กฎ ก
กฎ ก.พ.อ.
ว่าด้วยการสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการ
กรณีไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล
พ.ศ. ๒๕๕๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๔) และมาตรา ๕๗ วรรคสาม
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.พ.อ.
จึงออกกฎ ก.พ.อ. ไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑[๑] กฎ ก.พ.อ.
นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ การสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดออกจากราชการ
เพื่อรับบำเหน็จบำนาญเหตุทดแทนกรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล
ในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการนั้น ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘
หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาพิจารณาจากผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเป็นหลัก
และให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาดำเนินการตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎ ก.พ.อ. นี้
ข้อ ๓ เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่กำหนดตามมาตรา ๑๐ แล้ว เห็นว่า
ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดมีผลการปฏิบัติราชการในระดับที่ต้องให้ได้รับการพัฒนาปรับปรุงตนเอง
ให้แจ้งผู้นั้นทราบเกี่ยวกับผลการประเมินพร้อมทั้งกำหนดให้ผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐาน
ทั้งนี้ ในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง
ให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจน
เพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป
การประเมินผลการปฏิบัติราชการและการพัฒนาปรับปรุงตนเองของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามวรรคหนึ่ง
ให้มีระยะเวลาไม่เกินสามรอบการประเมิน
ในกรณีที่ผู้ถูกประเมินเห็นว่าการประเมินผลการปฏิบัติราชการของผู้บังคับบัญชา
มีความไม่เป็นธรรมอาจทำคำคัดค้านยื่นต่อผู้บังคับบัญชารวมไว้กับผลการประเมินเพื่อเป็นหลักฐานได้
ข้อ ๔ เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองตามข้อ
๓ แล้ว
ปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเอง
ให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘
เมื่อได้รับรายงานตามวรรคหนึ่ง ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘
อาจดำเนินการดังต่อไปนี้
(๑)
กรณีข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้รับการประเมินประสงค์จะออกจากราชการก็ให้สั่งให้ออกจากราชการ
(๒) สั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองอีกครั้งหนึ่งโดยทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองเป็นครั้งที่สอง
หรือ
(๓) สั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ
กรณีผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ มีคำสั่งตามวรรคสอง (๒)
ให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นเข้ารับการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยให้ลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐานพร้อมทั้งให้ผู้บังคับบัญชาจัดให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทำคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองโดยกำหนดเป้าหมายในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการให้ชัดเจนเป็นครั้งที่สองเพื่อใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการครั้งต่อไป
เมื่อผู้บังคับบัญชาประเมินผลการปฏิบัติราชการของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองในครั้งที่สองแล้วปรากฏว่าผู้นั้นไม่ผ่านการประเมินในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการตามคำมั่นในการพัฒนาปรับปรุงตนเองให้รายงานผลการประเมินดังกล่าวต่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๒๘ เพื่อสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ
ข้อ ๕ เมื่อผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา
๒๘ มีคำสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาออกจากราชการตามข้อ ๔ แล้ว ให้รายงานสภาสถาบันอุดมศึกษาทราบ
ในกรณีที่สภาสถาบันอุดมศึกษาเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสมและมีมติเป็นประการใด
ให้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๒๘ ปฏิบัติให้เป็นไปตามที่สภาสถาบันอุดมศึกษามีมติ
และให้แจ้งคำสั่งหรือการปฏิบัติดังกล่าวให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นทราบ
ข้อ ๖ ผู้ถูกสั่งให้ออกจากราชการตามกฎ ก.พ.อ. นี้
มีสิทธิอุทธรณ์ต่อ ก.พ.อ.
ภายในสามสิบวันนับแต่วันทราบหรือวันที่ถือว่าทราบคำสั่งให้ออกจากราชการตามข้อ ๕
ให้ไว้
ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๘
พลเรือเอก
ณรงค์ พิพัฒนาศัย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ประธาน
ก.พ.อ.
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎ ก.พ.อ. ฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๕๗
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗
บัญญัติให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลในระดับอันเป็นที่พอใจของทางราชการได้
ให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๘
หรือสภาสถาบันอุดมศึกษาสั่งให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาผู้นั้นออกจากราชการ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
วิธีการและเงื่อนไขที่ ก.พ.อ. กำหนด เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา
ตลอดจนให้ทางราชการได้มีโอกาสหมุนเวียนกำลังคนที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่ามาทำหน้าที่แทน
จึงจำเป็นต้องออกกฎ ก.พ.อ. นี้
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๒๑ กรกฎาคม
๒๕๕๘
ปัญจพร/ผู้ตรวจ
๒๑ กรกฎาคม
๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๖๒ ก/หน้า ๒๑/๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).