กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ
และเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ วรรคหนึ่ง
มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ และตำบลกะรน
อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ
๒ ให้สอดคล้องกับแผนหลักเพื่อการพัฒนาการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
และการพัฒนาระบบเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต
ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(๑)
พัฒนาและส่งเสริมให้ชุมชนเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวที่สำคัญ
(๒)
ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สัมพันธ์กับธุรกิจการท่องเที่ยว
และระบบเศรษฐกิจของชุมชน
(๓) พัฒนาการบริการทางสังคม
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๔)
อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง
และรายการประกอบแผนผังท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑
ถึงหมายเลข ๑.๑๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑
ถึงหมายเลข ๒.๒๑ ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑
ถึงหมายเลข ๓.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑
และหมายเลข ๔.๒ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว
ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑
ถึงหมายเลข ๕.๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑
ถึงหมายเลข ๖.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อนมีเส้นทแยงสีขาว
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑
ถึงหมายเลข ๗.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑
ถึงหมายเลข ๘.๔ ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อนให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑
ถึงหมายเลข ๙.๕ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
(๑๐)
ที่ดินในบริเวณแนวถนนโครงการแบบ ก ที่กำหนดไว้เป็นสีชมพู ให้เป็นที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้ได้ไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้แต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจกรรมตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
และอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
และร้านจำหน่ายก๊าซ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ในระยะ ๕๐๐ เมตร จากชายฝั่งทะเล
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้
หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า เพื่อการค้า
(๕)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๖) กำจัดมูลฝอย
(๗) ห้องแถว หรือตึกแถว
(๘) โรงซ่อม สร้าง
หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด
(๙) โรงฆ่าสัตว์
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่อาคารสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติ ให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำ
หรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย
สถาบันราชการ การท่องเที่ยว การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่นให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสามสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
และอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
และร้านจำหน่ายก๊าซ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
สถานที่ใช้ก๊าซ และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่เก็บและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ในระยะ ๕๐๐ เมตร จากชายฝั่งทะเล
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๖)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอย
(๘) ห้องแถว
(๙) โรงซ่อม สร้าง
หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด
(๑๐) โรงฆ่าสัตว์
(๑๑) ซื้อขายเศษวัสดุ
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
โรงแรมและอาคารชุด ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
เว้นแต่อาคารสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๙ ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรม การอยู่อาศัย สถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
และอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร
(๒)
สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการ
และร้านจำหน่ายก๊าซ ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร สถานที่ใช้ก๊าซ
และสถานที่จำหน่ายอาหารที่ใช้ก๊าซ
(๓)
สถานที่เก็บและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องขออนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิง
ในระยะ ๕๐๐ เมตร จากชายฝั่งทะเล
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๕) ไซโลเก็บผลิตผลทางการเกษตร
(๖)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอย
(๘) ห้องแถว
(๙) โรงซ่อม สร้าง
หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด
(๑๐) โรงฆ่าสัตว์
(๑๑) ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสามสิบของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานจำพวกที่ ๒
และโรงงานจำพวกที่ ๓ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน
(๒)
จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๓)
จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๔)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๕) การอยู่อาศัยประเภทบ้านแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๖)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ถ้ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมตาม
(๓) และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบการพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวตาม (๔)
ดำเนินการอยู่ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยโครงการเดียวกัน
ให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต เว้นแต่อาคารสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมเฉพาะที่เป็นของรัฐให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม สาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือเป็นสาธารณประโยชน์เท่านั้น ส่วนที่ดินซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายและอยู่ในเขตเชิงเขาพลุเรือน
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการ หรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม การสาธารณประโยชน์ การอยู่อาศัย
หรือประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การเกษตรเท่านั้น
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครองครองโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่อยู่ในเขตเชิงเขาพลุเรือน
นอกจากให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ใช้ประโยชน์ได้เช่นเดียวกับที่ดินบริเวณข้างเคียงได้ด้วย
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคหนึ่ง
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ประกอบพาณิชยกรรม หรือประกอบอุตสาหกรรม
(๓)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
(๔) การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๕) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ
แกะ ห่าน เป็ด ไก่ งู จระเข้ หรือสัตว์ป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
เพื่อการค้า
(๖)
สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
(๘) โรงซ่อม สร้าง
หรือบริการยานพาหนะที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ทุกชนิด
การใช้ประโยชน์ที่ดินด้านชายฝั่งทะเลให้มีที่ว่างตามแนวขนานกับชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า
๒๕ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีที่ว่างตามแนวขนาน ริมฝั่งลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
การใช้ประโยชน์ที่ดินในบริเวณหมายเลข
๕.๑ (ชุมชนป่าตอง) และหมายเลข ๕.๓ (ชุมชนกะรน) ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕
ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทอนุรักษ์ป่าไม้ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการสงวนและคุ้มครองดูแลรักษา
หรือบำรุงป่าไม้ สัตว์ป่า ต้นน้ำลำธาร และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ ตามมติคณะรัฐมนตรีและกฎหมายที่เกี่ยวกับการป่าไม้
การสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
ที่ดินประเภทนี้ซึ่งเอกชนเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย
นอกจากให้ใช้ประโยชน์ที่ดินตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
สาธารณประโยชน์ การอยู่อาศัย หรือการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเท่านั้น
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจกรรมที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ประกอบพาณิชยกรรม หรือประกอบอุตสาหกรรม
(๒)
การอยู่อาศัยหรือการประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว
(๓)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
(๔) สุสานและฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(๕) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
การใช้ประโยชน์ที่ดินประเภทนี้เพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินด้านชายฝั่งทะเลให้มีที่ว่างตามแนวขนานกับชายฝั่งทะเลไม่น้อยกว่า
๒๕ เมตร
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งลำคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา
สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนา หรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา
การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ
กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทโครงการคมนาคมและขนส่ง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อก่อสร้างถนน
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรกรรมเท่านั้น
ข้อ ๑๗
ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือการประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๙ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
ชำนิ
ศักดิเศรษฐ์
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๒.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๓.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทและแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๔๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้
และตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา
และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง และโดยที่มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการผังเมือง
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๕ บัญญัติว่าการใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
สุกัญญา/แก้ไข
๒๘
สิงหาคม ๒๕๕๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๗๘
ก/หน้า ๑๖/๒ กันยายน ๒๕๔๒
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).