มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้กำหนดบทนิยามคำว่า
สถานพยาบาลของเอกชน
ไว้ไม่เหมาะสมเป็นเหตุให้มีการทุจริตในการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก
นอกจากนี้ สถานพยาบาลของเอกชนบางแห่งมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.
๒๕๐๔ เช่นไม่บันทึกรายละเอียดในทะเบียนผู้ป่วยภายนอก
รับผู้ป่วยภายในไว้เกินจำนวนเตียงที่กำหนดในใบอนุญาต
และออกหลักฐานใบเสร็จรับเงินไม่ตรงตามความเป็นจริง ฉะนั้น
เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบเกี่ยวกับการเบิกค่ารักษาพยาบาล
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓
โดยปรับปรุงบทนิยามดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
และกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังแจ้งชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่มีพฤติการณ์ทุจริตดังกล่าวให้กระทรวง
ทบวง กรมทราบ
เพื่อมิให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนแห่งนั้นอีกต่อไป
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒[๑๘]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗
แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓
ได้กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการดังกล่าวสำหรับบุตรได้เพียงสามคน
แต่เนื่องจากในบางกรณีอาจมีบุตรแฝด
ทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคนได้โดยที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการไม่มีเจตนา
สมควรให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในกรณีเช่นนี้ได้ และสมควรแก้ไขปัญหาในการนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย
ในกรณีที่ไม่อาจทราบลำดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝด
โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดด้วย
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓[๑๙]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่การตรวจสุขภาพประจำปีจะทำให้สามารถตรวจพบโรคในระยะเริ่มแรกซึ่งง่ายต่อการรักษาและเสียค่าใช้จ่ายน้อย
อันเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐในด้านการสาธารณสุข สมควรกำหนดให้ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ และผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีจากสถานพยาบาลของทางราชการสามารถนำค่าตรวจสุขภาพสำหรับตนเองมาเบิกจากทางราชการได้
และสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนในกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลหลายครั้งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๔[๒๐]
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสม
สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ดังกล่าว
โดยกำหนดให้กระทรวงการคลังมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือรักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ
รวมทั้งคู่สมรสและบุตรซึ่งไปอยู่ในต่างประเทศกับข้าราชการผู้นั้น
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๐[๒๑]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ กำหนดให้ข้าราชการ
ลูกจ้างประจำ
และผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญสามารถนำค่าตรวจสุขภาพประจำปีมาเบิกเป็นค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้
แต่ต้องเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีในสถานพยาบาลของทางราชการ
ซึ่งสภาพการณ์ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการเป็นจำนวนมาก
ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีไม่สามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ทันต่อความต้องการ
ดังนั้น
เพื่ออำนวยความสะดวกสมควรขยายสิทธิให้ผู้มีสิทธิดังกล่าวสามารถไปรับบริการตรวจสุขภาพประจำปีในสถานพยาบาลของเอกชน
และนำมาเบิกเป็นค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ตามรายการและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑[๒๒]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นยังไม่มีวิธีการควบคุมที่มีมาตรฐานเพียงพอ
ทำให้มีการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
สมควรปรับปรุงสิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชน
โดยกำหนดให้เบิกได้เฉพาะกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย
หรือมีความจำเป็นรีบด่วนซึ่งหากมิได้รับการรักษาพยาบาลในทันทีทันใดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต
หรือในกรณีที่สถานพยาบาลของทางราชการขาดเครื่องมือหรือมีเครื่องมือไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยหรือมีความจำเป็นด้วยประการใดๆ
ต้องส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาลของเอกชน
รวมทั้งสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีเสียใหม่
โดยกำหนดให้มีสิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่าตรวจสุขภาพประจำปีได้เฉพาะกรณีการเข้ารับการตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาลของทางราชการเท่านั้น
ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างประหยัด รัดกุม
และสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน
ประกอบกับสมควรกำหนดให้บุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหากประสบอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยในคราวเดียวกันกับผู้มีสิทธิ
ซึ่งได้เสียชีวิตลง เพื่อมิให้บุคคลดังกล่าวต้องได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๕[๒๓]
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ
ทั้งประเภทผู้ป่วยภายนอกหรือผู้ป่วยภายใน
โดยกำหนดให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง ทั้งนี้
กระทรวงการคลังอาจกำหนดอัตราให้เบิกได้ต่ำกว่าจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงก็ได้
เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างประหยัดและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน
และเพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถแก้ไขเพิ่มเติมอัตราการจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมกับงบประมาณของทางราชการ
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สุนันทา/ผู้จัดทำ
๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๗๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๐ พฤศจิกายน
๒๕๒๓
[๒]