พระราชกฤษฎีกา
กำหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย
เป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติ
การประกอบโรคศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๔๒
พ.ศ. ๒๕๔๕
ภูมิพลอดุลยเดช
ป.ร.
ให้ไว้ ณ
วันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๕
เป็นปีที่
๕๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒๑
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณากรไทย และมาตรา ๕ (๕) มาตรา ๑๔ (๕) มาตรา ๑๙ และมาตรา ๓๓
แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล
ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีการนี้เรียกว่า พระราชกฤษฎีกากำหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๕
มาตรา ๒[๑]
พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชกฤษฎีกานี้
การแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย หมายความว่า
การแก้ไขการพูดและการแก้ไข การได้ยิน
การแก้ไขการพูด หมายความว่า
การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมินการวินิจฉัยและการบำบัดความผิดปกติของการพูดและการสื่อภาษา
การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน การแก้ไข และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการพูด
และความสามารถทางการสื่อภาษาด้วยวิธีการแก้ไขการพูด
หรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางการแก้ไขการพูด รวมทั้งการติดตามผล
การแก้ไขการได้ยิน หมายความว่า
การกระทำต่อมนุษย์เกี่ยวกับการตรวจประเมินการวินิจฉัยและการบำบัดความผิดปกติของการได้ยิน
ความรู้สึกผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องกับการได้ยิน การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน
การแก้ไขและการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน
หรือการใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ทางโสตสัมผัสวิทยา ด้วยวิธีการทางโสตสัมผัสวิทยา
รวมทั้งการติดตามผล
มาตรา ๔
ให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา
๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๕
ให้มีคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายประกอบด้วย
(๑)
กรรมการวิชาชีพซึ่งเป็นผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ผู้แทนกรมการแพทย์และหัวหน้าภาควิชาความผิดปกติของการสื่อความหมายหรือที่เรียกชื่ออย่างอื่นในทำนองเดียวกันในสถาบันอุดมศึกษาที่ได้รับความเห็นชอบหรือได้รับอนุญาตจากทบวงมหาวิทยาลัยให้จัดตั้ง
แห่งละหนึ่งคน
(๒)
กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกินสามคนซึ่งในจำนวนนี้จะต้องแต่งตั้งจากสมาคมโสตสัมผัสวิทยาและการแก้ไขการพูดแห่งประเทศไทยอย่างน้อยหนึ่งคน
(๓)
กรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งโดยผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายมีจำนวนเท่ากับจำนวนกรรมการวิชาชีพใน
(๑) และ (๒) รวมกันในขณะเลือกตั้งแต่ละคราว
ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๖
กรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายตามมาตรา ๕ (๓)
ต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายและไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้
(๑)
เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
(๒) เป็นบุคคลล้มละลาย
มาตรา ๗
กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๕ (๒)
และกรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๕ (๓)
มีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับการแต่งตั้งหรือเลือกตั้งอีกได้
นอกจากพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามวรรคหนึ่ง
กรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๕ (๒)
และกรรมการวิชาชีพซึ่งได้รับเลือกตั้งตามมาตรา ๕ (๓) พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออก
สำหรับกรรมการวิชาชีพซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งตามมาตรา ๕ (๒)
(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๖
มาตรา ๘ การเลือกตั้งกรรมการวิชาชีพตามมาตรา ๕ (๓)
การเลือกตั้งประธานกรรมการวิชาชีพและรองประธานกรรมการวิชาชีพให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๙
อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายให้เป็นไปตามมาตรา
๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๐
การดำเนินการของคณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายให้เป็นตามหมวด
๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
มาตรา ๑๑
ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย
ต้องมีความรู้ในวิชาชีพคือเป็นผู้ได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาสาขาความผิดปกติของการสื่อความหมายจากสถาบันการศึกษาที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายรับรอง
และต้องสอบความรู้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่คณะกรรมการวิชาชีพสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายกำหนด
สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศซึ่งมิได้มีสัญชาติไทย
ต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายจากประเทศที่สำเร็จการศึกษาด้วย
มาตรา ๑๒
ในระยะเริ่มแรกที่ยังมิได้มีการรับขึ้นทะเบียน
และออกใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมาย
มิให้นำมาตรา ๕ (๓)
มาใช้บังคับจนกว่าจะได้มีการขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในสาขาดังกล่าวแล้ว
มาตรา ๑๓
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ
ชินวัตร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่มาตรา ๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒
กำหนดให้การประกอบโรคศิลปะในสาขาอื่นที่เพิ่มขึ้นจะต้องกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
ซึ่งสาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาหนึ่งที่มีการให้บริการผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการได้ยินการฟังเข้าใจภาษา
การพูดและการใช้ภาษา หากได้มีการกำหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่จะได้รบการบริการจากผู้ที่ประกอบวิชาชีพเฉพาะด้าน
สมควรกำหนดให้สาขาการแก้ไขความผิดปกติของการสื่อความหมายเป็นสาขาการประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ
พ.ศ. ๒๕๔๒
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
สุกัญญา/จัดทำ
๔
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒
ก้องเกียรติ/จัดทำ
๒๗ กุมภาพันธ์
๒๕๕๒
โชติกานต์/ปรับปรุง
๘ พฤศจิกายน
๒๕๕๙
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๖๙ ก/หน้า ๙/๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๕
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).