พระราชบัญญัติ
โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์
วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
ให้แก่กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๕
ในพระปรมาภิไธย
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
สังวาลย์
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นปีที่ ๑๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้แก่กระทรวงกลาโหม
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้แก่กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๕
มาตรา ๒[๑] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่กระทรวงกลาโหม
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการจอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. แผนที่ท้ายพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้แก่กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๕
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากวัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ในเขตของกองพันพลร่มกองทัพบก จังหวัดลพบุรี และมีบริเวณที่ของทหารล้อมโดยรอบ ไม่มีทางที่จะขยับขยายหรือปรับปรุงให้เจริญได้ ไม่เหมาะสมที่จะเป็นที่อยู่ของพระภิกษุสามเณร ทางราชการทหารมีความจำเป็นต้องใช้สถานที่ของวัดป่าตาลเพื่อประโยชน์ในราชการทหาร คณะสังฆมนตรีได้มีมติให้ย้ายวัดป่าตาล ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศย้ายวัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ไปตั้งในที่ใหม่แล้ว และกระทรวงศึกษาธิการได้ตกลงให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์ของวัดป่าตาลดังกล่าวให้แก่กระทรวงกลาโหมด้วยแล้ว จึงสมควรตราพระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ธรณีสงฆ์วัดป่าตาล ตำบลป่าตาล อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี ให้แก่กระทรวงกลาโหมต่อไป
ละออง/จัดทำ
๙ กรกฎาคม ๒๕๔๔
ปาจรีย์/ปรับปรุง
๑ กันยายน ๒๕๔๙
พรรณพร/ปรับปรุง
๑๑ มีนาคม ๒๕๖๒
[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๙/ตอนที่ ๖๔/หน้า ๗๗๗/๑๗ กรกฎาคม ๒๕๐๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).