法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2523 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๓

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๓

เป็นปีที่ ๓๕ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๓

แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย

พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า

“พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๑

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“ค่ารักษาพยาบาล”[๒] หมายความว่า เงินที่สถานพยาบาลเรียกเก็บในการรักษาพยาบาล

ดังนี้

(๑) ค่ายา ค่าเลือด

และส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน ค่าน้ำยาหรืออาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน

และอื่นๆ ทำนองเดียวกันที่ใช้ในการบำบัดรักษาโรค

(๒) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรค

รวมทั้งค่าซ่อมแซม

(๓) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ

ค่าวิเคราะห์โรค แต่ไม่รวมถึงค่าจ้างผู้พยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมพิเศษ

และค่าบริการอื่นทำนองเดียวกันที่มีลักษณะเป็นเงินตอบแทนพิเศษ

(๔) ค่าห้องและค่าอาหารตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล

(๕) ค่าตรวจสุขภาพประจำปี

“การรักษาพยาบาล”[๓] หมายความรวมถึง การตรวจสุขภาพประจำปี

เพื่อประโยชน์ทางด้านสาธารณสุข

“สถานพยาบาล” หมายความว่า

สถานพยาบาลของทางราชการและสถานพยาบาลของเอกชน

“สถานพยาบาลของทางราชการ”

หมายความว่า สถานพยาบาลของทางราชการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

และให้หมายความรวมถึงสถานพยาบาลของกรุงเทพมหานคร

รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ สภากาชาดไทย คุรุสภา สมาคม ปราบวัณโรค

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและสถานพยาบาลอื่นที่กระทรวงการคลังกำหนด

“สถานพยาบาลของเอกชน”[๔] หมายความว่า

สถานพยาบาลของเอกชนที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเกินยี่สิบห้าเตียง

ซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งหรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

“บุคคลในครอบครัว” หมายความว่า

(๑) บุตรชอบด้วยกฎหมายซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ

หรือบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดาหรือมารดาซึ่งเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

แต่ทั้งนี้ ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม

หรือบุตรซึ่งได้ยกให้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นแล้ว

(๒)

คู่สมรสของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(๓)

บิดาหรือมารดาของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

การจ่ายเงินตามงบประมาณรายจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาล ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายตามที่บัญญัติไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้

ส่วนวิธีการเบิกจ่ายนั้นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๖

มาตรา ๖[๕] ภายใต้บังคับมาตรา ๘ และมาตรา ๑๑ ทวิ ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวของตนตามพระราชกฤษฎีกานี้

(๑) ข้าราชการและลูกจ้างประจำซึ่งได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างประจำจากเงินงบประมาณรายจ่ายหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำของกระทรวง

ทบวง กรม

(๒) ลูกจ้างชาวต่างประเทศซึ่งมีหนังสือสัญญาจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณรายจ่าย

และสัญญาจ้างนั้นมิได้ระบุเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลไว้

(๓) ผู้ได้รับบำนาญปกติหรือผู้ได้รับบำนาญพิเศษเหตุทุพพลภาพตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

และทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหมว่าด้วยเงินเบี้ยหวัด

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ทวิ[๖]

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้และบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นประสบอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยในคราวเดียวกันและผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ได้เสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยในคราวนั้น

ให้บุคคลในครอบครัวของผู้นั้น

ซึ่งได้เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามสิทธิที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกานี้เฉพาะการเจ็บป่วยในครั้งนั้น

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามมาตรา ๖ มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับบุตรได้เพียงคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม

การนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สาม

ให้นับเรียงตามลำดับการเกิดก่อนหลัง ทั้งนี้

ไม่ว่าเป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสครั้งใด หรืออยู่ในอำนาจปกครองของตนหรือไม่

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้ใดมีบุตรเกินสามคน

และต่อมาบุตรคนหนึ่งคนใดในจำนวนสามคนตามวรรคหนึ่งนั้นตายลงก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะก็ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับบุตรเพิ่มขึ้นอีกเท่าจำนวนบุตรที่ตายนั้นโดยให้นับบุตรคนที่อยู่ในลำดับถัดไปก่อน

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ทวิ[๗] ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ผู้ใดยังไม่มีบุตรหรือมีบุตรที่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามมาตรา

๗ ยังไม่ถึงสามคน ถ้าต่อมามีบุตรแฝดซึ่งทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคน

ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามมาตรา

๗ สำหรับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย

แต่บุตรแฝดดังกล่าวจะต้องเป็นบุตรซึ่งเกิดจากคู่สมรส

หรือเป็นบุตรของตนเองในกรณีที่หญิงเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ในกรณีที่บุตรคนใดคนหนึ่งของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลดังกล่าวตามวรรคหนึ่งตายลงก่อนที่จะบรรลุนิติภาวะ

ก็ให้ลดจำนวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลลงจนกว่าจำนวนบุตรที่ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเหลือไม่เกินสามคน

และหลังจากนั้น ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลดังกล่าว

จึงจะมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นได้ตามมาตรา ๗

วรรคสาม

เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ บทบัญญัติที่อ้างถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนที่สามของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

ให้หมายถึงบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ตรี[๘] การนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้ายในกรณีที่ไม่อาจทราบลำดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝดได้โดยแน่ชัด

ให้นับลำดับบุตรแฝดตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘[๙]

ข้าราชการตำรวจชั้นพลตำรวจซึ่งอยู่ในระหว่างรับการศึกษาอบรมใน

สถานศึกษาของกรมตำรวจ อันเป็นการศึกษาอบรมก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการประจำ ไม่มีสิทธิ

ได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้น

มีสิทธิหรือได้รับเงินค่ารักษาพยาบาลจากหน่วยงานอื่นแล้ว ผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้

เว้นแต่ค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่มีสิทธิจะได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้

ก็ให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้หรือบุคคลใดในครอบครัวของผู้นั้นได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลจากผู้อื่นแล้ว

ผู้นั้นไม่มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่ค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลที่ได้รับนั้นต่ำกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่มีสิทธิจะได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้

ก็ให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะส่วนที่ขาดอยู่

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้ไปก่อนแล้ว

ภายหลังได้รับค่าสินไหมทดแทนสำหรับค่ารักษาพยาบาลจากบุคคลอื่น

มีจำนวนเท่าหรือเกินกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้

ก็ให้นำเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ได้รับไปนั้นส่งคืน

แต่ถ้าเงินค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบุคคลอื่นต่ำกว่าเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่ได้รับตามพระราชกฤษฎีกานี้

ก็ให้ส่งคืนเท่าจำนวนที่ได้รับจากบุคคลอื่นนั้น ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑[๑๐]

การจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลอย่างอื่น

ซึ่งมิใช่เป็นการตรวจสุขภาพประจำปี ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตรา ดังนี้

(๑)[๑๑] ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ

ทั้งประเภทผู้ป่วยภายนอกหรือผู้ป่วยภายใน ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังอาจกำหนดอัตราให้เบิกได้ต่ำกว่าจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงก็ได้

(๒) ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชน

หรือสถานพยาบาลของเอกชนอื่นซึ่งมิใช่สถานพยาบาลของเอกชนตามพระราชกฤษฎีกานี้ ทั้งนี้

เฉพาะในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นประสบอุบัติเหตุ

อุบัติภัย หรือมีความจำเป็นรีบด่วน

ซึ่งหากมิได้รับการรักษาพยาบาลในทันทีทันใดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของบุคคลดังกล่าว

เมื่อได้มีใบรับรองของแพทย์จากสถานพยาบาลของเอกชนนั้นมาประกอบให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้

ดังนี้

(ก) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรครวมทั้งค่าซ่อมแซม

ค่าห้อง และค่าอาหาร

ให้เบิกได้เช่นเดียวกับผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ

(ข) ค่ารักษาพยาบาลประเภทอื่นๆ ให้เบิกได้ครึ่งหนึ่งของจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง

แต่จะต้องไม่เกินสามพันบาท

(๓) ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนในกรณีที่เป็นการเข้ารับการรักษาพยาบาลเป็นครั้งคราวเพราะเหตุที่สถานพยาบาลของทางราชการมีความจำเป็นต้องส่งตัวให้แก่สถานพยาบาลของเอกชนนั้น

ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ ทวิ[๑๒] การจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปี

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตรา ดังนี้

(๑) ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีต้องเป็นข้าราชการ

ลูกจ้างประจำ หรือผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ

(๒)[๑๓] เข้ารับการตรวจสุขภาพในสถานพยาบาลของทางราชการ

(๓) ค่าตรวจสุขภาพให้เบิกได้ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒[๑๔]

ในกรณีที่สถานพยาบาลตามมาตรา ๑๑

ไม่มียาเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน น้ำยาหรืออาหารทางเส้นเลือด

ออกซิเจน อวัยวะเทียมหรืออุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคจำหน่าย

หรือไม่อาจให้การตรวจทางห้องทดลอง หรือเอ๊กซเรย์แก่ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลได้

เมื่อแพทย์ผู้ตรวจรักษาหรือหัวหน้าสถานพยาบาลของสถานพยาบาลแห่งนั้นลงลายมือชื่อรับรองตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดแล้ว

ก็ให้ผู้เข้ารับการรักษาพยาบาลซื้อ

หรือรับการตรวจทางห้องทดลองหรือเอ๊กซเรย์จากสถานที่อื่นซึ่งอยู่ในประเทศไทยแล้วนำมาเบิกได้ตามมาตรา

๑๑

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ทวิ[๑๕]

เมื่อปรากฏว่าสถานพยาบาลของเอกชนใดมีพฤติการณ์ในทางทุจริตร่วมกับผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นในเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้

ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจแจ้งชื่อสถานพยาบาลของเอกชนดังกล่าวให้กระทรวง ทบวง

กรมทราบ เพื่อมิให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนนั้นอีกต่อไป

เว้นแต่จะเป็นกรณีตามข้อยกเว้นของมาตรา ๑๑ (๒)

การแจ้งชื่อสถานพยาบาลของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

ให้มีผลเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่มีการแจ้ง

การแจ้งชื่อสถานพยาบาลของเอกชนตามวรรคหนึ่ง

ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่จะเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเองหรือบุคคลในครอบครัวในการเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชนนั้นที่มีอยู่ก่อนวันที่การแจ้งมีผลโดยได้รับการรักษาพยาบาลต่อเนื่องกันจนถึงวันที่การแจ้งมีผล

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ ตรี[๑๖] ในกรณีที่ข้าราชการตามมาตรา ๖ (๑)

ไปมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ

หลักเกณฑ์และอัตราของเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของข้าราชการดังกล่าว รวมทั้งคู่สมรสและบุตร

ซึ่งไปอยู่ในต่างประเทศกับข้าราชการผู้นั้น ขณะที่อยู่ในต่างประเทศ ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓ ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้น

หากได้เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในของสถานพยาบาลอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับและสถานพยาบาลนั้นเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลคาบเกี่ยวถึงวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ได้รับค่ารักษาพยาบาลตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับบุตร ผู้ใดมีบุตรเกินสามคนอยู่แล้วก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลสำหรับบุตรเหล่านั้นต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๑

กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับบุตรโดยไม่จำกัดจำนวน

ซึ่งหลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่สอดคล้องกับนโยบายและเป้าหมายเกี่ยวกับการลดอัตราเพิ่มประชากร

สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ขึ้นใหม่

โดยให้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับบุตรได้เพียงสามคนเช่นเดียวกับพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุตร

พ.ศ. ๒๕๒๑

นอกจากนี้ได้กำหนดให้ผู้ที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลที่ซื้ออุปกรณ์ในการบำบัดรักษาโรคจากสถานที่อื่นแล้ว

ให้เบิกค่าซื้ออุปกรณ์นั้นจากทางราชการได้เช่นเดียวกับอวัยวะเทียม

ทั้งนี้จำกัดเฉพาะกรณีเมื่อสถานพยาบาลแห่งนั้นไม่มีจำหน่าย นอกจากนั้น ได้แก้ไขอัตราค่าห้องและค่าอาหารที่เคยเบิกได้รวมกันไม่เกินวันละหนึ่งร้อยยี่สิบบาทเป็นให้เบิกได้ตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดเพื่อให้สามารถแก้ไขได้ตามความเหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘[๑๗]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ในท้องที่อำเภอหรือเขตใดไม่มีสถานพยาบาลของเอกชน

ตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นที่เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชนที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนเกินสิบเตียงแต่ไม่เกินยี่สิบห้าเตียงซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งหรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในมาตรา ๑๑ (๒)

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ได้

ทั้งนี้ เว้นแต่

(๑) กรณีที่ท้องที่อำเภอหรือเขตนั้นไม่มีสถานพยาบาลเช่นว่านั้นอีก

ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นที่เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชนอื่น

ซึ่งได้รับอนุญาตให้ตั้งหรือดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับให้เบิกค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในมาตรา

๑๑ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ได้

(๒) กรณีที่มีอุบัติเหตุ

หรือมีความจำเป็นรีบด่วน

ซึ่งหากผู้ป่วยมิได้รับการรักษาพยาบาลในทันทีทันใดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตของผู้นั้นได้

ถ้าได้เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชนอื่น ให้เบิกค่ารักษาพยาบาลตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในมาตรา

๑๑ (๒) แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ได้

ให้นำมาตรา ๑๑ วรรคสอง

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ และมาตรา ๑๒

และมาตรา ๑๒ ทวิ แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาใช้บังคับแก่สถานพยาบาลตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

ในท้องที่อำเภอหรือเขตตามวรรคหนึ่ง

เมื่อมีการจัดตั้งสถานพยาบาลของเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้แล้วไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้มีสิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลตามวรรคหนึ่งที่จะเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเองหรือบุคคลในครอบครัวในการเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลตามวรรคหนึ่งที่มีอยู่ก่อนวันที่มีการจัดตั้งสถานพยาบาลของเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้โดยได้รับการรักษาพยาบาลต่อเนื่องกันจนถึงวันที่มีการจัดตั้งสถานพยาบาลนั้น

มาตรา ๘

มาตรา ๘

สิทธิของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่จะเบิกค่ารักษาพยาบาลสำหรับตนเองหรือบุคคลในครอบครัวในการเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยภายในจากสถานพยาบาลของเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๓ ซึ่งมิใช่สถานพยาบาลของเอกชนตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

พ.ศ. ๒๕๒๓

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้ที่มีอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับโดยได้รับการรักษาพยาบาลต่อเนื่องกันจนถึงวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ ได้กำหนดบทนิยามคำว่า

“สถานพยาบาลของเอกชน”

ไว้ไม่เหมาะสมเป็นเหตุให้มีการทุจริตในการเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้ สถานพยาบาลของเอกชนบางแห่งมิได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.

๒๕๐๔ เช่นไม่บันทึกรายละเอียดในทะเบียนผู้ป่วยภายนอก

รับผู้ป่วยภายในไว้เกินจำนวนเตียงที่กำหนดในใบอนุญาต

และออกหลักฐานใบเสร็จรับเงินไม่ตรงตามความเป็นจริง ฉะนั้น

เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบเกี่ยวกับการเบิกค่ารักษาพยาบาล

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

โดยปรับปรุงบทนิยามดังกล่าวให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

และกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังแจ้งชื่อสถานพยาบาลของเอกชนที่มีพฤติการณ์ทุจริตดังกล่าวให้กระทรวง

ทบวง กรมทราบ

เพื่อมิให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนแห่งนั้นอีกต่อไป

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๒[๑๘]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗

แห่งพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓

ได้กำหนดให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการดังกล่าวสำหรับบุตรได้เพียงสามคน

แต่เนื่องจากในบางกรณีอาจมีบุตรแฝด

ทำให้มีจำนวนบุตรเกินสามคนได้โดยที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการไม่มีเจตนา

สมควรให้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลในกรณีเช่นนี้ได้ และสมควรแก้ไขปัญหาในการนับลำดับบุตรคนที่หนึ่งถึงคนสุดท้าย

ในกรณีที่ไม่อาจทราบลำดับการเกิดก่อนหลังของบุตรแฝด

โดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดด้วย

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓[๑๙]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่การตรวจสุขภาพประจำปีจะทำให้สามารถตรวจพบโรคในระยะเริ่มแรกซึ่งง่ายต่อการรักษาและเสียค่าใช้จ่ายน้อย

อันเป็นการประหยัดงบประมาณของรัฐในด้านการสาธารณสุข สมควรกำหนดให้ข้าราชการ

ลูกจ้างประจำ และผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญ ที่เข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปีจากสถานพยาบาลของทางราชการสามารถนำค่าตรวจสุขภาพสำหรับตนเองมาเบิกจากทางราชการได้

และสมควรกำหนดหลักเกณฑ์การนับระยะเวลาการเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชนในกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลหลายครั้งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๔[๒๐]

หมายเหตุ

:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากหลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่เหมาะสม

สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ดังกล่าว

โดยกำหนดให้กระทรวงการคลังมีอำนาจออกระเบียบเกี่ยวกับการจ่ายเงินช่วยเหลือรักษาพยาบาลสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ

รวมทั้งคู่สมรสและบุตรซึ่งไปอยู่ในต่างประเทศกับข้าราชการผู้นั้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๐[๒๑]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. ๒๕๒๓ กำหนดให้ข้าราชการ

ลูกจ้างประจำ

และผู้ได้รับเบี้ยหวัดบำนาญสามารถนำค่าตรวจสุขภาพประจำปีมาเบิกเป็นค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้

แต่ต้องเป็นการตรวจสุขภาพประจำปีในสถานพยาบาลของทางราชการ

ซึ่งสภาพการณ์ในปัจจุบันมีผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของทางราชการเป็นจำนวนมาก

ทำให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีไม่สามารถเข้ารับบริการตรวจสุขภาพได้ทันต่อความต้องการ

ดังนั้น

เพื่ออำนวยความสะดวกสมควรขยายสิทธิให้ผู้มีสิทธิดังกล่าวสามารถไปรับบริการตรวจสุขภาพประจำปีในสถานพยาบาลของเอกชน

และนำมาเบิกเป็นค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการได้ตามรายการและอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑[๒๒]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเบิกค่ารักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชนของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นยังไม่มีวิธีการควบคุมที่มีมาตรฐานเพียงพอ

ทำให้มีการเบิกค่ารักษาพยาบาลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง

สมควรปรับปรุงสิทธิในการเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีการเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของเอกชน

โดยกำหนดให้เบิกได้เฉพาะกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสบอุบัติเหตุ อุบัติภัย

หรือมีความจำเป็นรีบด่วนซึ่งหากมิได้รับการรักษาพยาบาลในทันทีทันใดอาจเป็นอันตรายต่อชีวิต

หรือในกรณีที่สถานพยาบาลของทางราชการขาดเครื่องมือหรือมีเครื่องมือไม่เพียงพอกับจำนวนผู้ป่วยหรือมีความจำเป็นด้วยประการใดๆ

ต้องส่งตัวผู้ป่วยเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาลของเอกชน

รวมทั้งสมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีเสียใหม่

โดยกำหนดให้มีสิทธิเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับค่าตรวจสุขภาพประจำปีได้เฉพาะกรณีการเข้ารับการตรวจสุขภาพจากสถานพยาบาลของทางราชการเท่านั้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างประหยัด รัดกุม

และสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ประกอบกับสมควรกำหนดให้บุคคลในครอบครัวของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลมีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลหากประสบอุบัติเหตุหรืออุบัติภัยในคราวเดียวกันกับผู้มีสิทธิ

ซึ่งได้เสียชีวิตลง เพื่อมิให้บุคคลดังกล่าวต้องได้รับความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๕[๒๓]

หมายเหตุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและบุคคลในครอบครัวของผู้นั้นกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลจากสถานพยาบาลของทางราชการ

ทั้งประเภทผู้ป่วยภายนอกหรือผู้ป่วยภายใน

โดยกำหนดให้เบิกค่ารักษาพยาบาลได้เต็มจำนวนที่ได้จ่ายไปจริง ทั้งนี้

กระทรวงการคลังอาจกำหนดอัตราให้เบิกได้ต่ำกว่าจำนวนที่ได้จ่ายไปจริงก็ได้

เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปอย่างประหยัดและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยในปัจจุบัน

และเพื่อให้กระทรวงการคลังสามารถแก้ไขเพิ่มเติมอัตราการจ่ายเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลให้เหมาะสมกับงบประมาณของทางราชการ

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๘

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๗/ตอนที่ ๑๗๘/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๐ พฤศจิกายน

๒๕๒๓

[๒]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ นิยามคำว่า “ค่ารักษาพยาบาล” แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓

[๓]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ นิยามคำว่า “การรักษาพยาบาล”

เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓

[๔]

มาตรา ๔

มาตรา ๔ นิยามคำว่า “สถานพยาบาลของเอกชน”

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๒๘

[๕]

มาตรา ๖

มาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๓

[๖]

มาตรา ๖ ทวิ

มาตรา ๖ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่

๗) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๗]

มาตรา ๗ ทวิ

มาตรา ๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๓๒

[๘]

มาตรา ๗ ตรี

มาตรา ๗ ตรี เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๓๒

[๙]

มาตรา ๘

มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๔

[๑๐]

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๑๑]

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑ (๑) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๕

[๑๒]

มาตรา ๑๑ ทวิ

มาตรา ๑๑ ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๐

[๑๓]

มาตรา ๑๑ ทวิ

มาตรา ๑๑ ทวิ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๑๔]

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๘

[๑๕]

มาตรา ๑๒ ทวิ

มาตรา ๑๒ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล (ฉบับที่

๒) พ.ศ. ๒๕๒๘

[๑๖]

มาตรา ๑๒ ตรี

มาตรา ๑๒ ตรี เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๔

[๑๗]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๒/ตอนที่ ๒๐๑/ฉบับพิเศษ หน้า ๑๘/๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๘

[๑๘]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๕๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๙/๑ เมษายน ๒๕๓๒

[๑๙]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๗๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๕/๗ พฤษภาคม ๒๕๓๓

[๒๐]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๘/ตอนที่ ๑๙๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๓๗/๘ พฤศจิกายน

๒๕๓๔

[๒๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๔/ตอนที่ ๓๗ ก/หน้า ๑๙/๗ สิงหาคม ๒๕๔๐

[๒๒]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๔๙ ก/หน้า ๑/๑๙ สิงหาคม ๒๕๔๑

[๒๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๒/๒๖ กรกฎาคม ๒๕๔๕

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2523 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a88ce125d6f8f7bd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com