มาตรา ๕ ให้จัดตั้งศาลล้มละลายกลางขึ้น
และจะเปิดทำการเมื่อใดให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา
ให้ศาลล้มละลายกลางมีเขตตลอดกรุงเทพมหานคร
แต่บรรดาคดีล้มละลายที่เกิดขึ้นนอกเขตของศาลล้มละลายกลางจะยื่นฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางก็ได้ ทั้งนี้
ให้อยู่ในดุลพินิจของศาลล้มละลายกลางที่จะไม่ยอมรับพิจารณาพิพากษาคดีใดคดีหนึ่งที่ยื่นฟ้องเช่นนั้นได้
มาตรา ๖
การจัดตั้งศาลล้มละลายภาค
ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติซึ่งจะต้องระบุเขตศาลและกำหนดที่ตั้งศาลนั้นไว้ด้วย
มาตรา ๗
ศาลล้มละลายมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีล้มละลาย
มาตรา ๘
เมื่อศาลล้มละลายเปิดทำการแล้ว
ห้ามมิให้ศาลชั้นต้นอื่นรับคดีที่อยู่ในอำนาจศาลล้มละลายไว้พิจารณาพิพากษา
มาตรา ๙
ในกรณีมีปัญหาว่าคดีใดจะอยู่ในอำนาจของศาลล้มละลายหรือไม่
ไม่ว่าปัญหาดังกล่าวจะเกิดขึ้นในศาลล้มละลายหรือศาลยุติธรรมอื่น
ให้ศาลนั้นรอการพิจารณาพิพากษาคดีไว้ชั่วคราว
แล้วเสนอปัญหานั้นให้ประธานศาลฎีกาเป็นผู้วินิจฉัย คำวินิจฉัยของประธานศาลฎีกาให้เป็นที่สุด
ห้ามมิให้เสนอปัญหาเช่นว่านี้เมื่อศาลชั้นต้นไม่ว่าศาลใดมีคำพิพากษาหรือคำสั่งวินิจฉัยชี้ขาดคดีแล้ว
มาตรา ๑๐
คดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลล้มละลายภาค
คู่ความทุกฝ่ายอาจตกลงกันร้องขอต่อศาลนั้น
ให้โอนคดีมาพิจารณาพิพากษาในศาลล้มละลายกลางได้
แต่ห้ามมิให้อนุญาตตามคำขอเช่นว่านั้น เว้นแต่ศาลล้มละลายกลางจะได้ยินยอมก่อน
มาตรา ๑๑
ให้ศาลล้มละลายเป็นศาลชั้นต้นตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรมและให้นำบทบัญญัติแห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมมาใช้บังคับแก่ศาลล้มละลายโดยอนุโลม
ผู้พิพากษาในศาลล้มละลาย
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).