พระราชกฤษฎีกา
พระราชกฤษฎีกา
ควบคุมโภคภัณฑ์ (ฉบับที่ ๗)
พ.ศ. ๒๕๒๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๒
เป็นปีที่ ๓๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ
โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมโภคภัณฑ์บางชนิดในท้องที่บางแห่งเพื่อสวัสดิภาพ
ของประชาชน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
และมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า "พระราชกฤษฎีกาควบคุมโภคภัณฑ์
(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒"
มาตรา ๒ พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน
ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้โภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุมตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓
(พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมโภคภัณฑ์ พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งได้แก่
น้ำยาเคมี อีเธอร์ (Ether) และน้ำยาเคมี คลอโรฟอร์ม (Chloroform) เป็นโภคภัณฑ์ที่ถูกควบคุม
ตามวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกานี้และภายในท้องที่ที่ระบุไว้ในบัญชีท้ายพระราช
กฤษฎีกานี้
มาตรา ๔ ให้ผู้ครอบครองโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ แจ้งปริมาณและ
สถานที่เก็บเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้โภคภัณฑ์นั้นไว้ใน
ครอบครอง
ในการแจ้งปริมาณและสถานที่เก็บ ผู้ครอบครองต้องแสดงหลักฐานการได้มา
ซึ่งโภคภัณฑ์นั้นด้วย
มาตรา ๕ ห้ามมิให้ผู้ใดขนย้าย จำหน่าย ใช้ เปลี่ยนแปลง สภาพ หรือโอนการ
ครอบครองซึ่งโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากพนักงาน
เจ้าหน้าที่
มาตรา ๖ โภคภัณฑ์ของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจไม่อยู่ในบังคับแห่งพระราช
กฤษฎีกานี้
มาตรา ๗ ผู้ใดมีโภคภัณฑ์ตามพระราชกฤษฎีกานี้ไว้ในครอบครองก่อนวันที่
พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้แจ้งปริมาณและสถานที่เก็บเป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ภายในสามวันนับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง
พาณิชย์รักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ส. โหตระกิตย์
รองนายกรัฐมนตรี
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
+------------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการนำน้ำยาเคมี
อีเธอร์และน้ำยาเคมีคลอโรฟอร์มเข้ามาในท้องที่บางอำเภอของจังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่
และจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งน้ำยาเคมีทั้งสองชนิดนี้เป็นตัวยาสำคัญที่ใช้ในการผลิตเฮโรอีนซึ่งเป็น
ยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง อันเป็นการทำลายสวัสดิภาพของประชาชน ดังนั้น เพื่อป้องกันมิให้
มีการนำน้ำยาเคมี ฯลฯ ไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเฮโรอีนในท้องที่ดังกล่าว สมควรควบคุมและ
วางระเบียบในการขนย้าย จำหน่าย ใช้ เปลี่ยนแปลงสภาพและโอนการครอบครองน้ำยาเคมี
ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้ขึ้น
[รก.๒๕๒๒/๑๘๓/๑พ/๒๖ ตุลาคม ๒๕๒๒]
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).