มาตรา ๓๒ การจดทะเบียนสรรพสามิต ให้กระทำในกรณี
ดังต่อไปนี้
(๑)
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการมีการประกอบอุตสาหกรรม นำเข้า
หรือประกอบกิจการสถานบริการอยู่ก่อนพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่สินค้าหรือบริการนั้น
และยังไม่ได้จดทะเบียนสรรพสามิต ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่สินค้าหรือบริการนั้น
(๒)
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการเริ่มประกอบอุตสาหกรรม เริ่มนำเข้า
หรือเริ่มประกอบกิจการสถานบริการ
เมื่อพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับแก่สินค้าหรือบริการนั้นแล้ว
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการดังกล่าวยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตตามแบบที่อธิบดีกำหนดภายในสามสิบวันก่อนวันเริ่มผลิต
หรือเริ่มนำเข้าสินค้าหรือเริ่มให้บริการ
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการมีโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการหลายแห่ง
ให้แยกยื่นคำขอเป็นรายโรงอุตสาหกรรมหรือสถานบริการ
ในกรณีที่ผู้นำเข้านำสินค้าติดตัวเข้ามา
หรือนำสินค้าเข้ามาเพื่อเป็นตัวอย่างสินค้า หรือนำสินค้าเข้ามาโดยมิใช่เพื่อการค้า
ให้อธิบดีมีอำนาจผ่อนผันการจดทะเบียนตามมาตรานี้ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
มาตรา ๓๓ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการ ยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ
สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมสถานประกอบการ
หรือสถานบริการนั้นตั้งอยู่ แล้วแต่กรณี
การขอจดทะเบียนสรรพสามิตและการออกใบทะเบียนสรรพสามิตตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด
มาตรา ๓๔ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการต้องแสดงใบทะเบียนสรรพสามิตไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย
ณ โรงอุตสาหกรรม สถานประกอบการ หรือสถานบริการ เว้นแต่อยู่ในระหว่างการขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตตามมาตรา
๓๕ หรือนำส่งคืนใบทะเบียนสรรพสามิตตามมาตรา ๓๗
มาตรา ๓๕ ในกรณีที่ใบทะเบียนสรรพสามิตชำรุดในสาระสำคัญหรือสูญหาย
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการยื่นคำขอรับใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตต่อสรรพสามิตพื้นที่ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบถึงการชำรุดในสาระสำคัญหรือการสูญหาย
และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ใบแทนใบทะเบียนสรรพสามิตให้ถือเป็นใบทะเบียนสรรพสามิต
มาตรา ๓๖ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการที่ประสงค์จะย้ายโรงอุตสาหกรรม
สถานประกอบการ หรือสถานบริการ ให้แจ้งย้าย ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ก่อนวันย้ายไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
และให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตออกใบทะเบียนสรรพสามิตให้ใหม่
มาตรา ๓๗ ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการที่ประสงค์จะเลิกหรือโอนกิจการ
ให้แจ้งการเลิกหรือโอนกิจการตามแบบที่อธิบดีกำหนดต่อสรรพสามิตพื้นที่ ณ
สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ก่อนวันเลิกหรือโอนกิจการไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
และให้คืนใบทะเบียนสรรพสามิตแก่เจ้าพนักงานสรรพสามิต ณ
สถานที่ที่ได้แจ้งเลิกหรือโอนกิจการนั้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่หยุดประกอบกิจการ
ให้ผู้รับโอนกิจการยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตภายในเจ็ดวันนับแต่วันรับโอนกิจการและให้ประกอบกิจการต่อเนื่องได้ในระหว่างรอรับใบทะเบียนสรรพสามิต
ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๒ และมาตรา ๓๓ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๓๘ ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการถึงแก่ความตาย
ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดกยื่นคำขอจดทะเบียนสรรพสามิตตามมาตรา ๓๓
ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการถึงแก่ความตาย
ในกรณีที่ทายาทหรือผู้จัดการมรดกไม่ประสงค์จะประกอบกิจการต่อไป
ให้แจ้งยกเลิกใบทะเบียนสรรพสามิตต่อสรรพสามิตพื้นที่
ณ สถานที่ที่ได้จดทะเบียนสรรพสามิตไว้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ผู้นำเข้า
หรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการถึงแก่ความตาย
ในระหว่างระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง
ให้ใบทะเบียนสรรพสามิตเดิมยังคงใช้ได้ต่อไป
มาตรา ๓๙ ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ประกอบกิจการสถานบริการไม่ยื่นงบเดือนหรือผู้นำเข้าไม่ยื่นบัญชีรับจ่ายสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรติดต่อกันเป็นเวลาหกเดือนขึ้นไป
อธิบดีมีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนสรรพสามิตได้
คลังสินค้าทัณฑ์บน
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).