มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๓
แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
พุทธศักราช ๒๔๘๒ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๑๓
ให้มีอธิบดีผู้พิพากษาภาค ส่วนจำนวนและสำนักงานจะอยู่ ณ
ที่ใด และมีเขตอำนาจเพียงไร ให้เป็นไปตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตั้งอธิบดีผู้พิพากษาภาค
เมื่อตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาภาคว่างลง หรือเมื่ออธิบดีผู้พิพากษาภาค
ไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะกำหนดให้ผู้พิพากษานายหนึ่งเป็น
ผู้ทำการแทนอธิบดีผู้พิพากษาภาคชั่วคราวก็ได้
ให้อธิบดีผู้พิพากษาภาคมีอำนาจและหน้าที่อย่างเดียวกับอธิบดีผู้พิพากษา
ดังที่ระบุไว้ในมาตรา ๑๐ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรม
และให้มีอำนาจ
(๑) สั่งให้ผู้พิพากษาหรือจ่าศาลรายงานเกี่ยวด้วยคดี หรือรายงานกิจการอื่น
ของศาลซึ่งอยู่ในเขตอำนาจของตน
(๒) นั่งพิจารณาและพิพากษาคดีในศาลทุกศาลซึ่งอยู่ภายในเขตอำนาจ
ของตน หรือเมื่อได้ตรวจสำนวนคดีใดแล้ว
มีอำนาจลงลายมือชื่อในคำพิพากษาหรือทำ
ความเห็นแย้งได้
(๓) ในกรณีจำเป็นจะสั่งให้ผู้พิพากษาคนหนึ่งคนใดในศาลหนึ่งซึ่งอยู่ใน
เขตอำนาจของตนไปช่วยทำหน้าที่ชั่วคราวในอีกศาลหนึ่งก็ได้
แล้วรายงานไปยังกระทรวง
ยุติธรรมทันที