คำสั่งกระทรวงแรงงาน
คำสั่งกระทรวงแรงงาน
ที่ ๓๒๓/๒๕๕๗
เรื่อง
แต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑[๑]
โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๓
ได้ยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ หมวด ๘ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย
และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยให้หน้าที่เกี่ยวกับการควบคุม กำกับ ดูแล
และบริหารจัดการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานตรวจความปลอดภัยเป็นการเฉพาะ ประกอบกับกระทรวงแรงงานมีความประสงค์ที่จะขยายเครือข่ายในการคุ้มครองแรงงานในภาคประมงโดยการแต่งตั้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่กรมประมงเป็นพนักงานตรวจแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑ จึงจำเป็นต้องมีการแก้ไข ปรับปรุง คำสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๑๖/๒๕๕๓
ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงาน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.
๒๕๔๑ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกคำสั่งกระทรวงแรงงาน ที่ ๑๖/๒๕๕๓
ลงวันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานตรวจแรงงาน
ข้อ ๒ ให้แต่งตั้งบุคคลดังต่อไปนี้ เป็นพนักงานตรวจแรงงาน
(๑) ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหารทุกสายงานและทุกระดับ
ตำแหน่งประเภทอำนวยการทุกสายงานและทุกระดับ
ตำแหน่งประเภทวิชาการทุกสายงานและทุกระดับ และตำแหน่งประเภททั่วไปทุกสายงานตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป
ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลางกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เป็นพนักงานตรวจแรงงานในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
เว้นแต่ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่และศูนย์ความปลอดภัยแรงงานพื้นที่
เป็นพนักงานตรวจแรงงานเฉพาะในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๒) ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่งประเภทบริหารทุกสายงานและทุกระดับ
ตำแหน่งประเภทอำนวยการทุกสายงานและทุกระดับ
ตำแหน่งประเภทวิชาการทุกสายงานและทุกระดับ และตำแหน่งประเภททั่วไปทุกสายงานตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป
ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน
เป็นพนักงานตรวจแรงงานในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร
(๓) ข้าราชการพลเรือนสามัญ
ตำแหน่งประเภทอำนวยการทุกสายงานและทุกระดับตำแหน่งประเภทวิชาการทุกสายงานและทุกระดับ
และตำแหน่งประเภททั่วไปทุกสายงานตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ
สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดและสำนักงานแรงงานจังหวัด
เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตจังหวัดที่รับผิดชอบ
(๔) ผู้อำนวยการเขต และผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตกรุงเทพมหานคร
เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๕) ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ปลัดจังหวัด
นายอำเภอ และปลัดอำเภอ เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่จังหวัด
หรืออำเภอที่รับผิดชอบ
(๖) ข้าราชการตำรวจ
ซึ่งมียศตั้งแต่นายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
(๗) ข้าราชการทหารสังกัดกองทัพเรือ
ซึ่งมียศตั้งแต่นายเรือตรีหรือเทียบเท่านายเรือตรีขึ้นไป เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล
(๘) ข้าราชการสังกัดกรมประมง ประกอบด้วย
(ก)
ข้าราชการซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนกลาง
ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการด้านการประมง ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการประมงทะเล
นักวิชาการประมงตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป
และเจ้าพนักงานประมงตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป
สังกัดสำนักบริหารจัดการด้านการประมง
เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล
(ข)
ข้าราชการซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในราชการส่วนภูมิภาค ตำแหน่งประมงจังหวัด
นักวิชาการประมงตั้งแต่ระดับชำนาญการขึ้นไป
และเจ้าพนักงานประมงตั้งแต่ระดับชำนาญงานขึ้นไป เป็นพนักงานตรวจแรงงานในเขตพื้นที่รับผิดชอบทางทะเล
ข้อ ๓ ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจหน้าที่
ดังต่อไปนี้
(๑) เข้าไปในสถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้าง
และสถานที่ทำงานของลูกจ้างในเวลาทำการ
เพื่อตรวจสภาพการทำงานของลูกจ้างและสภาพการจ้าง สอบถามข้อเท็จจริง ถ่ายภาพ ถ่ายสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับการจ้าง
การจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด ค่าล่วงเวลาในวันหยุด
และทะเบียนลูกจ้าง เก็บตัวอย่างวัสดุหรือผลิตภัณฑ์เพื่อวิเคราะห์เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงาน
และกระทำการอย่างอื่นเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในอันที่จะปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑
(๒) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกนายจ้าง ลูกจ้าง
หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้ส่งสิ่งของหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา
(๓)
มีคำสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างหรือลูกจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน
พ.ศ. ๒๕๔๑
ข้อ ๔ พนักงานตรวจแรงงานตามข้อ
๒ (๔) ถึง (๘) ให้มีอำนาจหน้าที่เฉพาะตามข้อ ๓ (๑) และ (๒) โดยให้จัดทำแผนการตรวจในรอบหนึ่งเดือนประสานแจ้งให้พนักงานตรวจแรงงานสังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบทราบเป็นการล่วงหน้า
เพื่อมิให้เกิดความซ้ำซ้อนในการตรวจ
รวมทั้งสรุปผลการตรวจรายงานให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบทุกหกเดือน
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ
วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗
พลเอก
สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๑๕ ธันวาคม
๒๕๕๗
ปริญสินีย์/ผู้ตรวจ
๑๕ ธันวาคม
๒๕๕๗
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๑/ตอนพิเศษ ๒๔๘ ง/หน้า ๕๔/๙ ธันวาคม ๒๕๕๗
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).