พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยบูรพา (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๓๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔
มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๓๙
เป็นปีที่ ๕๑
ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยบูรพา
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๗๘ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๕)
พุทธศักราช ๒๕๓๘ และมาตรา ๔๘ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ.
๒๕๓๓ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา
อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ
และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยบูรพา (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๙
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๗
แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา ครุยวิทยฐานะ
เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. ๒๕๓๔
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยปริญญาในสาขาวิชา อักษรย่อสำหรับสาขาวิชา
ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจำตำแหน่งของมหาวิทยาลัยบูรพา (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๓๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
มาตรา ๗
สีประจำมหาวิทยาลัยและสีประจำคณะ มีดังนี้
(๑) มหาวิทยาลัย สีเทาและสีทอง
(๒) คณะพยาบาลศาสตร์ สีเหลืองส้ม
(๓) คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สีขาวและสีม่วง
(๔) คณะวิทยาศาสตร์ สีเหลือง
(๕) คณะวิศวกรรมศาสตร์ สีเลือดหมู
(๖) คณะศิลปกรรมศาสตร์ สีเขียวเข้ม
(๗) คณะศึกษาศาสตร์ สีฟ้า
(๘) คณะสาธารณสุขศาสตร์ สีชมพูอมส้ม
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
บรรหาร ศิลปอาชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมหาวิทยาลัยบูรพาได้จัดตั้งคณะศิลปกรรมศาสตร์ขึ้นและยังไม่เคยกำหนดสีประจำมหาวิทยาลัยไว้ให้ชัดเจน
สมควรกำหนดสีประจำคณะดังกล่าว และสีประจำมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
วิภา/ผู้จัดทำ
๔ เมษายน ๒๕๕๔
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๒๕ ก/หน้า ๖/๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).