มาตรา ๖๕
งบประมาณประจำปีของเทศบาลต้องตราขึ้นเป็นเทศบัญญัติ
ถ้าเทศบัญญัติงบประมาณออกไม่ทันปีใหม่ ให้ใช้เทศบัญญัติงบประมาณปีก่อนนั้นไปพลาง
ถ้าในปีใดจำนวนเงินซึ่งได้อนุญาตไว้ตามงบประมาณปรากฏว่าไม่พอสำหรับการใช้จ่ายประจำปีก็ดี
หรือมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งรายรับหรือรายจ่ายขึ้นใหม่ในระหว่างปีก็ดี
ให้ตราขึ้นเป็นเทศบัญญัติงบประมาณเพิ่มเติม
มาตรา ๖๖[๒] เทศบาลอาจมีรายได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ภาษีอากรตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้
(๒) ค่าธรรมเนียม ค่าใบอนุญาต และค่าปรับ ตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้
(๓) รายได้จากทรัพย์สินของเทศบาล
(๔) รายได้จากการสาธารณูปโภคและเทศพาณิชย์
(๕) พันธบัตร หรือเงินกู้ ตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้
(๖) เงินกู้จากกระทรวง ทบวง กรม องค์การ หรือนิติบุคคลต่าง ๆ
(๗) เงินอุดหนุนจากรัฐบาลหรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(๘) เงินและทรัพย์สินอย่างอื่นที่มีผู้อุทิศให้
(๙) รายได้อื่นใดตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้
การกู้เงินตาม
(๖) เทศบาลจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากสภาเทศบาล
และได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยแล้ว
มาตรา ๖๗[๓] รายจ่ายของเทศบาลแบ่งออกเป็น ๗ ประเภท
(๑) เงินเดือน
(๒) ค่าใช้สอย
(๓) การจร
(๔) รายจ่ายในการลงทุน
(๕) การชำระหนี้เงินกู้
(๖) การจ่ายตามข้อผูกพัน
(๗) รายจ่ายในกิจการอื่นใดตามแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้
การชำระหนี้เงินกู้ตาม
(๕) ถ้าเงินกู้นั้นเป็นเงินกู้ซึ่งกระทรวงการคลังค้ำประกันแล้ว เทศบาลต้องชำระหนี้เงินกู้นั้นจากทรัพย์สินของเทศบาลเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ
ไม่ว่าเทศบาลนั้นจะได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประเภทนี้ไว้หรือไม่
มาตรา ๖๘
การจ่ายเงินค่าป่วยการให้แก่นายกเทศมนตรีและเทศมนตรี ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบพนักงานเทศบาล
การจ่ายเงินค่าป่วยการแก่ประธานสภา
รองประธานสภา สมาชิกสภาเทศบาล และการจ่ายเงินค่าเบี้ยประชุมให้แก่กรรมการที่สภาเทศบาลแต่งตั้งขึ้น
ให้เป็นไปตามข้อบังคับซึ่งกระทรวงมหาดไทยกำหนดตามฐานะของเทศบาล
มาตรา ๖๙
ให้กระทรวงมหาดไทยตราระเบียบข้อบังคับว่าด้วยการคลังรวมตลอดถึงวิธีการงบประมาณ
การรักษาทรัพย์สิน การจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สิน การจัดหาพัสดุและการจ้างเหมาขึ้นไว้
มาตรา ๗๐
โดยปกติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจัดให้มีการตรวจสอบการคลัง การบัญชี
หรือการเงินอื่น ๆ ของเทศบาลปีละครั้ง
การควบคุมเทศบาล
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).