที่หรือทางสาธารณะ หมายความว่า
สถานที่หรือทางซึ่งมิใช่เป็นของเอกชนและประชาชนสามารถใช้ประโยชน์หรือสัญจรได้
ข้อ ๕
ห้ามเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ประเภท
ช้าง ม้า โค กระบือ แพะ แกะ ล่อ ลา สุนัข แมว ในเขตพื้นที่ถนนสาธารณะทุกสาย
ซึ่งเทศบาลตำบลเวียงพางคำรับผิดชอบดูแล
การเลี้ยงหรือปล่อยตามวรรคหนึ่งนั้น
คือกรณีกระทำการเป็นประจำเป็นอาจิณ
หรือไม่สนใจควบคุมดูแลสัตว์จนเข้าใจได้ว่ามีการใช้พื้นที่ถนนสาธารณะเป็นที่เลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
ข้อ ๖
ให้เขตเทศบาลตำบลเวียงพางคำเป็นเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
ดังต่อไปนี้
(๑) สุนัข
(๒) แมว
(๓) ช้าง
(๔) โค
(๕) กระบือ
(๖) แกะ
(๗) แพะ
(๘) สุกร
(๙) ไก่
(๑๐)
สัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดประเภท
และชนิดสัตว์ที่ต้องควบคุมการเลี้ยงเพิ่มเติม ทั้งนี้
โดยอาจควบคุมการเลี้ยงสัตว์เฉพาะในเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง
หรือเต็มพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ
ข้อ ๗
เพื่อประโยชน์ในการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ในเขตเทศบาลตำบลเวียงพางคำให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกประกาศกำหนดเขตพื้นที่เลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์ที่ต้องควบคุมตามข้อ
๖ โดยให้มีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดจำนวน ประเภท และชนิดของสัตว์ที่เลี้ยง
(๒) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการทำทะเบียนตามประเภทและชนิดของสัตว์
(๓) กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขการปล่อยสัตว์
ข้อ ๘
นอกจากการเลี้ยงสัตว์ตามปกติวิสัยแล้ว
เจ้าของสัตว์จะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(๑) จัดให้มีสถานที่เลี้ยงสัตว์ที่มั่นคง
แข็งแรงตามความเหมาะสมแก่ประเภทและชนิดของสัตว์โดยมีขนาดเพียงพอแก่การดำรงชีวิตของสัตว์
มีแสงสว่างและการระบายอากาศที่เพียงพอ
มีระบบการระบายน้ำและกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ
(๒) รักษาสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้สะอาดอยู่เสมอ
จัดเก็บสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะเป็นประจำไม่ปล่อยให้เป็นที่สะสมหมักหมมจนเกิดกลิ่นเหม็นรบกวนผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง
(๓) เมื่อสัตว์ตายลง
เจ้าของสัตว์จะต้องกำจัดซากสัตว์และมูลสัตว์ให้ถูกสุขลักษณะเพื่อป้องกันมิให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงหรือสัตว์นำโรค
ทั้งนี้ โดยวิธีที่ไม่ก่อเหตุรำคาญจากกลิ่น ควัน
และไม่เป็นเหตุให้เกิดการปนเปื้อนของแหล่งน้ำ
(๔) จัดให้มีการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์
เพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรคที่เกิดจากสัตว์
(๕) ให้เลี้ยงสัตว์ภายในสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน
ไม่ปล่อยให้สัตว์อยู่นอกสถานที่เลี้ยงสัตว์โดยปราศจากการควบคุม
กรณีเป็นสัตว์ดุร้ายจะต้องเลี้ยงในสถานที่หรือกรงที่บุคคลภายนอกเข้าไปไม่ถึงตัวสัตว์และมีป้ายเตือนให้ระมัดระวังโดยสังเกตได้อย่างชัดเจน
(๖)
ไม่นำสัตว์เลี้ยงออกมานอกสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน
เว้นแต่เฉพาะเพื่อการเคลื่อนย้ายสัตว์และได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
(๗) ควบคุมดูแลสัตว์ของตนมิให้ก่ออันตรายหรือเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น
ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม
(๘)
ปฏิบัติการอื่นใดตามคำแนะนำของเจ้าพนักงานสาธารณสุข คำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่น รวมทั้งข้อบังคับ
ระเบียบ และคำสั่งของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
หมวด
๒
การควบคุมการเลี้ยงสัตว์
ข้อ ๙
กรณีการเลี้ยงสัตว์ ซึ่งดำเนินกิจการในลักษณะของฟาร์มเลี้ยงสัตว์
หรือเลี้ยงสัตว์เป็นจำนวนมาก
เจ้าของสัตว์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๘ อย่างเคร่งครัด
เพื่อการดูแลสภาพหรือสุขลักษณะของสถานที่ที่ใช้เลี้ยงสัตว์
และต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อป้องกันอันตรายจากเชื้อโรค หรือเหตุรำคาญอันเกิดจากการเลี้ยงสัตว์
ดังนี้
(๑)
การดูแลสภาพและสุขลักษณะของสถานที่เลี้ยงสัตว์
ต้องทำรางระบายน้ำรับน้ำโสโครกไปให้พ้นจากที่นั้น โดยสะดวกและเหมาะสม
(๒)
การระบายน้ำเสียต้องไม่ให้เป็นที่เดือดร้อนแก่ผู้ใช้น้ำแหล่งสาธารณะ
(๓) ต้องจัดให้มีระบบกักเก็บหรือบำบัดน้ำเสียให้เหมาะสม
ทั้งนี้
ต้องไม่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นจนสร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อยู่อาศัยข้างเคียง
(๔) ต้องทำความสะอาด
กวาดล้างสถานที่เลี้ยงสัตว์ให้อยู่ในภาวะอันดีเสมอ
(๕) ต้องรักษาสถานที่
อย่าให้เป็นที่เพาะพันธุ์แมลงวัน แมลงสาบ ยุง หรือสัตว์นำโรคอื่น ๆ และต้องเก็บวัสดุอุปกรณ์
เครื่องใช้ในการเลี้ยงสัตว์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยเสมอ
(๖) ต้องมีที่รองรับมูลฝอย
และสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะจำนวนเพียงพอ
ข้อ ๑๐
หลังจากที่เทศบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้
ผู้ใดประสงค์จะเลี้ยงสัตว์ตามข้อ ๙ ต้องได้รับความยินยอมจากการประชุมประชาคมหมู่บ้าน
และได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
การอนุญาตตามวรรคหนึ่งนั้น
ต้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า สถานที่เลี้ยงสัตว์นั้นเป็นบริเวณที่โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก
มีต้นไม้ให้ร่มเงาพอสมควร ตั้งอยู่ห่างจากแหล่งชุมชน ศาสนสถาน โบราณสถาน สถาบันการศึกษา
โรงพยาบาล หรือสถานที่ของราชการอื่น ๆ
ในระยะที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและไม่ก่อเหตุรำคาญต่อชุมชน
โดยต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าว และแหล่งน้ำสาธารณะในระยะ ดังต่อไปนี้
(๑) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์น้อยกว่า
๕๐ ตัว ต้องมีระยะห่างในระยะที่ไม่ก่อให้เกิดความรำคาญต่อชุมชนใกล้เคียง
(๒) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่
๕๐-๕๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
(๓) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่
๕๐๐-๑,๐๐๐ ตัว ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๑ กิโลเมตร
(๔) สำหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ ๑,๐๐๐
ตัวขึ้นไป ต้องมีระยะห่างไม่น้อยกว่า ๒ กิโลเมตร
ผู้ขออนุญาตดังกล่าว
ให้ยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามแบบและเงื่อนไขที่กำหนด
พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้ อย่างละ ๑ ชุด
๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
๒) สำเนาทะเบียนบ้าน
๓) หนังสือแสดงความเป็นเจ้าของที่ดิน
๔)
เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นเห็นสมควรเรียกเพิ่มเติมเพื่อประกอบการพิจารณา
ข้อ ๑๑
ในกรณีที่มีเหตุควรสงสัยว่าสัตว์ที่เลี้ยงนั้นเป็นโรคอันอาจเป็นอันตรายแก่สุขภาพของบุคคลทั่วไป
ให้เจ้าของสัตว์ แยก กักสัตว์นั้นไว้ต่างหาก และแจ้งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือเจ้าพนักงานสาธารณสุขทราบ
รวมถึงต้องแจ้งให้สัตวแพทย์ของหน่วยงานราชการทราบ
และต้องปฏิบัติตามคำแนะนำโดยเคร่งครัด
หมวด
๓
การรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อย
ข้อ ๑๒
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจกำหนดการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์
หรือห้ามเลี้ยง หรือปล่อยสัตว์เฉพาะเขตควบคุมการปล่อยสัตว์
เฉพาะในเขตท้องที่ใดท้องที่หนึ่ง หรือเต็มพื้นที่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ
ความในวรรคหนึ่ง
ไม่ใช้บังคับแก่การปล่อยสัตว์เพื่อการกุศลตามประเพณี
ข้อ ๑๓
เจ้าของสัตว์จะต้องควบคุมดูแลสัตว์และสถานที่เลี้ยงสัตว์ของตน
มิให้ก่อเหตุรำคาญแก่ผู้อื่น
ข้อ ๑๔
ในกรณีที่เจ้าพนักงานท้องถิ่น
พนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าพนักงานสาธารณสุข พบสัตว์ในที่หรือทางสาธารณะ
ซึ่งอยู่ภายในเขตเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
หรือเขตควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์โดยไม่ปรากฏเจ้าของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ได้รับมอบหมายจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น
มีอำนาจจับสัตว์และนำสัตว์ไปกักไว้ในที่สำหรับสัตว์ที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดไว้
เป็นเวลาอย่างน้อยสามสิบวันหรือกรณีสัตว์นั้นอาจเป็นอันตรายต่อประชาชน
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น มีอำนาจทำลายหรือจัดการตามที่เห็นสมควร
ในระหว่างการจับสัตว์
หากสัตว์วิ่งหนีเกิดอุบัติเหตุอื่นใด ทำให้สัตว์บาดเจ็บ
หากเป็นเหตุที่โดยพฤติการณ์ต้องเกิดขึ้น
และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว
ทางเทศบาลตำบลเวียงพางคำจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้น
กรณีตามวรรคสอง ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นต่อบุคคลที่สามอันเนื่องมาจากการกระทำดังกล่าวบุคคลที่สามย่อมมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายได้
โดยเทศบาลตำบลเวียงพางคำจะพิจารณาไล่เบี้ยความผิดตามข้อเท็จจริง
ข้อ ๑๕
เมื่อได้จับสัตว์มากักไว้ตามความในข้อ ๑๔
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะปิดประกาศแจ้งให้เจ้าของทราบและให้มารับสัตว์คืนไปภายใน ๓๐
วัน นับตั้งแต่วันที่ได้จับสัตว์มากักไว้
โดยประกาศไว้ที่สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงพางคำ หรือที่เปิดเผย เมื่อพ้นกำหนด ๓๐
วันแล้ว ไม่มีผู้ใดมาแสดงตัวเป็นเจ้าของสัตว์
ให้สัตว์นั้นตกเป็นของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ
ข้อ ๑๖
กรณีที่กักสัตว์ไว้
อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่สัตว์นั้นหรือสัตว์อื่น หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินสมควร
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะจัดการขายหรือขายทอดตลาดนั้นตามสมควรแก่กรณี ก่อนถึงกำหนด ๓๐
วันก็ได้ เงินที่ได้จากการขายหรือขายทอดตลาด
เมื่อได้หักค่าใช้จ่ายในการขายหรือขายทอดตลาดและค่าเลี้ยงดูสัตว์แล้ว
ให้เก็บรักษาเงินนั้นไว้แทนตัวสัตว์
กรณีสัตว์นั้นตาย
หรือเจ็บป่วยหรือไม่สมควรจำหน่ายต่อไป
หรือเป็นโรคติดต่อที่อาจเป็นอันตรายแก่สัตว์อื่น ๆ
หรือเมื่อสัตวแพทย์ได้ตรวจสอบและให้ความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจทำลายได้
ในกรณีมิได้มีการขายหรือขายทอดตลาดสัตว์ตามวรรคหนึ่ง
และเจ้าของสัตว์มาขอรับสัตว์คืนภายในกำหนด ตามข้อ ๑๔
เจ้าของสัตว์ต้องเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายสำหรับการเลี้ยงดูสัตว์
ให้แก่เทศบาลตำบลเวียงพางคำ ตามจำนวนที่จ่ายจริงด้วย
ข้อ ๑๗
หากเจ้าของสัตว์ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข
พ.ศ. ๒๕๓๕ กฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
หรือเทศบัญญัตินี้หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่กำหนดไว้เกี่ยวกับการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของสัตว์แก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องได้
และถ้าเจ้าของสัตว์ไม่แก้ไขหรือถ้าการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสัตว์นั้นจะก่อให้เกิดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชน
เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดเลี้ยงสัตว์ทันทีเป็นการชั่วคราว
จนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้
คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง
ให้กำหนดระยะเวลาที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งไว้ตามสมควร แต่ต้องไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน
เว้นแต่เป็นกรณีมีคำสั่งให้หยุดดำเนินการทันที
ข้อ ๑๘
กรณีการเลี้ยงสัตว์ในสถานที่ของเอกชนหรือทางสาธารณะ
ก่อให้เกิดเหตุเดือดร้อนรำคาญต่อผู้อื่น
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของสัตว์หรือผู้ครอบครองสถานที่เลี้ยงสัตว์ระงับเหตุรำคาญภายในเวลาอันควร
และถ้าเห็นสมควรจะให้กระทำโดยวิธีใดเพื่อระงับเหตุรำคาญนั้น หรือสมควรกำหนดวิธีการเพื่อป้องกันมิให้มีเหตุรำคาญเกิดขึ้นอีกในอนาคตให้ระบุไว้ในคำสั่งนั้น
หมวด
๔
อำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุข
ข้อ ๑๙
เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นและเจ้าพนักงานสาธารณสุขมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ
มาให้ถ้อยคำหรือแจ้งข้อเท็จจริง
หรือทำคำชี้แจงเป็นหนังสือหรือให้ส่งเอกสารหรือหลักฐานใดเพื่อตรวจสอบ
หรือเพื่อประกอบการพิจารณา
(๒) เข้าไปในสถานที่ใด ๆ
ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือในเวลาทำการเพื่อตรวจสอบ หรือควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริงหรือเรียกหนังสือหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่นั้น
(๓) ยึดหรืออายัดสิ่งของใด ๆ
ที่อาจก่อให้เกิดอันตรวจต่อสุขภาพของประชาชน
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีหรือเพื่อนำไปทำลายในกรณีจำเป็น
(๔) เก็บหรือนำสินค้าหรือสิ่งของใด ๆ
ที่สงสัยว่าไม่ถูกสุขลักษณะ หรืออาจก่อให้เกิดเหตุรำคาญจากอาคารหรือสถานที่ใด ๆ
เป็นปริมาณพอสมควร เพื่อเป็นตัวอย่างในการตรวจสอบความจำเป็นได้โดยไม่ต้องใช้ราคา
ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการ
พนักงานส่วนท้องถิ่น เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง
ในเขตอำนาจของเทศบาลตำบลเวียงพางคำ ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งหรือทุกเรื่องก็ได้
หมวด
๕
บทกำหนดโทษ
ข้อ ๒๐
ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามหรือฝ่าฝืนเทศบัญญัตินี้
ต้องระวางโทษตามบทกำหนดโทษแห่งพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕
ข้อ ๒๑
ให้นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำเป็นผู้รักษาการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ
หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
ศิลาฤทธิ์
กวางทอง
นายกเทศมนตรีตำบลเวียงพางคำ
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แบบคำขอรับใบอนุญาต
๒.
แบบคำขอต่ออายุใบอนุญาต
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๖
ตุลาคม ๒๕๕๒
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๑๑๔ ง/หน้า ๓๕/๑ ตุลาคม ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).