法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2535

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

พระราชกำหนด

พระราชกำหนด

แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

พ.ศ. ๒๕๒๑

พ.ศ. ๒๕๓๕

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่

๑๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๕

เป็นปีที่ ๔๗

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรด

เกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่าย

ตุลาการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกำหนดนี้เรียกว่า “พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราช

บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ พ.ศ. ๒๕๓๕”

มาตรา ๒

มาตรา ๒* พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

*[รก.๒๕๓๕/๙๔/๑/๑๑ กันยายน ๒๕๓๕]

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบ

ข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๔

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการมีดังนี้ ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้

พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา

อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาหัวหน้า

คณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองอธิบดี

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดี

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค

รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัว

กลาง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค รอง

อธิบดีผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาศาลแพ่ง

ผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด

ผู้พิพากษาและผู้ช่วย

ผู้พิพากษา”

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราช

การฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๗ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๕

ข้าราชการตุลาการให้ได้รับเงินเดือนตามตำแหน่งที่ได้รับแต่งตั้ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ประธานศาลฎีกา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๙

(๒) อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา และอธิบดีผู้พิพากษา

ศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๘

(๓) ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์รอง

อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

และอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน

และครอบครัวกลาง ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๗

(๔) ผู้พิพากษาศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาภาค รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง

ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ และผู้

พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น

๖-๗

(๕) รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และผู้พิพากษาศาล

อุทธรณ์ภาค ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๕-๖

(๖) ผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาศาลอาญา และผู้พิพากษาหัวหน้าศาล

ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๓-๔

(๗) ผู้พิพากษาศาลจังหวัดและผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๒-๓

(๘) ผู้ช่วยผู้พิพากษา ให้ได้รับเงินเดือนชั้น ๑”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราช

การฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๖ ให้ข้าราชการตุลาการ

ข้าราชการธุรการซึ่งโอนมาจากข้าราชการ

ตุลาการตามมาตรา ๒๓ และดะโต๊ะยุติธรรม

ได้รับเงินประจำตำแหน่งเพิ่มจากเงินเดือนที่ได้รับ

ดังต่อไปนี้

(๑) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๙

ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือน

ละสี่หมื่นบาท

(๒) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๘

ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือน

ละสามหมื่นแปดพันบาท

(๓) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๗ และข้าราชการธุรการตำแหน่ง

ปลัดกระทรวง

ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นห้าพันบาท

(๔) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๖ และข้าราชการธุรการตำแหน่ง

รองปลัดกระทรวง อธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

ซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงิน

ประจำตำแหน่งเดือนละหนึ่งหมื่นสองพันบาท

(๕) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๕ และข้าราชการธุรการตำแหน่ง

รองอธิบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่า

ซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่ง

เดือนละเจ็ดพันบาท

(๖) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๔ และข้าราชการธุรการตำแหน่ง

ผู้อำนวยการกองหรือที่เทียบเท่า

ซึ่งโอนมาจากข้าราชการตุลาการ ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือน

ละห้าพันบาท

(๗) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๓

ให้ได้รับเงินประจำตำแหน่งเดือน

ละสามพันบาท

(๘) ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนชั้น ๒ และดะโต๊ะยุติธรรมให้ได้รับเงิน

ประจำตำแหน่งเดือนละสองพันบาท

การได้รับเงินประจำตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ให้ได้รับย้อนหลังไปถึงวันที่ ๑

เมษายน ๒๕๓๕

เงินประจำตำแหน่งตามมาตรานี้ไม่ถือเป็นเงินเดือนเพื่อเป็นเกณฑ์ในการ

คำนวณบำเหน็จบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญ”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความใน (๓) และ

(๔) ของมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๓) เป็นธรรมศาสตร์บัณฑิต หรือนิติศาสตร์บัณฑิต และสอบไล่ได้ชั้นเกียรติ

นิยมตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภาและได้ประกอบวิชาชีพตาม

ที่ได้ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(๔) สอบไล่ได้ปริญญาโทหรือปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศไทยซึ่ง ก.ต.

รับรองและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา

และได้

ประกอบวิชาชีพตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๗ (๑) (ค)

เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือ”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๕) ของมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

“(๕) ได้ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นจ่าศาล รองจ่าศาลเจ้าพนักงานพิทักษ์

ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี พนักงานคุมประพฤติ

พนักงานคดีหรือข้าราชการธุรการตำแหน่งอื่น

ตามที่ ก.ต. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหกปี

และผู้บังคับบัญชารับรองว่ามีความซื่อสัตย์สุจริต มี

ความรู้ความสามารถดีเด่น

และมีความประพฤติดีเป็นที่ไว้วางใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการ

ตุลาการได้”

มาตรา ๘

มาตรา ๘ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๓๔

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราช

การฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๔

ให้มีคณะกรรมการตุลาการคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ต.

ประกอบด้วย

(๑) ประธานศาลฎีกา อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา

อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค อธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชน

และครอบครัวกลาง และปลัดกระทรวงยุติธรรม

เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และ

(๒) กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิสิบคน ซึ่งประกอบด้วย

(ก)

ข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๓) ซึ่งมิได้เป็นกรรมการตุลาการ

โดยตำแหน่งอยู่แล้ว และข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๔)

ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาล

ฎีกาหกคนที่ข้าราชการตุลาการซึ่งได้รับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น

๒ ขึ้นไปเป็นผู้เลือก

(ข)

ผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการตำแหน่งประธาน

ศาลฎีกาคนหลังสุดตามลำดับสี่คน

ซึ่งต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

กรรมการพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง

หรือทนายความ

ในกรณีที่ไม่มีกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) ครบสี่คนหรือ

กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตาม (๒) (ข) พ้นจาตำแหน่งตามมาตรา

๓๘ (๑) (๒) หรือ (๗) ให้ก.ต.

เลือกผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๕ (๑) หรือ (๒) มาแล้ว

และไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม (๒) (ข) เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิให้ครบจำนวนแทนจนกว่าจะมีผู้มีคุณสมบัติตาม

(๒) (ข) ขึ้นใหม่

ข้าราชการตุลการซึ่งเคยถูกลงโทษทางวินัยไม่อาจได้รับเลือกเป็นกรรมการ

ตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิได้

ให้ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ก.ต. และเลขาธิการส่งเสริมงานตุลาการเป็น

เลขานุการ ก.ต.

ในกรณีเป็นที่สงสัยเกี่ยวกับความในมาตรานี้ ให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ

ก.ต. เพื่อวินิจฉัยชี้ขาด”

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๕

ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สั่งให้มีการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม

มาตรา ๓๔

มาตรา ๓๔ (๒) (ก) วิธีการเลือกให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๖

กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒) (ก) ให้อยู่ใน

ตำแหน่งได้คราวละสองปี และเมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันครบกำหนดวาระแล้วอาจได้รับเลือก

ใหม่ได้”

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๘

กรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ครบกำหนดวาระ ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา

๓๔ (๒) (ก)

(๔) เป็นกรรมการตุลาการโดยตำแหน่ง ถูกลงโทษทางวินัย หรือพ้นจากตำแหน่ง

ข้าราชการตุลาการ

ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔ (๒) (ก)

(๕) พ้นสภาพการเป็นผู้รับบำนาญซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการตุลาการ

ตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนหลังสุดตามลำดับสี่คน

ในกรณีที่เป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามมาตรา ๓๔ (๒) (ข)

(๖) มีผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา ๓๔ (๒) (ข) ขึ้นใหม่ครบสี่คน ในกรณีที่เป็น

ข้าราชการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง ก.ต.

เป็นผู้เลือกตามมาตรา ๓๔ วรรคสอง

(๗) ไปเป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรรมการพรรคการ

เมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ”

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๓๙ การประชุมของ ก.ต.

ต้องมีกรรมการตุลาการมาประชุมไม่น้อย

กว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม”

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๒ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๒

ในกรณีที่รัฐมนตรีไม่เห็นด้วยกับมติของ ก.ต. ไม่ว่าทั้งหมดหรือ

แต่ส่วนหนึ่งส่วนใด

หรือเห็นว่ามตินั้นควรประกอบด้วยเงื่อนไขอย่างใด รัฐมนตรีจะขอให้ ก.ต.

พิจารณาใหม่ก็ได้ ในกรณีเช่นว่านี้เมื่อ ก.ต.

มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของ

จำนวนกรรมการตุลาการทั้งหมดยืนยันตามมติเดิม

หรือจะแก้ไขเพิ่มเติมประการใด ก็ให้ดำเนินการ

ไปตามมติของ ก.ต. นั้น

แต่ถ้ามติยืนยันหรือแก้ไขเพิ่มเติมของ ก.ต. นั้นมีคะแนนเสียงน้อยกว่าสอง

ในสาม ในกรณีที่รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้เสนอเรื่องต่อ

ก.ต. ก็ให้ดำเนินการไปตามที่รัฐมนตรีหรือปลัดกระทรวงยุติธรรมเสนอ”

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๔๓ ในกรณีที่ ก.ต.

ไม่ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรง

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการที่รัฐมนตรีเสนอตามมาตรา ๑๙ ให้

ก.ต. เสนอไปยังรัฐมนตรี พร้อมด้วยเหตุผลว่า ก.ต. เห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลใด

ในกรณีเช่นว่านี้ รัฐมนตรีจะดำเนินการนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่

ก.ต. เสนอนั้นก็ได้ หรือจะให้ ก.ต. พิจารณาใหม่ก็ได้ ในการพิจารณาใหม่ของ ก.ต. ถ้า

ก.ต. มีมติยืนยันด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจำนวน

กรรมการตุลาการทั้งหมดเห็นสมควรแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต. เสนอ

ก็ให้รัฐมนตรีนำความกราบบังคม

ทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่ ก.ต. มีมติยืนยันนั้น แต่ถ้ามติยืนยันของ

ก.ต. มีคะแนนเสียงน้อยกว่า

สองในสาม

ก็ให้รัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งบุคคลที่รัฐมนตรีเสนอได้”

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ให้ยกเลิกความใน (๔)

และ (๕) ของมาตรา ๗๐ แห่งพระราช

บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(๔) ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการหรือรายงานเท็จต่อผู้บังคับบัญชาอันเหตุ

ให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

(๕) ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง หรือ”

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๖) ของมาตรา ๗๐ แห่งพระราชบัญญัติ

ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. ๒๕๒๑

“(๖) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง โน้มน้าว หรือกระทำการใด ๆ เพื่อจูงใจให้ข้าราชการ

ตุลาการลงคะแนนเลือกตนเองหรือผู้อื่นเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิ

หรือให้ข้าราชการ

ตุลาการงดเว้นมิให้ลงคะแนนเลือกบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิหรือ

กระทำด้วยวิธีใด ๆ เพื่อให้ล่วงรู้ถึงการลงคะแนนเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิของข้าราชการ

ตุลาการอื่น”

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗

ข้าราชการตุลาการผู้ใดดำรงตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ภาค หรือรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค

อยู่ก่อนวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ ให้ข้าราช

การตุลาการผู้นั้นได้รับเงินเดือนชั้น ๗ หรือชั้น ๖

แล้วแต่กรณี ต่อไปจนกว่าจะได้รับการพิจารณา

แต่งตั้ง

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

ให้ดำเนินการเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา ๓๔

(๒) (ก) ภายใน ๖๐ วันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ

ในระหว่างที่ยังไม่มีการเลือกกรรมการตุลาการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง และ

มีความจำเป็นที่จะต้องดำเนินการโดยรีบด่วน

ก็ให้กรรมการตุลาการที่เหลือดำเนินการไปได้ แต่ต้อง

มีกรรมการพอที่จะเป็นองค์ประชุม

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกำหนดนี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

อานันท์ ปันยารชุน

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่คณะรัฐมนตรีได้พิจารณา

เห็นว่า

สถาบันตุลาการเป็นสถาบันสำคัญในการใช้อำนาจอธิปไตยและเกี่ยวพันกับความมั่นคง

ความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประเทศอย่างยิ่ง

จำเป็นที่จะต้องจัดระบบบริหารราช

การฝ่ายตุลาการให้เรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

แต่เนื่องจากองค์ประกอบของคณะกรรมการ

ตุลาการและระบบบริหารราชการฝ่ายตุลาการตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ

พ.ศ. ๒๕๒๑ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันก่อให้เกิดปัญหาขัดแย้งอย่างรุนแรง

สร้างความแตกแยกร้าวฉาน

ภายในวงการตุลาการได้ ดังที่เกิดเหตุการณ์ขัดแย้งมาตั้งแต่

พ.ศ. ๒๕๓๔ ทั้งมีแนวโน้มว่าอาจเกิด

ขึ้นอย่างต่อเนื่องได้อีกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

หากปล่อยทิ้งไว้จะกระทบต่อความมั่นคงของ

สถาบันตุลาการ และความปลอดภัยของประเทศอย่างรุนแรงจำเป็นต้องป้องกันและแก้ไขให้

ทันท่วงที

มิฉะนั้นปัญหาอาจลุกลามเป็นภัยพิบัติในทางการเมืองการปกครอง ความปลอดภัยของ

ประเทศและความปลอดภัยสาธารณะ

จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจหลีก

เลี่ยงได้ นอกจากนั้นยังปรากฏว่าได้มีการปรับปรุงเงินเดือนและกำหนดเงินประจำตำแหน่งของ

ข้าราชการฝ่ายต่าง ๆ ไปแล้ว

โดยยังมิได้มีการพิจารณาเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการฝ่าย

ตุลาการ

ซึ่งทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมและกระทบกระเทือนต่อความมั่นคง ตลอดจนความสงบ

เรียบร้อยในทางราชการตุลาการ สมควรพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขในครั้งนี้ด้วย

จึงจำเป็นต้อง

ตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น

อัมพิกา/ แก้ไข

๗/๓/๔๕

B+A (C)

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2535 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aecbc2cc8f695050

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com