法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กำหนดจำนวนกรรมการ

คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา

การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ

วาระการดำรงตำแหน่ง

และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

พ.ศ. ๒๕๔๖[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๕ และมาตรา ๓๘ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

กับมาตรา ๘ และมาตรา ๓๖ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้

“องค์กรชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนหรือองค์กรที่มีประชาชนในเขตพื้นที่การศึกษารวมตัวกันไม่น้อยกว่าสิบห้าคน

เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชุมชนโดยส่วนร่วมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

มีผลงานที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษารับรองมีที่ตั้งขององค์กรหรือสาขาเป็นที่แน่นอนอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้นและไม่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

“องค์กรเอกชน” หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ สหกรณ์

หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนรวมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี

และมีที่ตั้งององค์กรหรือสาขาเป็นที่แน่นอนอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

ยกเว้นสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู

สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาและสมาคมผู้ปกครองและครู

“องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายความว่า

องค์กรบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา

และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย

ซึ่งมีเขตการบริหารราชการอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

“สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู” หมายความว่า สมาคมของผู้ประกอบวิชาชีพครูที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาพื้นฐาน

และมีที่ตั้งของสมาคมหรือสาขาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

“สมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพบริหารการศึกษา”

หมายความว่า สมาคมของผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน

และมีที่ตั้งของสมาคมหรือสาขาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

“สมาคมผู้ปกครองและครู” หมายความว่า

สมาคมของผู้ปกครองและครูที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาหรือสถานศึกษาแห่งใดแห่งหนึ่ง

ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

“ครู” หมายความว่า

ครูตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

“ผู้บริหารสถานศึกษา” หมายความว่า

ผู้บริหารการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

“ผู้บริหารการศึกษา” หมายความว่า

ผู้บริหารการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

“บุคลากรทางการศึกษา” หมายความว่า

บุคลากรทางการศึกษาอื่นตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า

ประธานกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา

ให้มีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา จำนวนสิบห้าคน ประกอบด้วย

(๑)

ประธานกรรมการ

(๒)

กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนหนึ่งคน

(๓)

กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนหนึ่งคน

(๔)

กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนสองคน โดยให้มีผู้แทนจากเทศบาล

จำนวนหนึ่งคน เว้นแต่ในเขตพื้นที่การศึกษาที่มีเมืองพัทยาอยู่ในเขตให้มีผู้แทนจากเมืองพัทยา

จำนวนหนึ่งคน และเขตพื้นที่การศึกษาในเขตกรุงเทพมหานครให้มีผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร

จำนวนสองคน

(๕)

กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู จำนวนหนึ่งคน

(๖)

กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา จำนวนหนึ่งคน

(๗)

กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู ซึ่งต้องไม่เป็นครู ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารการศึกษา หรือบุคลากรทางการศึกษา จำนวนหนึ่งคน

(๘) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ศาสนา

ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวนหกคน

(๙)

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาจแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ประธานกรรมการและกรรมการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑)

มีสัญชาติไทย

(๒)

ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๓)

ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๔)

ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(๕)

ไม่เป็นคู่สัญญากับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษาหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นในเขตพื้นที่การศึกษา

(๖)

ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกเว้นกรรมการตามข้อ ๒ (๔)

(๗)

ไม่เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเกินกว่าสองเขตพื้นที่การศึกษาในเวลาเดียวกัน

ในกรณีที่ผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามตาม

(๕) (๖) หรือ (๗)

ผู้นั้นต้องออกจากการเป็นบุคคลซึ่งมีลักษณะต้องห้ามหรือแสดงหลักฐานให้เป็นที่เชื่อได้ว่าตนได้เลิกประกอบกิจการหรือการใด

ๆ อันมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวแล้ว

ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแต่งตั้ง

หากมิได้ดำเนินการดังกล่าวให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการหรือกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

นอกจากนี้คุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ แล้ว

(๑)

กรรมการตามข้อ ๒ (๒) ต้องเป็นสมาชิก กรรมการ กรรมการบริหาร หรือผู้บริหารองค์กรนั้น

และไม่เป็นครู

เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น

(๒)

กรรมการตามข้อ ๒ (๓) ต้องเป็นสมาชิก หุ้นส่วน หรือกรรมการบริหารขององค์กรเอกชนนั้น

และไม่เป็นครู เจ้าหน้าที่หรือลูกจ้างของสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น

(๓)

กรรมการตามข้อ ๒ (๔)

ต้องเป็นผู้บริหารหรือกรรมการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

(๔)

กรรมการตามข้อ ๒ (๕)

ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูตามที่กฎหมายกำหนด และเป็นครูในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

(๕)

กรรมการตามข้อ ๒ (๖)

ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมและมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามที่กฎหมายกำหนด

และเป็นผู้บริหารการศึกษาหรือผู้บริหารสถานศึกษาที่ปฏิบัติงานอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

(๖)

กรรมการตามข้อ ๒ (๗) ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมนั้น

(๗)

กรรมการตามข้อ ๒ (๘) ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์

และมีวุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าในด้านการศึกษา ศาสนา

ศิลปะและวัฒนธรรม หรือในด้านอื่น และมีประสบการณ์การทำงานในด้านนั้น ๆ

ไม่น้อยกว่าห้าปี หรือได้รับยกย่องว่ามีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ

หรือประสบการด้านการศึกษา ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม หรือด้านอื่น ๆ

โดยมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการสรรหาและเลือกประธานกรรมการและกรรมการตามหลักเกณฑ์และวิธีการ

ดังต่อไปนี้

(๑)

การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗) ให้องค์กรชุมชน

องค์กรเอกชน สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู สมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา และสมาคมผู้ปกครองและครู

เสนอรายชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ ๓

และข้อ ๔ แห่งละหนึ่งคน และสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอรายชื่อแห่งละสองคน

จากนั้นให้ผู้นั้นได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔)

(๕) (๖) หรือ (๗)

แล้วนำรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการ

ในการสรรหาและการเลือก

ให้องค์กรและสมาคมแต่ละประเภทแยกกันดำเนินการ

ในกรณีไม่มีองค์กรหรือสมาคมตามวรรคหนึ่ง

ในเขตพื้นที่การศึกษาหรือมีแต่ไม่มีการเสนอชื่อผู้แทนเพื่อเข้ารับเลือกเป็นกรรมการ

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสรรหาผู้แทนองค์กรหรือผู้แทนสมาคมในเขตพื้นที่การศึกษาใกล้เคียงเป็นกรรมการผู้แทนองค์กรหรือสมาคมประเภทนั้น

(๒)

การสรรหาและการเลือกกรรมการตามข้อ ๒ (๘) ให้มีคณะกรรมการสรรหาประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดของจังหวัดที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาตั้งอยู่

หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี เป็นประธาน

ผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดหรือผู้แทนสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร

ผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา ผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญา

ซึ่งมีที่ตั้งหรือมีวิทยาเขตตั้งอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษานั้น

และผู้ได้รับเลิกเป็นกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๕) (๖) และ (๗) เป็นกรรมการ

โดยให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นเลขานุการ ทั้งนี้

ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาผู้แทนผู้บริหารสถานศึกษา

และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการศึกษาระดับปริญญา

ให้เป็นไปตามสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

ให้คณะกรรมการสรรหาตามวรรคหนึ่ง

เสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓ และข้อ ๔ (๗)

จำนวนสิบสี่คนต่อประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

และให้ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง

ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลดังกล่าวให้เหลือเจ็ดคนเพื่อเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาแต่งตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

(๓)

การสรรหาและการเลือกประธานกรรมการ ให้กรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘)

และ (๙) ร่วมกันเลือกประธานกรรมการจากผู้ที่ได้รับเลือกเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและนำชื่อเสนอประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อพิจารณาแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา

และการเลือกประธานกรรมการและกรรมการ นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓)

(๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี

และอาจได้รับแต่งตั้งใหม่อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้

นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)

(๑)

ตาย

(๒)

ลาออก

(๓)

ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔

(๔)

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการตามข้อ

๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) หรือ (๘) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา

เลือก

และแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการแทนภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

เว้นแต่วาระของกรรมการเหลืออยู่ไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้

ให้ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่ประธานกรรมการและกรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระให้ดำเนินการสรรหากรรมการใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่ง

และให้ผู้ซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าประธานกรรมการและกรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในวาระเริ่มแรกให้ดำเนินการสรรหา เลือก

และแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการตามข้อ ๒ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)

ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในวาระเริ่มแรกกรรมการตามข้อ ๒ (๕) และ

(๖) ยังไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจนกว่าคุรุสภาจะกำหนดให้มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาอันเกี่ยวกับการปฏิบัติ

หรือการดำเนินการสรรหา

การเลือกประธานกรรมการและกรรมการของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้

ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

อดิศัย โพธารามิก

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๘ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๕

และมาตรา ๓๖ วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.

๒๕๔๖ บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา

การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง

และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา

เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

ณัฐดนัย/พิมพ์

๑๑

กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

ปิติวรรณ/ปรับปรุง

๒๘

มกราคม ๒๕๖๒

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๐/ตอนที่ ๑๒๙ ก/หน้า ๖/๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๖

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวงกำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหา การเลือกประธานกรรมการและกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aa01d28e66270771

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com