พระราชบัญญัติ
บำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๑๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๑๖
เป็นปีที่ ๒๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
ข้าราชการกรุงเทพมหานคร หมายความว่า ข้าราชการกรุงเทพมหานคร ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๔[๒] ให้มีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครขึ้น เพื่อจ่ายบำเหน็จบำนาญให้แก่ข้าราชการกรุงเทพมหานคร โดยให้กรุงเทพมหานครหักเงินงบประมาณรายได้ประจำปีสมทบเข้าเป็นกองทุนในอัตราซึ่งกระทรวงมหาดไทยจะได้กำหนดโดยกฎกระทรวงไม่เกินร้อยละสาม และตั้งประเภทเงินนี้ไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร
หากในปีงบประมาณใดเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครตามวรรคหนึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้จ่ายสำหรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้กรุงเทพมหานครจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อเพิ่มเติมให้เพียงพอกับการใช้จ่ายสำหรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ยังขาดอยู่ในปีนั้น
งบประมาณรายได้ประจำปีตามวรรคหนึ่ง และงบประมาณเพื่อเพิ่มเติมตามวรรคสอง ไม่รวมถึงงบประมาณรายได้ประเภทพันธบัตร เงินกู้ เงินที่มีผู้อุทิศให้ หรือเงินอุดหนุน
มาตรา ๕ ให้โอนเงินจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นร้อยละยี่สิบของจำนวนเงินที่มีอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาเป็นทุนประเดิมแก่กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๖ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครให้รวมถึงเงินดังกล่าวต่อไปนี้ด้วย
(๑) เงินดอกผลที่เกิดจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) เงินที่มีผู้อุทิศสมทบกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการมีอำนาจควบคุมและดำเนินการเกี่ยวกับเงินกองทุนรวม ตลอดจนหาดอกผลจากกองทุนนี้ ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
มาตรา ๘ ให้นำกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่นมาใช้บังคับแก่ข้าราชการกรุงเทพมหานครโดยอนุโลม เว้นแต่ พระราชบัญญัตินี้จะได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น
มาตรา ๙ เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับเรื่องราวขอรับบำเหน็จบำนาญแล้ว ให้รีบตรวจสอบนำส่งให้ถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันรับ และเมื่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครได้รับเรื่องราวดังกล่าวแล้ว ให้รีบพิจารณาสั่งภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันรับ ทั้งนี้เว้นแต่ความล่าช้าเป็นเพราะความผิดของผู้ขอเอง หรือในกรณีจำเป็นอย่างอื่น
มาตรา ๑๐ การนับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ หรือของข้าราชการส่วนท้องถิ่นที่โอนมาเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร ให้นับเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ที่ใช้อยู่ในวันโอนรวมเป็นเวลาราชการสำหรับคำนวณบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย
มาตรา ๑๑ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกัน
พระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙[๓]
附則
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันกรุงเทพมหานครมีรายจ่ายสำหรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครไม่เพียงพอกับการจ่ายบำเหน็จบำนาญให้แก่ข้าราชการกรุงเทพมหานคร และกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครไม่มีบทบัญญัติที่กำหนดให้กรุงเทพมหานครจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อให้เพียงพอกับรายจ่ายดังกล่าวได้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดสภาพคล่องในการบริหารกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร สมควรกำหนดให้กรุงเทพมหานครสามารถจัดสรรเงินงบประมาณเพิ่มเติมให้เพียงพอกับการใช้จ่ายสำหรับบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานครได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
วศิน/แก้ไข
๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
กฤษดายุทธ/ปรับปรุง
๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ปณตภร/ตรวจ
๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
ชวัลพร/เพิ่มเติม
๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๙๐/ตอนที่ ๘๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๘/๑๓ กรกฎาคม ๒๕๑๖
[๒] มาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการกรุงเทพมหานคร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙
[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๗๑ ก/หน้า ๑๑/๑๖ สิงหาคม ๒๕๕๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).