พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์
ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี
พ.ศ. ๒๕๕๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นปีที่ ๖๔
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๑๘๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี พ.ศ. ๒๕๕๒
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒
เป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้กำหนดปริญญาในสาขาวิชา
และอักษรย่อสำหรับสาขาวิชาของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี ดังต่อไปนี้
(๑)
สาขาวิชาการบัญชี มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า บัญชีดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า บัญชีมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า บัญชีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บช.บ.
(๒)
สาขาวิชาครุศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า ครุศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า ครุศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ค.บ.
(๓)
สาขาวิชานิติศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า นิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า นิติศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า นิติศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ น.บ.
(๔)
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า บริหารธุรกิจบัณฑิต ใช้อักษรย่อ บธ.บ.
(๕)
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ รป.บ.
(๖)
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า วิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า วิทยาศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ วท.บ.
(๗)
สาขาวิชาศิลปศาสตร์ มีปริญญาสามชั้น คือ
(ก)
เอก เรียกว่า ศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ด. และ ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต
ใช้อักษรย่อ ปร.ด.
(ข)
โท เรียกว่า ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.ม.
(ค)
ตรี เรียกว่า ศิลปศาสตรบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ศศ.บ.
ทั้งนี้
หากมีสาขาหรือวิชาเอกให้ระบุชื่อสาขาหรือวิชาเอกนั้นไว้ในวงเล็บต่อท้ายปริญญาด้วย
มาตรา ๔
ครุยวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี มีสามชั้น ดังต่อไปนี้
(๑)
ครุยดุษฎีบัณฑิต เป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว ผ่าอกตลอด ยาวคลุมเข่า
แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน
ระยะห่างระหว่างสำรดต้นแขนและสำรดปลายแขน ๒๒ เซนติเมตร
โดยพื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๒ เซนติเมตร มีแถบสีทอง กว้าง ๑
เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ ที่ริมทั้งสองข้าง มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
ตอนกลางสำรดมีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ
มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๓ เซนติเมตร
และมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๒)
ครุยมหาบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยดุษฎีบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน
มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๒ แถบ
(๓)
ครุยบัณฑิต เช่นเดียวกับครุยมหาบัณฑิต เว้นแต่ตอนกลางสำรดรอบขอบ สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน
มีแถบสีประจำสาขาวิชา กว้าง ๐.๕ เซนติเมตร จำนวน ๑ แถบ
มาตรา ๕
เข็มวิทยฐานะของมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
จังหวัดปทุมธานี มีลักษณะเป็นรูปตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนลงยา สูง
๕ เซนติเมตร
มาตรา ๖
ครุยประจำตำแหน่งและเครื่องหมายประกอบครุยประจำตำแหน่งของนายกสภามหาวิทยาลัย
กรรมการสภามหาวิทยาลัย และอธิการบดีของมหาวิทยาลัย มีดังต่อไปนี้
(๑)
นายกสภามหาวิทยาลัย ครุยเป็นเสื้อคลุมแขนยาวทำด้วยผ้าโปร่งสีขาว
ผ่าอกตลอดยาวคลุมเข่า แขนเสื้อกว้างและยาวตกข้อมือ ปลายแขนปล่อย มีสำรดรอบขอบ
สำรดต้นแขน และสำรดปลายแขน ดังต่อไปนี้
(ก)
สำรดรอบขอบ พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง
กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒
เซนติเมตร
(ข)
สำรดต้นแขน แบ่งเป็น ๓ ตอน ระยะห่างตอนละ ๕ เซนติเมตร แต่ละตอน กว้าง ๖ เซนติเมตร
พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑.๕ เซนติเมตร จำนวน ๓ แถบ
บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๗๕ เซนติเมตร
(ค)
สำรดปลายแขน มีระยะห่างจากสำรดต้นแขน ๕ เซนติเมตร พื้นสำรดทำด้วยผ้าสักหลาดสีเขียว
กว้าง ๑๐ เซนติเมตร โดยทาบแถบสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร จำนวน ๔ แถบ
บนผ้าสักหลาดสีเขียว มีระยะห่างระหว่างแถบ ๒ เซนติเมตร
ให้มีสายสร้อยประกอบครุยประจำตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย
ทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๒.๕
เซนติเมตร กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕
เซนติเมตร ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
(๒)
กรรมการสภามหาวิทยาลัย เช่นเดียวกับนายกสภามหาวิทยาลัย
แต่ไม่มีสายสร้อยประดับและมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕
เซนติเมตร ติดบนสำรดรอบขอบด้านหน้าอกทั้งสองข้าง
(๓)
อธิการบดี เช่นเดียวกับกรรมการสภามหาวิทยาลัย แต่มีสายสร้อยทำด้วยโลหะสีทองประกอบด้วยตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง
สูง ๒.๕ เซนติเมตร
กึ่งกลางสายสร้อยมีตราสัญลักษณ์มหาวิทยาลัยทำด้วยโลหะดุนนูนสีทอง สูง ๕ เซนติเมตร
ประดับระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง
มาตรา ๗
สีประจำสาขาวิชา มีดังต่อไปนี้
(๑) สาขาวิชาการบัญชี สีเทา
(๒) สาขาวิชาครุศาสตร์ สีฟ้า
(๓) สาขาวิชานิติศาสตร์ สีขาว
(๔) สาขาวิชาบริหารธุรกิจ สีชมพู
(๕) สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ สีน้ำตาล
(๖) สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ สีเหลือง
(๗) สาขาวิชาศิลปศาสตร์ สีแสด
มาตรา ๘
ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
จัดทำครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งตามพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้นไว้เป็นตัวอย่าง
มาตรา ๙
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. ๒๕๔๗
ประกอบกับมาตรา ๕๖ วรรคสอง และมาตรา ๖๐ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวบัญญัติว่า การกำหนดให้สาขาวิชาใดมีปริญญาชั้นใด และจะใช้อักษรย่อสำหรับสาขาวิชานั้นอย่างไร
และการกำหนดลักษณะ ชนิด ประเภท และส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ
๑๑ เมษายน ๒๕๕๔
คุณากร/ผู้ตรวจ
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๖๓ ก/หน้า ๒๖/๑ กันยายน ๒๕๕๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).