พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติ
กาชาด
พ.ศ. ๒๔๙๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๙๙
เป็นปีที่ ๑๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ในกองทัพในสนามรบมีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๙๒ และแห่งอนุสัญญาเจนีวา เพื่อให้ผู้สังกัดในกองทัพ
ขณะอยู่ในทะเลซึ่งบาดเจ็บป่วยไข้และเรือต้องอับปาง มีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒
สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒
และโดยที่เป็นการสมควร
ที่จะตรากฎหมายเพื่ออนุวัตตามบทแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑
พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติกาชาด พ.ศ. ๒๔๙๙
มาตรา ๒[๑]
พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓
ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติกาชาด พุทธศักราช ๒๔๘๑ พระราชบัญญัติกาชาด (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ บรรดากฎหมาย กฎ
และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้บังคับ
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
อนุสัญญา หมายความว่า อนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ในกองทัพในสนามรบมีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๙๒ และ อนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้สังกัดในกองทัพขณะอยู่ในทะเล ซึ่งบาดเจ็บ ป่วยไข้ และเรือต้องอับปาง
มีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๒ แล้วแต่กรณี
เครื่องหมายกาชาด หมายความว่า
กากบาทสีแดงบนพื้นสีขาว
นามกาชาด หมายความถึงคำ กาชาด หรือคำ กาเจนีวา
มาตรา ๕ ให้ใช้เครื่องหมายกาชาด
เป็นเครื่องหมายของบริการทางการแพทย์ในกองทัพไทย
ให้แสดงเครื่องหมายกาชาดไว้บนธงผ้าพันแขน
และบนบรรดาเครื่องมือที่ใช้ในบริการทางการแพทย์
ตามที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจทางทหารจะสั่ง
มาตรา ๖
ให้สภากาชาดไทยใช้เครื่องหมายกาชาดได้ในยามสงบศึกตามกฎหมายว่าด้วยสภากาชาดไทย
มาตรา ๗
การใช้เครื่องหมายกาชาด
ในยามสงบศึกเพื่อแสดงให้รู้ว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้เป็นรถพยาบาล
และเพื่อหมายที่ตั้งสถานีบรรเทาทุกข์
ซึ่งใช้เฉพาะการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บหรือป่วยไข้โดยไม่คิดมูลค่านั้น
จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตพิเศษจากสภากาชาดไทยตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนด
มาตรา ๘
ให้สภากาชาดไทย อยู่ในความควบคุมของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เว้นแต่ในเรื่องธรรมดาธุรกิจอันจะต้องดำเนินไปตามกฎและข้อบังคับแห่งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศและสันนิบาตสภากาชาด
มาตรา ๙
ผู้ใดใช้เครื่องหมายกาชาดหรือนามกาชาดโดยไม่มีสิทธิตามอนุสัญญา หรือตามพระราชบัญญัตินี้
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๐
ผู้ใดใช้เครื่องหมายหรือถ้อยคำใด ๆ เลียนแบบเครื่องหมายกาชาดหรือนามกาชาด
หรือคล้ายคลึงเครื่องหมายหรือนามเช่นว่านั้น จนอนุมานได้ว่าทำเพื่อหลอกลวงประชาชน
มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๑
ผู้ใดกระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๙ หรือ มาตรา ๑๐
ด้วยความมุ่งหมายทางการเงินหรือทางการพาณิชย์ใด ๆ ประทับเครื่องหมายกาชาด
หรือนามกาชาดบนสินค้าเพื่อขาย เป็นต้นว่า ฉลาก
หรือเครื่องหมายการค้า มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินสองพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๒
ให้นำมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ หรือมาตรา ๑๑
มาใช้บังคับแก่เครื่องหมายซีกวงเดือนแดงบนพื้นสีขาว หรือสิงโตแดงและดวงอาทิตย์บนพื้นสีขาวและแก่นาม
ซีกวงเดือนแดง หรือ สิงโตแดง
และดวงอาทิตย์ โดยอนุโลม
มาตรา ๑๓
ผู้ใดใช้เครื่องหมายตราแผ่นดินของสหพันธ์สวิส
หรือใช้เครื่องหมายใด ๆ เทียมหรือเลียนหรือคล้ายคลึงตราแผ่นดินของสหพันธ์สวิส
โดยมิชอบด้วยอนุสัญญา มีความผิดต้องระวางโทษตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา
๑๑ หรือมาตรา ๑๒ แล้วแต่กรณี
มาตรา ๑๔
บรรดาเครื่องหมายหรือนามอันมิชอบตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ หรือมาตรา ๑๓
เงินที่เรี่ยไรได้ตลอดจนสินค้าหรือสังหาริมทรัพย์อื่น ภาชนะหรือหีบห่อ บรรดาที่มีเครื่องหมายหรือนามเช่นว่านั้นประทับไว้
ศาลจะริบเสียก็ได้
มาตรา ๑๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
และให้มีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้นเมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ
โดยที่ประเทศไทยเป็นภาคีแห่งอนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้บาดเจ็บและป่วยไข้ในกองทัพในสนามรบมีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม
พ.ศ. ๒๔๙๒ และแห่งอนุสัญญาเจนีวา
เพื่อให้ผู้สังกัดในกองทัพขณะอยู่ในทะเลซึ่งบาดเจ็บป่วยไข้และเรือต้องอับปาง มีสภาวะดีขึ้น ลงวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๔๙๒ และโดยที่เป็นการสมควรที่จะตรากฎหมายเพื่ออนุวัตตามบทแห่งอนุสัญญาดังกล่าว
ธนพันธ์/แก้ไข
พลัฐวัษ/ตรวจ
๒๙ มีนาคม ๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๓/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๙๒๔/๑๔ สิงหาคม ๒๔๙๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).