มาตรา ๑๒
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า คณะกรรมการการประปาส่วนภูมิภาค ประกอบด้วย ประธานกรรมการ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง*
อธิบดีกรมอนามัย ผู้ว่าการ และกรรมการอื่นอีกไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งประธานกรรมการ
และกรรมการอื่น
ให้ผู้ว่าการเป็นเลขานุการคณะกรรมการ
มาตรา ๑๓
เพื่อประโยชน์แห่งกิจการของ กปภ. ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดของ
กปภ. แล้วรายงานต่อคณะกรรมการ
มาตรา ๑๔
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ต้อง
(๑)
ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้าง
(๒)
ไม่มีส่วนได้เสียในธุรกิจที่กระทำกับ กปภ.
หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของ กปภ. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
(๓)
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
มาตรา ๑๕
ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปี
ในกรณีที่กรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ
หรือในกรณีที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง
ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน หรือเป็นกรรมการเพิ่มขึ้น
อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดตามวาระดังกล่าวในวรรคหนึ่ง
หากยังมิได้มีการแต่งตั้งประธานกรรมการหรือกรรมการขึ้นใหม่
ให้ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่าประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน
มาตรา ๑๖
นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๕
ประธานกรรมการหรือกรรมการซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๔)
ขาดการประชุมคณะกรรมการเกินสามครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(๕)
คณะรัฐมนตรีมีมติให้ออก
(๖)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๔
มาตรา ๑๗
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่วางนโยบายและควบคุมดูแลทั่วไปซึ่งกิจการของ
กปภ. อำนาจหน้าที่เช่นว่านี้ให้รวมถึง
(๑)
วางข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามมาตรา ๕ และมาตรา ๗
(๒)
วางข้อบังคับว่าด้วยการประชุม และการดำเนินกิจการของคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการ
(๓)
วางข้อบังคับว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของ กปภ. และวางข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงานต่าง
ๆ ของ กปภ.
(๔)
วางข้อบังคับว่าด้วยการปฏิบัติงานของผู้ว่าการ
และการมอบให้ผู้อื่นปฏิบัติงานแทนผู้ว่าการ
(๕)
วางข้อบังคับกำหนดตำแหน่ง อัตราเงินเดือน ค่าจ้าง และเงินอื่น ๆ
ของพนักงานและลูกจ้าง
(๖)
วางข้อบังคับว่าด้วยการบรรจุ การแต่งตั้ง การเลื่อนขั้นเงินเดือนหรือค่าจ้าง
การถอดถอน ระเบียบวินัย การลงโทษและการอุทธรณ์การลงโทษของพนักงานและลูกจ้าง
(๗)
วางข้อบังคับว่าด้วยการร้องทุกข์ของพนักงานและลูกจ้าง
(๘)
วางข้อบังคับว่าด้วยกองทุนสงเคราะห์หรือการสงเคราะห์อื่น
เพื่อสวัสดิการของพนักงานและลูกจ้างและครอบครัว
โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
(๙)
วางข้อบังคับว่าด้วยการจ่ายค่าพาหนะ เบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก
ค่าทำงานล่วงเวลา เบี้ยประชุม และการจ่ายเงินอื่น ๆ
(๑๐)
วางข้อบังคับว่าด้วยเครื่องแบบพนักงานและลูกจ้าง
(๑๑)
กำหนดราคาจำหน่ายน้ำประปา และอัตราค่าบริการ
ตลอดจนวิธีการและเงื่อนไขในการชำระราคาและค่าบริการ
(๑๒)
วางข้อบังคับเกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้ และรักษาทรัพย์สินของ กปภ.
มาตรา ๑๘
ในข้อบังคับตามมาตรา ๑๗
ถ้ามีข้อความจำกัดอำนาจของผู้ว่าการในการทำนิติกรรมไว้ประการใด
ให้รัฐมนตรีประกาศข้อความเช่นว่านั้นในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๙
ให้คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้ง
และกำหนดอัตราเงินเดือนของผู้ว่าการด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๒๐
ผู้ว่าการ ต้อง
(๑)
ไม่มีส่วนได้เสียในธุรกิจที่กระทำกับ กปภ.
หรือในกิจการที่เป็นการแข่งขันกับกิจการของ กปภ. ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม
(๒)
มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ
มาตรา ๒๑
ผู้ว่าการพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(๑)
ตาย
(๒)
ลาออก
(๓)
คณะกรรมการมีมติให้ออก
(๔)
เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕)
ขาดการประชุมคณะกรรมการเกินสองครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
(๖)
ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๒๐
มติของคณะกรรมการให้ผู้ว่าการออกจากตำแหน่งตาม
(๓) ต้องประกอบด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสามในสี่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่อยู่ในตำแหน่ง
นอกจากผู้ว่าการ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี
มาตรา ๒๒
ผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่บริหารกิจการของ กปภ.
ให้เป็นไปตามกฎหมายตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของ กปภ.
และตามนโยบายและข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
กับมีอำนาจบังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้างทุกตำแหน่ง
ผู้ว่าการต้องรับผิดชอบต่อคณะกรรมการในการบริหารกิจการของ
กปภ.
มาตรา ๒๓
ผู้ว่าการมีอำนาจ
(๑)
บรรจุ แต่งตั้ง ถอดถอน เลื่อน ลด ตัดเงินเดือนหรือค่าจ้าง ลงโทษทางวินัย
พนักงานและลูกจ้าง
ตลอดจนให้พนักงานและลูกจ้างออกจากตำแหน่งตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
แต่ถ้าเป็นพนักงานหรือลูกจ้างชั้นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการฝ่าย
หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าขึ้นไป จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
(๒)
กำหนดเงื่อนไขในการทำงานของพนักงานและลูกจ้าง
และออกระเบียบว่าด้วยการปฏิบัติงานของ กปภ. โดยไม่ขัดหรือแย้งกับข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๒๔
ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก ให้ผู้ว่าการเป็นผู้แทนของ กปภ.
และเพื่อการนี้ ผู้ว่าการจะมอบอำนาจให้บุคคลใด ๆ ปฏิบัติงานเฉพาะอย่างแทนก็ได้
แต่ต้องเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
นิติกรรมที่ผู้ว่าการกระทำโดยฝ่าฝืนข้อบังคับตามมาตรา
๑๘ ย่อมไม่ผูกพัน กปภ. เว้นแต่คณะกรรมการจะให้สัตยาบัน
มาตรา ๒๕
ในกรณีที่ผู้ว่าการไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือตำแหน่งผู้ว่าการว่างลง
และยังมิได้แต่งตั้งผู้ว่าการ
ให้คณะกรรมการแต่งตั้งพนักงานคนใดคนหนึ่งเป็นผู้รักษาการแทนผู้ว่าการ
ให้ผู้รักษาการแทนผู้ว่าการมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกันกับผู้ว่าการ
มาตรา ๒๖
ให้ประธานกรรมการและกรรมการได้รับประโยชน์ตอบแทนตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๗
ประธานกรรมการ กรรมการ
และพนักงานอาจได้รับเงินรางวัลตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๒๘
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ประธานกรรมการ กรรมการ
และพนักงานเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
การสร้างและบำรุงรักษาระบบการผลิต
การส่ง
และการจำหน่ายน้ำประปา
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).