法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎ ก.พ.อ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

กฎ ก

กฎ ก.พ.อ.

ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการ

กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล

พ.ศ. ๒๕๕๘

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๔) และมาตรา ๕๗ วรรคสาม

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.พ.อ.

จึงออกกฎ ก.พ.อ. ไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] กฎ ก.พ.อ.

นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดออกจากราชการ

เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล

ในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการนั้น ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘

หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาพิจารณาจากผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเป็นหลัก

และให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาดำเนินการตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎ ก.พ.อ. นี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๑๐ แล้ว เห็นว่า

ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดมีผลการปฏิบัติราชการในระดับที่ต้องให้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง

ให้แจ้งผู้นั้นทราบเกี่ยวกับผลการประเมินพร้อมทั้งกำหนดให้ผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้ ในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง

ให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจน

เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป

การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการพัฒนาปรับปรุงตนเองของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง

ให้มีระยะเวลาไม่เกินสามรอบการประเมิน

ในกรณีที่ผู้ถูกประเมินเห็นว่าการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บังคับบัญชา

มีความไม่เป็นธรรมอาจทำคำคัดค้านยื่นต่อผู้บังคับบัญชารวมไว้กับผลการประเมินเพื่อเป็นหลักฐานได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองตามข้อ

๓ แล้ว

ปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง

ให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘

เมื่อได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘

อาจดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

กรณีข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้รับการประเมินประสงค์จะออกจากราชการก็ให้สั่งให้ออกจากราชการ

(๒) สั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองอีกครั้งหนึ่งโดยทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นครั้งที่สอง

หรือ

(๓) สั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ

กรณีผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ มีคำสั่งตามวรรคสอง (๒)

ให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจนเป็นครั้งที่สองเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป

เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองในครั้งที่สองแล้วปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา

๒๘ เพื่อสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา

๒๘ มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการตามข้อ ๔ แล้ว ให้รายงานสภาสถาบันอุดมศึกษาทราบ

ในกรณีที่สภาสถาบันอุดมศึกษาเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็นประการใด

ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่สภาสถาบันอุดมศึกษามีมติ

และให้แจ้งคำสั่งหรือการปฏิบัติดังกล่าวให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทราบ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามกฎ ก.พ.อ. นี้

มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.อ.

ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบหรือวันที่ถือว่าทราบคำสั่งให้ออกจากราชการตามข้อ ๕

ให้ไว้

ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘

พลเรือเอก

ณรงค์ พิพัฒนาศัย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประธาน

ก.พ.อ.

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ.อ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗

บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการได้

ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๘

หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา

ตลอดจนให้ทางราชการได้มีโอกาสหมุนเวียนกำลังคนที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่ามาทำหน้าที่แทน

จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ.อ. นี้

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๑ กรกฎาคม

๒๕๕๘

ปัญจพร/ผู้ตรวจ

๒๑ กรกฎาคม

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๒๑/๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎ ก.พ.อ. ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการ กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_ad5841adba4463e3

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com