พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
โอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม
ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
ให้แก่กรมชลประทาน
พ.ศ. ๒๕๕๘
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๘
เป็นปีที่ ๗๐ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมชลประทาน เพื่อก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหญ่จรเข้สามพัน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ และมาตรา ๓๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาโอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๘
มาตรา ๒[๑] พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ดังต่อไปนี้ ให้แก่กรมชลประทาน
(๑) แปลงที่ ๑ ที่วัด เนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๘๗ ตารางวา
(๒) แปลงที่ ๒ ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๙๔ ตารางวา
(๓) แปลงที่ ๓ ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๑๐ ตารางวา
ทั้งนี้ ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาโอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ให้แก่กรมชลประทาน พ.ศ. ๒๕๕๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากกรมชลประทานได้ก่อสร้างคลองระบายน้ำสายใหญ่จรเข้สามพัน เพื่อประโยชน์แก่การชลประทานตามโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาสองพี่น้องที่ตำบลจรเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี และได้ทำการสำรวจแล้วปรากฏว่า แนวเขตคลองระบายน้ำสายนี้ ตอน กม. ที่ ๑๗ + ๐๕๐ - กม. ที่ ๑๗ + ๕๐๐ ถูกที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ วัดโพธาราม ตำบลจระเข้สามพัน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จำนวน ๓ แปลง แปลงที่ ๑ ที่วัด เนื้อที่ ๓ ไร่ ๒ งาน ๘๗ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓) เลขที่ ๕๘๙ แปลงที่ ๒ ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ ๒ ไร่ ๒ งาน ๙๔ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๒๑๐๐ และแปลงที่ ๓ ที่ธรณีสงฆ์ เนื้อที่ ๖ ไร่ ๑๐ ตารางวา ตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. ๓ ก.) เลขที่ ๒๑๘๕ รวมเนื้อที่ทั้งหมด ๑๒ ไร่ ๑ งาน ๙๑ ตารางวา ซึ่งกรมชลประทานได้ติดต่อกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอโอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้นำเสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาแล้วไม่ขัดข้องและวัดโพธารามได้รับค่าผาติกรรมจากกรมชลประทานแล้ว สมควรโอนที่วัดและที่ธรณีสงฆ์ดังกล่าวให้แก่กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปริยานุช, วริญา/จัดทำ
๘ ธันวาคม ๒๕๕๘
วิชพงษ์/ตรวจ
๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๑๓ ก/หน้า ๑๓/๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).