ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม
สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการเป็นส่วนใหญ่ สำหรับการใช้พื้นที่เพื่อกิจการอื่น
ให้ใช้เพิ่มได้อีกไม่เกินร้อยละสิบห้าของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบอุตสาหกรรม
(๒) จัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรม
เว้นแต่เป็นการจัดสรรที่เป็นส่วนหนึ่งของการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๓)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถว เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๔) การอยู่อาศัยประเภทบ้านแถว
เว้นแต่เป็นการดำเนินการในโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
และมีพื้นที่ไม่เกินร้อยละสิบของพื้นที่โครงการทั้งหมด
(๕)
การอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทอาคารขนาดใหญ่
(๖)
โรงงานทุกจำพวกตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน เว้นแต่โรงงานปรับคุณภาพของเสียรวมของชุมชน
หรือโรงงานจำพวกที่ ๑ ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน
ทั้งนี้
ถ้ามีการใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการจัดสรรที่ดินเพื่อประกอบพาณิชยกรรมตาม (๒)
และเพื่อการอยู่อาศัยหรือประกอบพาณิชยกรรมประเภทห้องแถวหรือตึกแถวตาม (๓) ดำเนินการอยู่ในการจัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยโครงการเดียวกัน
ให้ใช้พื้นที่เพื่อกิจการดังกล่าวรวมกันไม่เกินร้อยละห้าของพื้นที่โครงการทั้งหมด
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อกิจการอื่น
ให้มีที่ว่างไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของแปลงที่ดินที่ยื่นขออนุญาต
เว้นแต่อาคารสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการที่เป็นของรัฐ
การใช้ประโยชน์ที่ดินริมฝั่งแม่น้ำ
ลำคลอง หรือแหล่งน้ำธรรมชาติให้มีที่ว่างตามแนวขนานริมฝั่งคลอง
หรือแหล่งน้ำสาธารณะไม่น้อยกว่า ๖ เมตร เว้นแต่เป็นการก่อสร้างเพื่อการคมนาคมทางน้ำหรือการสาธารณูปโภค