เทศบัญญัติเทศบาลนครนครปฐม
เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท
ในท้องที่เทศบาลนครนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และมาตรา ๖๐ แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๑๐ เทศบาลนครนครปฐม โดยความเห็นชอบของสภาเทศบาลนครนครปฐม และผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม จึงออกเทศบัญญัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ เทศบัญญัตินี้เรียกว่า เทศบัญญัติเทศบาลนครนครปฐม เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในท้องที่เทศบาลนครนครปฐมอำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑
ข้อ ๒ เทศบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปและให้สิ้นสุดระยะเวลาการใช้บังคับเมื่อมีการประกาศกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองนครปฐมที่ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ ๑๓/๑ แห่งเทศบัญญัติเทศบาลนครนครปฐม เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภท ในท้องที่เทศบาลนครนครปฐม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม พ.ศ. ๒๕๖๐
ข้อ ๑๓/๑ ในเทศบัญญัตินี้ไม่ใช้บังคับอาคาร ดังต่อไปนี้
(๑) พระที่นั่งหรือพระราชวัง
(๒) อาคารของกระทรวง ทบวง กรม ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
(๓) อาคารทางราชการส่วนท้องถิ่น ที่ใช้ในราชการหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
(๔) อาคารขององค์การของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย ที่ใช้ในกิจการขององค์กรหรือใช้เพื่อสาธารณประโยชน์
(๕) โบราณสถาน วัดวาอาราม หรืออาคารต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อการศาสนา ซึ่งที่กฎหมายควบคุมการก่อสร้างไว้แล้วโดยเฉพาะ
(๖) อาคารที่ทำการขององค์การระหว่างประเทศ หรืออาคารที่ทำการของหน่วยงานที่ตั้งขึ้นตามความตกลงระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลระหว่างประเทศ
(๗) อาคารที่ทำการสถานทูตหรือสถานกงสุลต่างประเทศ
ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีนครนครปฐมรักษาการตามเทศบัญญัตินี้
ประกาศ ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑
นายหมวดโท เอกพันธุ์ คุปตวัช
นายกเทศมนตรีนครนครปฐม
วิวรรธน์/จัดทำ
๒๕ มกราคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๓๐๒ ง/หน้า ๒๒/๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).