我的書籤免費註冊

กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546

子法規・公布 2003-12-31・全 12 條

อารัมภบท

กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๖[๑] อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ กับมาตรา ๘ และมาตรา ๓๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้ “องค์กรชุมชน” หมายความว่า ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชาชนในเขตพื้นที่การศึกษารวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบห้าคน เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี มีผลงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารับรองมีที่ตั้งขององค์กรหรือสาขาเป็นที่แน่นอนอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้นและไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล “องค์กรเอกชน” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี และมีที่ตั้งององค์กรหรือสาขาเป็นที่แน่นอนอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น ยกเว้นสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาและสมาคมผู้ปกครองและครู “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า องค์กรบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย ซึ่งมีเขตการบริหารราชการอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น “สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู” หมายความว่า สมาคมของผู้ประกอบวิชาชีพครูที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาพื้นฐาน และมีที่ตั้งของสมาคมหรือสาขาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น “สมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพบริหารการศึกษา” หมายความว่า สมาคมของผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมีที่ตั้งของสมาคมหรือสาขาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น “สมาคมผู้ปกครองและครู” หมายความว่า สมาคมของผู้ปกครองและครูที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาหรือสถานศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่ง ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น “ครู” หมายความว่า ครูตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา “ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา “ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า ผู้บริหารการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา “บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา “ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา “กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จำนวนสิบห้าคน ประกอบด้วย (๑) ประธานกรรมการ (๒) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน (๓) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนหนึ่งคน (๔) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนสองคน โดยให้มีผู้แทนจากเทศบาล จำนวนหนึ่งคน เว้นแต่ในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีเมืองพัทยาอยู่ในเขตให้มีผู้แทนจากเมืองพัทยา จำนวนหนึ่งคน และเขตพื้นที่การศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครให้มีผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร จำนวนสองคน (๕) กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู จำนวนหนึ่งคน (๖) กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา จำนวนหนึ่งคน (๗) กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู ซึ่งต้องไม่เป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษา จำนวนหนึ่งคน (๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวนหกคน (๙) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาจแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้

ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้ (๑) มีสัญชาติไทย (๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (๓) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ (๔) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ (๕) ไม่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตพื้นที่การศึกษา (๖) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกเว้นกรรมการตามข้อ ๒ (๔) (๗) ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเกินกว่าสองเขตพื้นที่การศึกษาในเวลาเดียวกัน ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตาม (๕) (๖) หรือ (๗) ผู้นั้นต้องออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามหรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใด ๆ อันมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวแล้ว ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง หากมิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

ข้อ ๔

ข้อ ๔ นอกจากนี้คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ แล้ว (๑) กรรมการตามข้อ ๒ (๒) ต้องเป็นสมาชิก กรรมการ กรรมการบริหาร หรือผู้บริหารองค์กรนั้น และไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น (๒) กรรมการตามข้อ ๒ (๓) ต้องเป็นสมาชิก หุ้นส่วน หรือกรรมการบริหารขององค์กรเอกชนนั้น และไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น (๓) กรรมการตามข้อ ๒ (๔) ต้องเป็นผู้บริหารหรือกรรมการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น (๔) กรรมการตามข้อ ๒ (๕) ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นครูในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น (๕) กรรมการตามข้อ ๒ (๖) ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นผู้บริหารการศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น (๖) กรรมการตามข้อ ๒ (๗) ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมนั้น (๗) กรรมการตามข้อ ๒ (๘) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม หรือในด้านอื่น และมีประสบการณ์การทำงานในด้านนั้น ๆ ไม่น้อยกว่าห้าปี หรือได้รับยกย่องว่ามีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม หรือด้านอื่น ๆ โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ดังต่อไปนี้ (๑) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ให้องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา และสมาคมผู้ปกครองและครู เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓ และข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน และสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอรายชื่อแห่งละสองคน จากนั้นให้ผู้นั้นได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) แล้วนำรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ ในการสรรหาและการเลือก ให้องค์กรและสมาคมแต่ละประเภทแยกกันดำเนินการ ในกรณีไม่มีองค์กรหรือสมาคมตามวรรคหนึ่ง ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือมีแต่ไม่มีการเสนอชื่อผู้แทนเพื่อเข้ารับเลือกเป็นกรรมการ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสรรหาผู้แทนองค์กรหรือผู้แทนสมาคมในเขตพื้นที่การศึกษาใกล้เคียงเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรหรือสมาคมประเภทนั้น (๒) การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๘) ให้มีคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตั้งอยู่ หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี เป็นประธาน ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดหรือผู้แทนสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญา ซึ่งมีที่ตั้งหรือมีวิทยาเขตตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น และผู้ได้รับเลิกเป็นกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๕) (๖) และ (๗) เป็นกรรมการ โดยให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญา ให้เป็นไปตามสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด ให้คณะกรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่ง เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ และข้อ ๔ (๗) จำนวนสิบสี่คนต่อประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และให้ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลดังกล่าวให้เหลือเจ็ดคนเพื่อเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (๓) การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้กรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) และ (๙) ร่วมกันเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและนำชื่อเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ

ข้อ ๖

ข้อ ๖ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ (๔) คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้ ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรกให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในวาระเริ่มแรกกรรมการตามข้อ ๒ (๕) และ (๖) ยังไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจนกว่าคุรุสภาจะกำหนดให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติ หรือการดำเนินการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎกระทรวงนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ อดิศัย โพธารามิก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้ ณัฐดนัย/พิมพ์ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ ปิติวรรณ/ปรับปรุง ๒๘ มกราคม ๒๕๖๒ [๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๒๙ ก/หน้า ๖/๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

公布日期部分取自:Open Law Data Thailand × สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีCC BY 4.0

接下來可以查